David Rockefeller


เดวิด ร็อคกี้เฟลเลอร์ (David Rockefeller)

เดวิด เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 1915 ภายในบ้านเลขที่ 10 ถนน 54 นิวยอร์ค, สหรัฐฯ  พ่อของเขาคือ จอห์น ดี. ร็อคกี้เฟลเลอร์ , จูเนียร์ (John D. Rockefeller, Jr. ) จอห์น ดี. จูเนียร์ เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของ จอห์น ดี. ร็อคกี้เฟลเลอร์ (John D. Rockkerfeller) ผู้ก่อตั้งแสตนดาร์ดออยด์ ( Standard Oil) ส่วนแม่ชื่อแอ๊บบี้ (Abby Aldrich) เธอเป็นลูกสาวของเนลสัน อัลดริช  (Nelson Aldrich) แกนนำสำคัญคนหนึ่งของพรรครีพับพลิกัน  จอห์นและแอ๊บบี้ แต่งงานในวันที่  9 ตุลาคม  1901
จอห์น ชอบสะสมกระเบื้องเคลือบของจีน ยุค ราชวงค์หมิง และคังซี  ในขณะที่แอ๊บบี้ชอบงานศิลปะพวกภาพของเอเชีย รวมถึงสนใจศิลปะจากพุทธศาสนา ซึ่งภายในบ้านมีห้อง “the Buddha room” เอาไว้เก็บรูปปั้นทั้งเจ้าแม่กวนอิมและพระพุทธรูป
เดวิด มีพี่สี่คน คือ จอห์น ดี. ร็อคกี้เฟลเลอร์ ที่ 3 (John D. Rockefeller III, 1906-1978) , เนลสัน  (Nelson Rockefeller, 1908-1979), ลอเรนซ์ (Laurance Rockefeller, 1910-2004), และวินโทรป (Winthrop Rockefeller, 1912-1973)
เดวิด เข้าเรียนประถมที่โรงเรียนลินคอล์น (Lincold School)
1932 เข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ด (Harvard University)
1933 เขาใช้ช่วงหยุดฤดุร้อนไปเรียนภาษาเยอรมันในเมืองมิวนิค ทำให้เขาได้เห็นเยอรมันในช่วงที่ฮิตเลอร์กำลังเริ่มเข้ามามีอำนาจ
1936 สำเร็จการศึกษาจากฮาร์วาร์ด ด้วยเกียรตินิยม (cum laude) หลังจากนั้นที่มาเรียนต่อที่ลอนดอนสคูล (London School of Economics) ด้านเศรษฐศาสตร์ เขาเรียนที่ LSE แค่ปีเดียว  ซึ่งที่นี่เขาได้รู้จักกับจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (John F. Kennedy) เป็นครั้งแรก
1940 ได้รับปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก้ (University of Chicago) ซึ่งหลังจากจบเขาได้ทำงานเป็นเลขานุการให้กับฟิโอเรลโล่ ลา กัวร์เดีย (Fiorello La Guardia) ผู้ว่านครนิวยอร์คขณะนั้น นานปีครึ่ง
แต่งงานกับมาร์กาเร็ต แม็กการ์ธ (Margeret “Peggy” McGrath, 1915-1996) พวกเขามีลูกด้วยกัน 6 คน เดวิด (David Jr.) อบิเกล (Abigail) เนว่า (Neva) มากาเร็ต (Margaret) ริชาร์ด (Richard) และอีลีน (Eileen)
1941 เริ่มเข้าทำงานกับกองทัพสหรัฐฯ 
1943 เข้าฝึกที่โรงเรียนทหาร Officer Candidate School (OCS) ในจอร์เจีย  ก่อนที่จะถูกส่งไปปฏิบัติงานเป็นสายลับในอัฟริกาตอนเหนือ และในฝรั่งเศส ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2
1945 หลังสิ้นสงครามโลก เขาได้เลือนยศเป็นกัปตัน
1946 เข้าทำงานกับธนาคารเชสเนชั่นแนล (Chase National Bank) ซึ่งขณะนั้นลุงของเดวิด  วินโทรป อัลดริช (Winthrop W. Aldrich) ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ (Chairman) ของธนาคารอยู่ เดวิดเริ่มทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ 
1949 ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการของ Council on Foreign Relations (CFR)
1955 ธนาคารเชสเนชั่นแนล ควบรวบกิจการเข้ากับบริษัทแมนฮัตตัน (The Manhattan Company) และใช้ชื่อใหม่ว่า ธนาคารเชสแมนฮัตตัน (The Chase Manhattan Bank)
1969 ได้รับตำแหน่งประธานกรรมการและประธานบริหาร (CEO) ของธนาคาร เขาอยู่ในตำแหน่งจนถึงปี 1981  ระหว่างอยู่ในตำแหน่งประธานของเซสแมนฮัตตัน เดวิดทุ่มเทให้กับการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ ทำให้เขาาสานสัมพันธ์กับผู้นำประเทศจีน, โซเวียต, อียิปต์ และสามารถนำธนาคารไปเปิดสาขาในประเทศเหล่านั้นได้
1971 คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) รัฐมนตรีต่างประเทศ  ริเริ่มแนวคิดการเปิดจีน (“Opening China initative”) โดยที่เดวิดให้การสนับสนุน
1973 เดวิดก่อตั้ง Trilateral Commission โดยที่เขาได้ตั้งเซซินสกี้ (Zbigniew Brzezinski) เป็นประธานคนแรก
1978 ก่อตั้ง Group of Thirty
1979 16 มกราคม, ซาร์โมฮัมหมัด ปาห์ลาวี (Shah Mohammad Reze Pahlavi) เสร็จลี้ภัยออกจาอิหร่านไปยังอียิปต์ ก่อนการปฏิวัติอิหร่าน (Iranina Revolution) สิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์
ช่วงเวลานี้เดวิด ได้ติดต่อกับเฮนรี่ คิสซิงเจอร์, และประธานาธิบดีคาร์เตอร์ (Jimmy Carter) เพื่อขอให้อนุญาติให้ซาห์ปาห์ลาวี เสด็จเข้ามาในสหรัฐฯ โดยอ้างว่าเพื่อเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma)
(Iran hostage crisis , 4 พ.ย. 1979-20 ม.ค.1981) เกิดเหตุการณ์วิกฤติตัวประกันในอิหร่าน เป็นการเผิชญหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งสำคัญ เมื่อนักศึกษาอิหร่านกลุ่มหนึ่งซึ่งสนับสนุนการปฏิวัติอิหร่าน ได้บุกสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน และจับตัวประกันเอาไว้ 444 คน เรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งตัวพระเจ้าซาห์โมฮัมหมัด ปาห์ลาวี  กลับมายังอิหร่าน เพื่อให้รับการลงโทษ
1981 เดวิดเกษียณจากงานที่ธนาคารเชสแมนฮัตตัน
1989 ก่อตั้งกองทุนเดวิด ร๊อคกี้เฟลเลอร์ (David Rockefeller fund)
2002 พิมพ์หนังสือชีวประวัติของตัวเองชื่อ Memoirs
2017 20 มีนาคม, เสียชีวิตในนิวยอร์ค ขณะมีอายุ 101 ปี


เดวิดมักตกเป็นข่าวลือและทฤษฏีสมคบคิดหลายเรื่อง เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ถึง 7 ครั้ง, อยู่เบื้องหลังการสร้างรัฐบาลโลก, การควบคุมเฟด (Federal Resevre), การสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี, เหตุการณ์ 911 การถล่มตึกแฝด (ทั้งทีตึกแฝด Twin Towers มีชื่อเล่นว่า เดวิด (David)กับ เนลสัน(Nelson) ตามชื่อของพี่น้องร็อคกี้เฟลเลอร์), การแพร่กระจายเชื้อไวรัส Zika


Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann