Phineas Gage


ฟิเนียส เกจ (Phineas P. Gage)
พนักงานก่อสร้างรางรถไฟ ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้สมองส่วนหน้าเสียหาย


เกจ เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 1823 ในกราฟตัน, รัฐนิวแฮมฟ์เชียร์ (Grafton Co., New Hapshire, USA) พ่อของเขาชื่อเจสซี่ (Jesse Eaton) และแม่ชื่อฮันนาห์ (Hannah Trussell) เกจเป็นลูกคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมดห้าคน

1848 เกจ ในวัย 25 ปี ได้เป็นคนงานก่อสร้างรางรถไฟอยู่ในคาเวนดิช, เวอร์มอนต์ (Cavendish, Vermont) เขามีหน้าที่รับผิดชอบทีมระเบิดหินที่นำมาทำหมอนรางรถไฟ งานของเขาจะต้องมีการเจะรูเข้าไปในหิน จากั้นจะมีการใส่ดินระเบิด, ฉนวน, ทราย เข้าไปและใช้แท่งเหล็กทรงกระบอกอัดส่วนผสมให้แน่น 
13 กันยายน, วันที่ประสบอุบัติเหตุ เวลาประมาณบ่ายสองครึ่ง เกจใช้แทงเหล็กในการอัดดินระเบิดเข้าไปในหลุม แต่ว่าแท่งเหล็กที่เข้าไช้อัดส่วนผสมได้ไปตีกับหินจนเกิดประกายไฟ แล้วทำให้ดินระเบิดเกิดระเบิดขึ้น แท่งเหล็กที่มีความยาว 43 นิ้ว น้ำหนัก 6 กิโลกรัม และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.25 นิ้ว ถูกแรงระเบิดทำให้กระเด็นมาแทงเข้าที่แก้มด้านซ้ายของเกจ แล้วผ่านเข้าไปในกระโหลกศรึษะแล้วทะลุออกมา เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นเกจสูญเสียการมองเห็นของตาซ้ายไปทันที แต่ว่าเขายังมีสติดีอยู่ เพื่อของเขาได้พาเขาขึ้นในเกวียนโดยที่เกจนั่งพิงกับพนัก แล้วก็กลับเข้ามายังที่พักของเขาในคาเวนดิชอินน์ และได้นั่งรอจนกระทั้งแพทย์มาตรวจอาการของเขาในที่เกิดเหตุ ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
หมอเอ็ดเวิร์ด วิลเลี่ยม (Dr. Edward Higginson Williams) เป็นแพทย์ที่เดินทางมาตรวจอาการของเกจในวันนั้น ซึ่งเมื่อมาถึงเกจได้กล่าวทักทายกับหมอว่า “นี่คงจะเป็นงานใหญ่พอสำหรับคน / Here is business enough for you”
ในตอนแรกหมอวิลเลี่ยม เมื่อเห็นบาดแผลของเกจที่แท่งเหล็กทะลุศรีษะแล้วยังคงมีชีวิตอยู่ เขาไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หมอวิลเลี่ยมคิดว่าเป็นเป็นการเล่นตลก แต่ว่าไม่นานเกจได้อาเจียร์ออกมา โดยมีชิ้นเนื้อสมองออกมาด้วยปริมาตรประมาณครึ่งแก้ว
หมอจอห์น ฮาร์โลว (John Martyn Harlow) เป็นหมอในโรงพยาบาลที่ดูแลเกจในอีกหลายเดือนหลังประสบอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นแพทย์ที่สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านพฤจิกรรมของเกจ  เพื่อนที่มาเยื่ยมเกจที่โรงพยาบาลกับพูดเหมือนกันว่าเกจที่เป็นคนป่วยหลังเกิดอุบัติเหตุนี้ ไม่ใช่คนเดียวกันกับเกจที่พวกเขาเคยรู้จัก
หมอฮาร์โลว อธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของเกจเอาไว้ว่า “สมดุลย์ระหว่างสติปัญญาและสัญชาติญาณแบบสัตว์ ‘the balance between his intellectual faculties and animal propensities seems to have been destroyed” ดูเหมือนจะหายไปจากตัวเขา เกจมีอาการก้าวร้าวขึ้นและขาดความอดทน

25 พฤศจิกายน, สามเดือนผ่านไป เกจออกจากโรงพยาบาลและกลับไปพักฟื้นอยู่ที่ฟาร์มของพ่อในเมืองเลบานอน, นิวแฮมเชียร์ 
1849 พฤศจิกายน, ศจ.เฮนรี่ บิ๊กโลว (Henry Jacob Bigelow) อาจารย์แพทย์ของฮาร์วาร์ด  ได้พาตัวเกจมายังบอสตัน เพื่อให้เขาเป็นตัวอย่างในชั้นเรียนวิชาแพทย์ 
หลังรักษาตัวหายดีแล้ว บริษัทที่เป็นผุ้ว่าจ้างเกจให้ทำงานก่อสร้างรางรถไฟนั้น ได้ปฏิเสธที่จะรับเกจกลับเข้าทำงานอีกครั้งหนึ่ง 
1850 เกจใช้เวลาอยู่ช่วงหนึ่งในปี 1850 ในการเดินทางไปโชว์ตัวที่พิพิธภัณฑ์บาร์นัม (Barnum’s American Museum) ในนิวยอร์ค และอีกหลายเมืองในรัฐนิวอิงแลนด์  และต่อมาได้ทำงานขนส่งกับโจนาธาน คูร์เรียร์ (Johathan Currier) ราว 18 เดือน
1952  เกจไปหางานใหม่ในนิวแฮมพ์เชียร์ โดยได้งานเป็นพนักงานขับรถม้า ซึ่งขนปศุสัตว์ระหว่างเมืองวัลปาไรโซ่ (Valparaiso) กับซานติเอโก้ (Santiago) ในประเทศชิลี
1959 ช่วงกลางปีสุขภาพของเขาเริ่มแย่ลง จึงได้กลับจากชิลีและมาอาศัยกับมารดาในซานฟรานซิสโก
1860 21 พฤษภาคม เกจเสียชีวิตในวัย 36 ปี จากอาการโรคลมชัก (seizures)

1866 หมอฮาร์โลว ซึ่งขาดการติดต่อกับเกจไปหลายปี เพิ่งทราบข่าวการเสียชีวิตของเกจ เขาจึงได้ติดต่อไปยังครอบครัวของเกจ เพื่อที่ขอโครงกระดูกของเกจมาศึกษา โครงกระดูกของเกจจึงได้ถูกขุดขึ้นมาจากสุสาน

ปัจจุบันกระโหลกศรีษะและท่อนเหล็กที่แทงเขา ถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์กายวิภาควาร์เรน (Warren Anatomical Museum) ของมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด (Harward Medical School)

ส่วนโครงกระดูกส่วนที่เหลือถูกย้ายไปฝังที่สุดซานไซเพรสส์ (Cypress Lawn cemetery) แคลิฟอร์เนียในปี 1940


Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann