Afanasy Nikitin


อฟานาซี นิกิติน (Афанасий Никитин)
ผู้เขียน The Voyage beyond three seas


นิกิติน เกิดที่เมืองทีเวอร์ (Tver) ประเทศรัสเซีย นิกิตินน่าจะเป็นชาวรัสเซียคนแรกที่เดินทางไปยังอินเดีย และเป็นชาวยุโรปคนที่สองหลังจากนิคโคโล เดอ คอนติ (Niccolo de Conti) พ่อค้าชาวอิตาลี
ปูมหลังในชีวิตวัยเด็กก่อนการเดินทางของเขาไม่แน่ชัด นักประวัติศาสตร์บางคนคาดว่าเขาเกิดในปี 1433

นิกิตินได้ร่วมเดินทางกับคาราวานสินค้ากับคณะทูตของรัสเซียซึ่งถูกส่งมาโดยแกรนด์ดุ๊กแห่งมัสโชวี่ (Grand Duke of Muschovy) ไปยังเมืองชีร์วาน (Shivan) ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจันในปัจจุบัน  แต่ว่าเมื่อมาถึงยังริมฝังแม่น้ำโวลก้า คาราวานสินค้าได้ถูกโจรปล้นทำให้นิกิตินสูญเสียสินค้าของเขาที่นำมาจนหมด
นิกิตินเมื่อไม่มีทรัพย์สินใดๆ เขาก็ออกเดินทางต่อไปจนกระทั้งไปถึงเดอร์เบ็นต์ (Derbent) บริเวณสาธารณรัฐดาเกสถาน (Republic of Dagestan) ทางตอนใต้ของรัสเซีย ซึ่งที่เดอร์เบ็นต์นิกิตินได้พบกับชาวอินเดียป็นครั้งแรก เขารู้สึกประหลาดใจกับรูปลักษณ์ของชาวอินเดียที่มีสีผิวแตกต่างกับเขา และชาวอินเดียผู้นั้นแถบจะไม่สวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลย ชาวอินเดียบอกกับเขาว่าพวกเขานับถือพุทธ
1466 (1469) นิกิติน เดินทางมุ่งหน้าไปจนถึงอินเดีย โดยใช้เวลากว่า 6 สัปดาห์ล่องเรือผ่านทะเลอราเบีย นิกิตินขึ้นฝั่งอินเดียครั้งแรกที่รัฐกุจราช (Gujarat) จากนั้นได้เดินทางทางทะเลจากคามเบย์ (Cambay) ไปยังชวล (Chaul) ซึ่งเขาบรรยายผู้คนที่เมืองนี้ว่า ผู้หญิงปล่อยผมและไม่สวมเสื้อเพื่อปิดหน้าอก เขาอาศัยอยู่ในอินเดียนาน 3 ปี โดยได้เดินทางจากเกราล่า (Kerala) ไปยังศรีลังกา (Sri Lanka) ช่วงเวลาที่นิกิตินอยู่ในรัฐบาห์มานิ (Bahmani Sultanate) ของอินเดียซึ่งปกครองด้วยศาสนาอิสลาม รัฐนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเสื่อมลงเพราะสุลต่านกำลังทำสงครามกับรัฐวิจายานาการ์ (Vijayanagar Kingdom) ซึ่งเป็นรัฐที่นับถือฮินดู
นิกิตินบันทึกเอาไว้ว่าเขาถูกสุลต่านของบาห์มานิยึดเอาม้าไป แต่เมื่อรุ้ว่าเขาเป็นชาวรัสเซียซึ่งไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม สุลต่านก็เสนอว่าจะคืนม้าและมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่งถ้าเขายอมเปลี่ยนศาสนา ซึ่งดูเหมือนนิกิตินจะแกล้งเปลี่ยนศาสนาไปเพื่อเอาตัวรอด โดยไมีชื่อเป็นมุสลิมว่า โคจา ยุซุฟ โครซานี่(Khoja Yusuf Khorasani) และได้เข้าร่วมถือศีลในช่วงรอมฏอน ต่อมานิกิตินได้รับความช่วยเหลือจากโคจา โมฮัมเหม็ด (Koja Mohammed) เพื่อนของเขาจึงสามาถหนีออกมาได้
เขาเดินทางต่อไปยังไบดาร์ (Bidar~Karnnataka) ซึ่งเป็นรัฐฮินดู นิกิตินบอกว่าชาวฮินดูมีหลายลัทธิมาก แต่ก็สบายใจกว่าที่จะอยู่กับชาวฮินดู เพราะต่างลัทธิก็ทำตามวัตรปฏิบัติของตนไปโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่ว่าแต่ละลัทธิก็มีความเหมือนกันคือเชื่อในพระเจ้าและไม่มีใครกินเนื้อวัว
เขาเดินทางต่อมายังปาร์วัต (Parat) เมืองริมฝั่งแม่น้ำกฤษณะ ซึ่งที่นี้มีวัดสวยงามมากมาย และผู้หญิงก็แต่งกายกันด้วยเครื่องประดับที่สวยงาม
นิกิตินเดินทางต่อมาจนถึงคาลิคัต (Calicut) เมืองริมฝั่งทะเล ซึ่งที่เมืองนี้ปลูกเครื่องเทศหลากหลายประเภท
จากคาลิคัตเขาเดินทางข้ามทะเลมายังศรีลังกา
1471 (1474) หลังจากเดินทางท่องไปในอินเดียกว่า 3 ปี เขาเดินทางกลับรัสเซีย โดยได้ล่องเรือออกจากดับฮอล (Dabhol) มายังไครเมีย และเข้ารัสเซียตอนกลาง
1472 (1475) นิกิตินเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับรัสเซีย บริเวณสโมเลนส์ก (Smolensk)
หลังจากนิกิตินเสียชีวิตไปหลายปี งานเขียนของเขาก็ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่ และพิมพ์ออกมาในชื่อ The Voyang Beyond Three Seas

1955 ที่เมืองทีเวอร์บ้านเกิดของนิกิติน ได้มีการสร้างอนุเสารีย์ระลึกถึงเขา


Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann