Tamara Bunke


ทามาร่า บันกี้ (Haydee Tamara Bunke Bider) 
รู้จักกันในชื่อทาเนีย (Tania) ผู้หญิงคนเดียวในกองกำลังชองเช กูวาร่า (Che Guevara)

ทาเนีย เกิดในบูโนส ไอเรส (Buenos Aires, Argentina)  วันที่ 19 พฤศจิกายน 1937 พ่อของเธอเป็นชาวเยอรมันชื่ออีริช (Erich Bunke) และแม่ชื่อนาเดีย (Nadia Bider) มีเชื้อสายโปแลนด์ ทั้งคู่เป็นครู  มีเชื้อยิว และเป็นคอมมิวนิสต์ 
อีริชเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน ในปี 1928 แต่ว่าต้องหนีออกจากเยอรมันมายังอาร์เจนติน่าในปี 1933 เมื่อพรรคนาซีเริ่มมีอำนาจ  ทั้งอีริชและนาเดียยังทำงานเป็นครูในอาร์เจนติน่า และอีริชก็เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์อาร์เจนติน่า
1951 ครอบครัวของเธอย้ายกลับมายังเยอรมันวันออก
ต่อมาทาเนีย เข้าเรียนอักษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮัมโบล์ต (Humboldt University) ในเบอร์ลินตะวันออก ระหว่างที่เรียนหนังสือทเธอได้เข้าร่วมกับพรรคสังคมนิยมเพื่อการรวมชาติเยอรมัน (Socialist Unity Party of Germany, SED) และได้เป็นสมาชิกของกลุ่มยุวชนเพื่ออิสรภาพเยอรมัน (Free German Youth, FGY)
1959 เกิดการปฏิวัติคิวบา (Cuban Revolution)
1960 ทาเนียได้มีโอกาสพบกับเช กูวาร่า (Che Guevara) ครั้งแรกระหว่างที่เชเดินทางมาเยือนเมืองลิปซก (Leipzig) เยอรมันตะวันออก ซึ่งตอนนันทาเทียอาสาทำงานเป็นล่ามให้กับเช เพราะเธอเห็นเชเป็นฮีโร่ และทาเนียมีความสามารถในการพูดได้สี่ภาษา คือ อังกฤษ, รัสเซีย, สเปน และเยอรมันในระดับเดียวกับเจ้าของภาษา 
1961 ทาเนียได้เดินทางมาคิวบา และเข้าเรียนที่มหาวิทยาฮาวาน่า (University of Havana) ในคณดาวารสารศาสตร์
ต่อมาเธอได้ทำงานในกระทรวงศึกษาธิการของคิวบา,สถาบันเพื่อมิตรภาพกับประชาชน (Cuban Institute of Friendship with the Peoples) และที่สหภาพสตรีคิวบา (Federation of Cuban Women)
ทาเนียยังออกไปทำงานอาสาสมัครในต่างจังหวัด ช่วยสร้างโรงเรียน สร้างบ้าน ทำงานเกษตรกรรม

1963 ทาเนียเข้าร่วมโครงการขยายการปฏิวัติเพื่อต่อต้านจักรวรรดิยมอเมริกาของเช ไปในประเทศลาตินอเมริกา โดยทาเนียถูกส่งไปฝึกที่จังหวัดไพน่า เดล ริโอ (Pindar del Rio) ทางตอนใต้ของคิวบา โดยเธอได้รับการฝึกการต่อสู้, การป้องกันตัว และการใช้อุปกรณ์สื่อสารจากเดเนียล รามิเรซ (Daniel Alarcon Ramirez) หรือชื่อรหัสว่า เบนิกโน่ (Benigno)  … ระหว่างที่ฝึกอยู่นี้เองที่เธอเลือกใช้ชื่อ “Tania” เป็นชื่อเรียกในหมู่เพื่อนฝูงนักรบของเธอ
ระหว่างที่ฝึกการต่อสู้ทาเนียยังใช้ชีวิตในการทำไร่ปลูกพืชตามวิถีชีวิตของชาวคิวบาไปด้วย 
1964 ตุลาคม, ทาเนียเดินทางมาโบลิเวีย โดยใช้นามแฝงว่าลอร่า บัวเออร์ (Laura Gutierrez Bauer) ใช้สัญชาติอาร์เจนติน่า เพื่อทำหน้าที่เป็นสายลับและส่งข้อมูลให้กับเช ซึ่งความสามารถของเธอทำให้เธอแฝงตัวเข้าไปอยู่ในแวดวงระดับสูงทางการเมืองของโบลิเวียได้อย่างรวดเร็ว เธอยังทำหน้าที่เตรียมสถานที่พักให้กับนักรบที่จะถูกส่งตัวเข้ามา
ระหว่างอยู่ในโบลิเวียเธอปกปิดตัวเองด้วยการทำงานเป็นนักโบราณคดีและนักมนุษยศาสตร์ ทีมาศึกษาศิลปะและดนตรีพื้นเมือง
1965 ทาเนียแต่งงานกับมาริโอ มาร์ติเนซ (Mario Martinez) นักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าลูกชายของวิศกรเหมืองแร่ เพื่อที่จะได้สัญชาติโบลิเวีย
1966 ทางการโบลิเวียพบว่าทาเนียเป็นสายลับ ทำให้ทาเนียต้องหนีไปรวมกลุ่มกับของเชในภูเขา ซึ่งเธอรับผิดชอบงานด้านอาหารและการสื่อสาร ซึ่งจากคำบอกเล่าของเบนิกโน่ หนึ่งในผู้รอดชีวิตไม่กี่คนจากการเข้าไปปฏิบัติการณ์ในโบลิเวียของเช  เบนิกโน่เชื่อว่าทั้งสอง เช และทาเนียน่าจะเป็นคนรักกัน
ไม่นานทาเนียล้มป่วยเพราะเชื้อปาราสิต (Chigoe flea) ในป่า 
เช ตัดสินใจส่งนักรบที่ป่วย 16 คน ร่วมทั้งทาเนียออกจากป่าเพื่อที่จะไปรักษาตัว 
1967 31 สิงหาคม, เสียชีวิตในโบลิเวีย ขณะที่เธอมีอายุเพียง 29 ปี ทาเนียเสียชีวิตเพราะว่าหน่วยของเธอที่กำลังพยายามจะออกจากป่า ถูกโจมที่ระหว่างที่กำลังข้ามแม่น้ำริโอ (Rio Grande) บริเวณวาโด เดช เวโซ่ (Vado del Yeso)  ทาเนียหนีลงไปในแม่น้ำ โดยครึ่งหนึ่งของตัวจมอยู่ในน้ำและเธอถือปืนไว้เหนือศรีษะ ระหว่างนั้นเธอก็ถูกยิงเข้าที่บริเวณปอดและเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนอีก 8 คน
6 กันยายน, ทหารโบลิเวียเก็บศพของทาเนียที่ลอยไปในแม่น้ำได้ ซึ่งศพของเธอถูกนำไปแสดงให้ประชาชนดูก่อนที่จะถูกทำไปประกอบพิธีตามศาสนาคริสต์ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลมีแค่ต้องการโยนร่างเธอไปในสุสานนิรนามร่วมกับผู้ก่อการร้ายทั่วไป แต่ว่ามีหลายคนเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว จึงควรให้การดูแลร่างของทาเนียอย่างเหมาะสมตามศาสนาก่อน
1998 13 ตุลาคม, มีการค้นพบโครงกระดูกของทาเนียในหลุมเล็กๆ ภายในค่ายทหารที่วัลเลย์แกรนด์ (Vallegrande)  ร่างที่เหลืออยู่ของทาเนียถูกส่งกลับมายังคิวบาและนำไปไว้ที่สุสานเช กูวาร่า (Che Guevara Mausoleum) ในซานต้า คลาร่า (Santa Clara) 




Popular posts from this blog

Anna Pavlova

B. F. Skinner

Alexander Friedmann