Marian Rejewski



มาเรียน เรเจฟสกี้ (Marian Adam Rejewski)

เรเจฟสกี้ เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 1905 ในเมืองไบด์กอสซ์ (Bydgoszcz)หรือที่รู้จักในชื่อภาษาเยอรมันว่าเมืองบรอมเบิร์ก (Bromberg) ขณะนั้นเป็นดินแดนของปรัสเซีย , จักรวรรดิเยอรมัน ที่ถูกแบ่งแยกไปจากโปแลนด์
พ่อของเขาชื่อโจเซฟ (Jozef Rejewski) เป็นพ่อค้าขายบุหรี่ และแม่ชื่อมาติลด้า (Matylda Thoms)
1912 เข้าเรียนที่เฟเดริค วิลเฮลม์ จิมเนเซียม (Fryderyk Wilhelm Royal Gymnasium)
1920 ย้ายมาเรียนที่จิมเนเซียมในเมือไบด์กอสซ์ (Gymnasium in Bydgoszcz)
1923 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโปซแนน (Poznan University) ในสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
1929 ตอนที่ใกล้จะเรียนจบ อาจารย์ ซัดซิสลาฟ กรีโกวสกี้ (Zdzislaw Krygowski) ได้ส่งเรเจฟสกี้ไปเข้าร่วมโครงการลับ ในการอบรมการถอดรหัสซึ่งเป็นความริเริ่มของหน่วยถอดรหัส (Polish General Staff’s Cipher Bureau) สังกัดกระทรวงกลาโหมของโปแลนด์
1 มีนาคม,​ สำเร็จการศึกษา โดยได้วุฒิปริญญาโทด้านคณิตศาสตร์ เขาเขียนวิทยานิพนธ์ชื่อ Theory of double periodic functions of the second and third kind and its applications
หลังจากเรียนจบเรเจฟสกี้ ได้หยุดการอบรมคอร์สการถอดรหัส เพราะเขาตัดสินใจไปดูเรียนด้านสถิติเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยก๊อตตินเจ้น (Gottingen University) ในเยอรมัน
1931 เขาเดินทางกลับมา และได้ทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่ที่ ม.โปซแนน และกลับเข้าไปฝึกในคอร์สการถอดรหัสอีกครั้ง
1932 1 กันยายน, เขาเข้าร่วมกับหน่วยถอดรหัสอย่างเต็มเวลา  และกัปตันแม็คซิมิลเลีย (Maksymillian Ciezki) หัวหน้าหน่วยถอดรหัส ได้มอบหมายให้เรเจฟสกี้เพียงลำพัง ในการศึกษาเครื่องอินิกม่า 1 (Enigma I) โดยที่เรเจฟสกี้ ได้ใช้การเรียงสลับตำแหน่ง (method of permutation) มาใช้ในการถอดรหัส แทนที่จะใช้วิธีทางสถิติและภาษา
1933 ได้ร่วมงานกับเฮนริค ซีกัลสกี้ (Henryk Zygalski) และเจอซี่ โรซีสกี้ (Jerzy Rozycki) ที่มาทำงานที่หน่วยถอดรหัสในวอร์ซอด้วย
เมื่อสถานการณ์ในโลกมีความตึงเครียดมากขึ้น ได้มีการย้ายสถานที่ทำงานของทีมถอดรหัสไปที่ไพไร (Pyry) ในบริเวณป่าคาบาตี (Kabaty woods)
1934 20 มิถุนายน, แต่งงานกับอิเรน่า เรวานโดว์สก้า (Irena Maria Lewandowska) หลังแต่งงานพวกเขาอาศัยอยู่ในวอร์ซอร์  ก่อนที่ต่อมาอิเรน่าจะเดินทางกลับไปอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเธอใน Bydgoszcz  และคลอดลูกของพวกเขาสองคน ชื่อ แอนดร์เซจ (Andrzej, b.1936) และ จานิน่า (Janina, b.1939)
1938 เมื่อนาซีเยอรมันได้ใช้เครื่องอีนิกม่ารุ่นใหม่ วิธีการถอดรหัสเดิมใช้ไม่ได้ผล  ทีมถอดรหัสของโปแลนด์ โดยเรเจฟสกี้ ได้สร้างเทคนิค Bomba ที่ช่วยหารหัสประจำวันของอีนิกม่า และ ซีกัลสกี้ ได้สร้าง Perforated Sheet (Zygalski Sheets)
เรเจฟสกี้ ได้รับเหรียญ Gold Cross of Merit จากประธานาธิบดีของโปแลนด์จากผลงานการถอดรหัสอีนิกม่ารุ่นแรกได้
1939 ก่อนที่สงครามโลก ครั้งที่ 2 จะปะทุขึ้น เจ้าหน้าที่ของหน่วยถอดรหัสโปแลนด์ ได้นัดพบกับสายลับของฝรั่งเศส และอังกฤษ  เพื่อส่งมอบเอกสารเกี่ยวกับวิธีการถอดรหัสเครื่ออีนิกม่า โดยที่สายลับของฝรั่งเศส คือ พันเอกกุสต๊าฟ เบอร์ทรันด์ (Gustave Bertrand) , อองรี บรากูนี (Henri Braquenie)  และสายลับของอังกฤษ คือ อลัสแตร์ เดนนิสตัน (Alastair Denniston), อัลเฟรด โนว (Alfred Dilly Know), ฮัมเฟรย์ แซนวิธ (Humphrey Sandwith)  ส่วนเจ้าหน้าที่ของโปแลนด์ คือ พันโท กวิดอน แลนเจอร์ (Col. Gwidon Karol Langer) , พันโท สเตฟาน เมเยอร์ (Col. Stefan Mayer) ซึ่งเรเจฟสกรี้ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ซึ่งส่ิงที่ทางโปแลนด์มอบให้กับฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศส คือ เครื่องอินิกม่าที่ถูกสร้างขึ้นเลียนแบบ, Bomba และ Sheet
1 กันยายน, เยอรมันบุกโปแลนด์ 
17 กันยายน,​ เมื่อสงครามโลก เกิดขึ้น นักถอดรหัสทั้งสามคนได้ถูกพาออกจากกรุงวอร์ซอ ข้ามพรหมแดนเข้าไปในโรมาเนียและพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตอังกฤษที่นั้นแต่ถูกปฏิเสธ พวกเขาจึงหันไปติดต่อขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสและสุดท้ายพวกเขาได้ถูกพาไปยังกรุงปารีส ในขณะที่ภรรยาและลูกของเรเจฟสกี้ยังอยู่ในวอร์ซอ
พวกของเรเจฟสกี้ ถูกส่งไปทำงานถอดรหัสภายใต้การควบคุมของพันเอกกุสต๊าฟ  ที่อาคารชาโต้วิกโนลเลส (Château de Vignolles) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงปารีส
1940 17 มกราคม, ทีมถอดรหัสโปแลนด์สามารถถอดรหัสของนาซี ก่อนเดือนตุลาคม 1939 ได้ ซึ่งแปลว่าตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นมา นาซียังไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเข้ารหัส  ฝรั่งเศสสามารถถอดรหัสของนาซีได้กว่า 5084 ข้อความก่อนที่จะถูกนาซีบุกถึงกรุงปารีส
พฤษภาคม, เยอรมันบุกฝรั่งเศส และภายในเดือนมิถุนายนก็บุกถึงกรุงปารีส
22 มิถุนายน, ฝรั่งเศสประกาศยอมแพ้ต่อนาซีเยอรมัน
ทีมถอดรหัสได้ถูกย้ายหนีมาทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และต่อมาได้ถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินหนีไปยังอัลจีเรีย  
ที่เมืองวินชี (Vichy) ซึ่งยังไม่ได้ถูกนาซีเยอรมันยึดครอง จอมพลมาร์แชล เปเตน (Marshal Petain) ได้ประกาศตั้งรัฐบาลใหม่ของฝรั่งเศส ซึ่งถูกเรียกว่าวินชีฟรานซ์ (Vinchy France)  ซึ่งวินชีฟรานซ์ได้ถือว่าประเทศตัวเองเป็นพันธมิตรกับเยอรมัน 
สี่เดือนหลังจากฝรั่งเศสยอมแพ้ให้กับเยอรมัน ทีมของเรเจฟสกี้ได้กลับมายังวินซีฟรานซ์ ซึ่งไม่ถูกยึดครอง ทีมถอดรหัสยังได้รับหน้าที่ในการแกะรหัสอยู่ โดยที่พวกเขาไปทำงานอย่างลับๆ ที่ Chateau des Fouzes ใกล้กับ Uzes  
1942 9 มกราคม, เจอซี่ โรซีสกี้ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในอัลจีเรียระหว่างเดินทางกลับมาฝรั่งเศส
ช่วงปลายปีเยอรมันบุกวินชีฟรานซ์
9 พฤศจิกายน, เรเจฟสกี้ และซีกัลสกี้ถูกพาหนีจากฝรั่งเศส
ปีนี้เขาเขียน “Report of Cryptologic Work on the German Enigma Machine Cipher
1943 มกราคม เรเจฟสกี้ และซีกัลสกี้มาถึงยังเสปน  แต่ว่าเมื่อมาถึงสเปนพวกเขาก็ถูกจับกุมตัว โดยถูกนำไปขังไว้ที่คุกที่เมืองลาวู เดอะ อูรเกลล์ (La Seu d'Urgell) ก่อนที่ในเดือนมีนาคมจะถูกย้ายไปที่คุกในเลริด้า (Lerida) 
24 พฤษภาคม, ได้รับการประสานให้ปล่อยตัวโดยกาชาดของโปแลนด์ พวกเขาจึงถูกส่งไปยังกรุงแมดริด และจากที่นั่นพวกเขาเดินทางต่อไปยังโปตุเกสโดยใช้ทางรถไฟ และขึ้นเรือ HMS Scottish ของกองทัพมายังบริเวณชองแคบจิบรัลต้าร์ (Gibraltar)
2 สิงหาคม, พวกเขาขึ้นเครื่องบิน RAF Hendon จากจิบรัลต้าร์มาถึงยังอังกฤษในวันถัดมา ซึ่งเมื่อมาถึงอังกฤษแล้วพวกเขาได้เข้าร่วมกับกองทัพโปแลนด์ที่นั่น และอยู่กับกองทัพโปแลนด์ในอังกฤษจนกระทั้งสิ้นสงคราม โดยที่ระหว่างอยู่ในอังกฤษเขาไม่มีโอกาสรู้เกี่ยวกับโครงการถอดรหัสอีนิกม่าของอังกฤษที่เบลต์ชลีย์ปาร์ค (Bletchley Park)
1946 21 พฤษจิกายน, เขาเดินทางกลับโปแลนด์หลังสงครามโลก และได้กลับไปอยู่กับครอบครัวใน ไบด์ก๊อสซ์  เขาได้รับการติดต่อให้กลับไปทำานที่มหาวิทยาลัย  แต่เขาปฏิเสธ และเลือกไปทำงานเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ขายเคเบิ้ลกับบริษัทโปแลนด์เคเบิ้ล (Kabel Polski)
1947 แอนดร์เซจ ลูกชายวัย 11 ปีของเขาเสียชีวิตจากโรคโปลิโอ 
1950 เขาต้องตกจากงาน และเปลี่ยนอาชีพอีกหลายครั้ง
1954 ได้งานเป็นพนักงานขายหนังสือที่สหกรณ์สหภาพแรงงาน (Provincial Union of Labour Cooperatives)
1967 เขาได้เขียนบันทึกความทรงจำกับหน่วยถอดรหัส ไว้ในชื่อ “Memoirs of My Work in the Cipher Bureau of Section II of the Polish General Staff “ ก่อนที่จะเกษียณจากการทำงานไม่นาน ซึ่งบันทึกความทรงจำของเขาถูกซื้อไปโดยสถาบันประวัติศาสตร์ทางทหารโปแลนด์
1969 เรเจฟสกี้และครอบครัวย้ายมาอยู่ในวอร์ซอ
1973 นายพล กุสต๊าฟ เบอร์ทรันด์ ได้เขียนหนังสือ Enigma
1974 ฟรีเดอริค วินเทอร์โบธัม (Frederick W. Winterbotham) อดีตทหารอาการศที่เคยทำงานในโครงการอัลตร้า (Ultra) ของอังกฤษ ได้เขียนหนังสือ The Ultra Secret 
หนังสือ Enigma และ The Ultra Secret ช่วยเปิดเผยความเข้าใจถึงบทบาทของหน่วยถอดรหัสโปแลนด์และเรเจฟสกีกับทีมของเขาในการถอดรหัสเครื่องอีนิกม่า หลังจากที่เคยเป็นความลับทางทหารมาหลายสิบปี
1978 12 สิงหาคม, ทางการโปแลนด์มอบเหรียญ Order of Polonia Restituta ให้กับเขา
1980 13 กุมภาพันธ์, เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ภายในบ้านที่วอร์ซอว์ ขณะมีอายุ 74 ปี  ร่างของเขาถูกนำไปฝังที่สุสานทหาร Powazki Military Cemetery โดยมีพิธีแบบทหารเพื่อเชิดชูเกียรติของเขา

2000 21 กรกฏาคม, ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ (Alexsander Kwasniewski) ของโปแลนด์ มอบรางวัลสูงสุดสำหรับพลเมือง the Grand Cross of the Order of Polonia Restituta ให้กับเรเจฟสกี้ และเฮนริค ซีกัลสกี้


Popular posts from this blog

Anna Pavlova

Kurt Lewin

Alexander Friedmann