Jackson Pollock


แจ็คสัน โพลล็อค (Paul Jackson Pollock)
จิตรกรแนว abstract expressionism 


โพลล็อค เกิดเมื่อ 28 มกราคม 1912 ในเมืองโคดี้ (Cody, Wyoming, USA) พ่อของเขาเป็นเกษตรกร ชื่อเลอลอย (LeRoy Pollock) และแม่สเตลล่า (Stella May) เขาเป็นลูกคนที่ห้าของบ้านและเป็นลูกชายคนเล็ก
ตอนอายุได้แค่สิบเดือน ครอบครัวก็ย้ายมาอยู่ในซาน ดิเอโก้ (San Diego) แคลิฟอร์เนีย

1923 เขาเริ่มสนใจศิลปะของชนพื้นเมือง ช่วงที่อาศัยอยู่ในเมืองฟีนิกซ์ (Phoenix) 
1925 ระหว่างอยู่ในแคลิฟอร์เนียแจ็คสันเข้าเรียนที่ Manual Arts High School ในเมืองลอส แองเจเลส ซึ่งที่โรงเรียนนี้เข้าได้เป็นรู้จักกับฟิลิป กัสตัน (Philip Guston) ช่วงเวลานี้แจ็คสันยังสนใจศิลปะ Surrealism และวิชาจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis) 
1928 ถูกไล่ออกจาก Manual Arts High School 
1930 ชาร์ล (Charles Pollock) พี่ชายของแจ็คสัน ชวนให้เขาย้ายมาอยู่นิวยอร์ค พวกเขาได้เข้าร่วมกับลีกนักศึกษาศิลปะ (Art Students League) และมีโอกาสเรียนศิลปะกับโธมัส เบนตัน (Thomas Hart Benton) จิตกรที่วาดรูปทางศาสนา และได้รู้จักกับโจเซ่โนรอซโค่ (Jose Clemente Orozco) จิตกรชาวแม็กซิกัน จิตกรคนสำคัญของภาพวาดแนว Mexican Muralism (ภาพวาดบนกำแพงที่ใช้อารยะธรรมและชนพื้นเมือง อย่าง เอซเท็ค เป็นคนสะท้อนสังคมและการเมือง)
1932 เข้าร่วมในนิทรรศการภาพสีน้ำ ที่จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์บรู๊คลิน (Brooklyn Museum)
1936 แจ็คสันเข้าร่วมกลุ่มเวิร์กช๊อปกับเหล่าศิลปิน Muralism อย่างเดวิด อัลฟาโร่ (David Alfaro Siqueiros) แจ็คสันผลิตงานแนว Muralism อย่าง Going West (1934)
ปีนี้เขาได้มีโอกาสรู้จักกับลี กราสเนอร์ (Lenore “Lee” Krasner) ว่าที่ภรรยาของเขาในอนาคต
1937 เขาทำงานในโปรเจคของเอเซล ดิวิชั่น (Easel Division)
1938 เริ่มเข้ารับการบำบัดอาการติดแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้เขาได้พบกับนักจิตแพทย์ ดร.เฮนเดอร์สัน (Dr.Joseph Hendersn)  แนะนำให้เขาใช้วิธีการวาดรูปเพื่อบำบัดอาการของตัวเอง 
ช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐฯ  แจ็คสันจึงได้เข้าร่วมทำงานในโครงการ WPA Federal Art Project หนึ่งในโครงการของ New Deal ของรัฐบาลรูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) ซึ่งว่าจ้างคนตกงานจำนวนมากให้ทำงานในโครงการของรัฐบาล แจ็คสันทำงานกับ Federal Art Project จนกระทั้งปี 1942
1943 ทำงานให้กับ Museum of Non-Objective Painting (ภายหลังเป็น Guggenheim Museum) ซึ่งทำให้ได้รู้จักกับเป๊กกี้ (Peggy Guggenheim) ที่ชวนให้เขาทำสัญญาและส่งภาพเขียนไปที่แกลเลอรี่ Art of This Century และช่วยให้แจ็กสันเปิดงานแสดงผลงานของตัวเองแบบเดี่ยวเป็นครั้งแรกที่แกลเลอรี่แห่งนี้
สไตล์การสร้างงานศิลปะของแจ็คสันในปีนี้เริ่มเปลี่ยนไป จากภาพเขียนแบบ Muralism ไปเป็นการใช้การสาดและหยดสี (drip technique) ซึ่ปีนี้เขามีผลงานอย่าง Mural (1943) แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้
1945 ตุลาคม, แต่งงานกับ ลี ซึ่งก่อนแต่งงานพวกเขาได้ซื้อบ้านและฟาร์มเล็กๆ บนเกาะลองอีสแลนด์ 
(Long Island) เอาไว้เป็นที่อยู่
ช่วงปี 1947 ถึง 1950 เป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดในชีวิตของเขากับภาพที่สร้างด้วยเทคนิคการเทสี  เขาสร้างผลงานมีชื่ออย่าง Full Fathom Five (1947),  Number 1A (1948), Autumn Rhythm (1950)
1949 หนังสือแม็กกาซีน Life ฉบับสิงหาคม นำภาพของแจ็คสันไปลง พร้อมกับตั้งคำถามว่า “หรือนี่คืศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา” 
1956 แจ็คสันมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ รูธ คลิกมัน(Ruth Kligman) วัย 25 ปี 
11 สิงหาคม, แจ็คสันขับรถในสภาพที่เขามีอาการมึนเมา มาพร้อมกับรูธและเพื่อนของเธอชื่ออีดิท (Edith Metzger) รถยนต์ของประสบอุบติเหตุในเซาท์แธมตัน, นิวยอร์ค (Southampton, N.Y.) จนทำให้ตัวเขาและอีดิท เสียชีวิต  ในขณะที่รูทได้รับบาดเจ็บสาหส

ร่างของเขาถูกฝังไว้ที่สุสาน Gree River Cemetery 



Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann