Harry McGurk


แฮร์รี่ แม็คเจิร์ก (Harry McGurk)
ผู้ค้นพบ McGurk effect

แม็คเจิร์ก เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1936 ในกลาสโกว, สก็อตแลนด์ (Glasgow, Scotland)
หลังจากเข้ารับการฝึกที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว (University of Glasgow) ได้ทำงานเป็นพนักงานศาลด้านกฏหมายอาญาในอีดินเบิร์ก (Edinburgh) 
ไม่นานเขาแต่งงานกับเบตตี้ (Betty Hannah) หลังแต่งงาน เบตตี้ได้ถูกทางโบสถ์สก๊อตแลนด์ส่งไปทำงานในไนจีเรีย เพื่อให้ดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นเวลาสองปี แม็คเจิร์กได้เดินทางไปด้วย
หลังจากกลับจากไนจีเรีย แม็คเจิร์กได้รับทุนให้เข้าเรียนที่วิทยาลัยนิวแบ๊ตเทิ้ล (Newbattle College) แต่ว่าต่อมาได้ย้ายมาเรียนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยสตราชไคลด์ (University of Stratchclyde) จนจบปริญญาเอก ระหว่างนี้เขาทำงานศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการการรับรู้ของเด็กทารก
ต่อมาได้มาทำวิจัยที่ปริ้นตัน (Princeton University) ในสหรัฐฯ  และต่อมาได้มาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ (University of Surrey) ระหว่างนี้ แม็คเจิร์ก และผู้ช่วยของเขา ชื่อจอห์น แม็คโดนัล (John MacDonald) ทดลองศึกษาว่าเด็กทารกเรียนรู้การพูดได้อย่างไรในแต่ละช่วงวัยที่กำลังพัฒนา การทดลองของพวกเขา เช่น พวกเขาใช้วิธีบันทึกเสียงและภาพของแม่เด็กเอาไว้ และนำภาพไปของแม่เด็กและเสียงไปวางไว้ในตำแหน่งที่ต่างกัน  
นอกจากนั้นพวกเขายังทดลองพากษ์เสียงคำว่า “ดา (da)” เข้าไปแทนเสียงของภาพที่พูดว่า “กา (ga)”  และเมื่อดูภาพรูปและเสียงที่ไม่ตรงกัน ปรากฏว่าคนฟังได้ยินเสียงเป็นอีกคำหนึ่งว่า “บา (ba)” ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า McGurk Effect
1976 แม็คเจิร์ก และแม็คโดนัล เขียนรายงานการค้นพบ McGurk Effect  ของเขาในเอกสารรายงาน ที่มีหัวเรื่องว่า “Hearing Lips and Seeing Voices
1990 ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการของห้องวิจัยโทมัส โคแรม, สถาบันการศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยลอนดอน (Thomas Coram Research unit, Institute of Education , University of London)
1994 ได้ตำแหน่งผู้อำนวยการของสถาบันครอบครัวศึกษาออสเตรเลีย (Australian Institute of Family Studies) ในเมลเบิร์น (Melbourne) 

1998 17 เมษายน, เสียชีวิตในเมลเบิร์น  ร่างของเขาถูกนำกลับมาฝังยังสก๊อตแลนด์



Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann