Claude Shannon



โคล๊ต แชนนอน (Claude Elwood Shannon)
the father of information theory

แชนนอน เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1916  ในเปโตสกี,​รัฐมิชิแกน (Petoskey, Michigan) สหรัฐฯ  พ่อของเขาชื่อ โคล๊ด แชนนอน (Claude Shannon, 1862-1934) เช่นเดียวกับลูกชาย  เขาเป็นนักธุรกิจและเป็นนักกฏหมาย  ส่วนแม่ชื่อว่ามาเบล (Mabel Wolf Shannon, 1890-1945) เป็นครูสอนภาษา
แชนนอนใช้ชีวิตในวัยเด็กเติบโตขึ้นมาในเกย์ลอร์ด (Gaylord) มิชิแกน เขาชอบสะสมโมเดลเครื่องบินและการประดิษฐ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แชนนอนสร้างเรื่องเทเลกราฟสำหรับส่งข้อความระหว่างเขากับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันไว้ด้วย
1932 แชนนอนจบมัธยมจากเกย์ลอร์ด (Gaylord High School) ก่อนจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan)
1936 จบปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคณิตศาสตร์ จากม.มิชิแกน หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อปริญญาโท ที่ MIT ซึ่งที่ MIT เขาได้ทำงานร่วมกับแวนเนวาร์ บุช (Vannevar Bush) หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่บุกเบิกการสร้างคอมพิวเตอร์ ซึ่งคณะนั้นเขากำลังสร้างคอมพิวเตอร์อนาล๊อค ที่เรียกว่าเครื่อง วิเคราะห์อนุพันธ์ (differential analyzer)
1937 เขาทำวิทยานิพนธ์ ป.โท เรื่อง “A Symbolic Analysis of Relay and Switching Circuits” ที่แสดงว่า จะสามารถประยุกต์ตรรกพีชคณิต ของ จอร์จ บูล์ (George Boole) โดยใช้วงจรอิเล็กโทรนิกส์แบบหน่วงเวลาและสวิตช์ได้อย่างไร ซึ่งเป็นพื้นฐานของดิจิตอลคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ค่า “0” และ “1” เป็นสัญลักษณ์แทนการเปิดหรือปิดสวิตช์ ที่ปรึกษาของวิทยานิพนธ์นี้คือแฟรงค์ื ฮิตช์ค๊อก (Frank Lauren Hitchcock) วิทยานิพนธ์เล่มนี้ถูกเผยแพร่ในปีถัดมา
1940 แชนนอน ได้รับปริญญาเอกจาก MIT โดยที่เขาทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “An Algebra for Theoretical Genetics” ผลงานนี้ไม่ได้รับการเผยแพร่จนกระทั้งปี 1993
แชนนอนได้รับทุนของสถาบัน IAS (Institute for Advanced Study) ที่พริ้นตั้น, นิวเจอร์ซีย์ โดยได้ทำงานร่วมกับเฮอร์แมน วิล (Herman Weil) นักคณิตศาสตร์
1941 ช่วงฤดูใบไม้พลิ แชนนอนได้ไปทำงานที่เบลล์แล๊ป (Bell Labs)  ภายใต้สัญญากับ NDRC (National Defense Research Committee)  ในแผนก D-2 เพราะว่าเป็นช่วงเวลาของสงครามงานวิจัยจึงเป็นข้อมูลลับที่ไม่เปิดเผยในช่วงเวลานั้น  ซึ่งงานของเข้าเกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสข้อมูล (cryptography)  และระบบความคุมการยิง (fire-control systems) เขาทำงานอยู่ที่นี่จนกระทั้งปี 1956
1942 แชนนอนถูกบันทึกไว้ว่าเป็นผู้สร้างกราฟ Signal-flow graph ซึ่งแสดงการไหลของสัญญาณ
1943 แชนนอนได้พบกับอลัน ทูริ่ง (Alan Turing) ในวอชิงตัน เมื่อทูริ่งถูกส่งตัวมาจากอังกฤษ เพื่อช่วยสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเครื่องถอดรหัส ที่ถูกใช้กับเรือดำน้ำเครียก์สมารีน (Kriegsmarine submarines) แชนนอนขณะนั้นมีอายุ 26 ปี ในขณะที่ทูริ่งอายุ 30 ปี
1948 A Mathematical Theory of Communication” ตีพิมพ์ลงในวารสาร Bell System Technocal Journaส  ฉบับเดือนกรกรฏาคมและตุลาคม ซึ่งถือเป็นผลงานเอกของเขาที่วางรากฐานทฤษฏีการสื่อสาร ซึ่งผลงานชิ้นนี้เป็นต้นกำเนิดของคำว่า “bit” ที่มาจาก “binary digit” , มีคอนเซปส์ของ Information entropy และ redundancy
1949 “Communication Theory of Secrecy Systems” ตีพิมพ์ลงในวารสาร Bell System Technical Journal เป็นผลงานเขียนอีกชิ้นหนึ่งของเขาเกี่ยวกับการเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งเป็นผลงานที่ทำระหว่างทำงานที่เบลล์แล๊ปช่วงสงคราม และเปิดพิมพ์ออกมาหลังสงคราม
แต่งงานกับ เบตตี้ (Betty) พวกเขามีลูด้วยกันสามคน โรเบิร์ต (Robert James Shannon), แอนดรู (Andrew Moore Shannon)  และมาร์การิต้า (Margarita Shannon)
ตุลาคม, ​ งานพิสูจน์ชิ้นหนึ่งของแชนนอนที่เขียนระหว่างอยู่ที่เบลล์แล๊ป ได้พิมพ์ออกมา โดยแชนนอนได้พิสูจน์ว่า one-time pad (หรือ Verman cypher  ชื่อตั้งตามชื่อของ Gilbert Vernam) เป็นการเข้ารหัสที่จะไม่สามารถถอดรหัสได้
1951 “Prediction and Entropy of Printed English”
1956 มาทำงานที่ MIT และที่ห้องวิจัยอิเล็กทรอนิกส์ (Research Laboratory of Electronics) ของมหาวิทยาลัย
1961 เขาประดิษฐ์เครื่อง Minivac 601 ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับฝึกซ้อมให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์

ช่วงปี 50s เขาสนใจเกี่ยวกับทฤษฏีเกม (game theory) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร เขาสร้างอุปกรณ์ขึ้นมาหลายชิ้น อาทิ  เครื่องจั๊กกลิ้ง (Juggling เครื่องโยนลูกบอล) , Theseus หนูแม่เหล็กที่ควบคุมด้วยวงจรไฟฟ้าให้ออกจากเขาวงกต, Ultimate Machine (Useless Machine) อุปกรณ์ที่เหมือนเป็นอารมณ์ขัน เมื่ออุปกรณ์ชิ้นนี้ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปิดตัวเอง
1978 เขาเกษียณ และใช้ชีวิตอย่างสงบ ชอบการจั๊กกลิ้ง
ช่วงปี 90s แชนนอนล้มป่วยด้วยอาการของโรคอัลไซเมอร์ (Aljzheimer’s disease)

2001 24 กุมภาพันธ์, เสียชีวิตขณะมีอายุ 84 ปี ในเมดฟอร์ด, แมซซานชูเชตต์ (Medford, Massachusetts)


Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann