Virginia Apgar


เวอร์จิเนีย อัปการ์ (Virginia Apgar) 
Apgar’s score

อัปการ์ เกิดวันที่ 7 มิถุนายน 1909 ในเวสต์ฟิล์ด, นิว เจอร์ซีย์ (Westfield, New Jersey) เธอเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมดสามคน พ่อของเธอชื่อชาร์ลี (Charles Apgar) และแม่ชื่อเฮเลน (Helen) พ่อของเธอทำงานเป็นคนขายประกัน 
1925 จบมัธยมจากเวสต์ฟิล์ดไฮสคูล (Westfield High School)  หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่ จากเมานต์โฮลโยกคอลเลจ (Mount Holyoke College)
1929 จบปริญญาตรีด้านสัตววิทยา จากเมานต์โฮลโยกคอลเลจ โดยวิชาโททางด้านสรีระศาสตร์และเคมี
หลังจากั้นได้เข้าเรียนต่อแพทย์ที่วิทยาลัยแพทย์และศัลยแพทย์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University of College of Physicians and Surgeons (P&S) ในนิวยอร์ค 
1933 จบแพทย์จาก P&S
1937 กลับมาทำงานที่ P&S
1938 ได้เป็นผู้อำนวยการของแผนกวิสัญญีของ P&S ที่มีการก่อตั้งขึ้นใหม่
1949 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านวิสัญญีที่ P&S ซึ่งเธอเป็นศาตราจารย์ในสาขานี้คนแรกของสหรัฐฯ อัปการ์อยู่ในตำแหน่งนี้จนถึงปี 1959
1953 อัปการ์ได้แนะนำ Apgar score ซึ่งใช้ประเมินสุขภาพของทารกแรกเกิด ซึ่งประเมินจากสุขภาพของทารกในช่วงห้านาทีแรกของการเกิด ซึ่งมีการนำข้อมูล อาทิ อัตราการเต้นของหัวใจ (heart rate),​ อัตราการหายใจ (breathing) , กล้ามเนื้อ (muscle tone), การตอบสนอง (reflex irritability) และสีผิว (skin color) มาใช้ในการประเมิน อัปการ์แนะนำ Apgar score ลงในบทความชื่อ “A Proposal for a New Method of Evaluation of the Newborn Infant” ในนิตยสาร Current Researches in Anesthesia and Analgesia
1959 อัปการ์ลาออกจาก .โคลัมเบีย เพื่อเรียนต่อด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮ๊อพกิ้น (Johns Hopkins University) ระว่างนี้เธอได้ทำงานที่มูลนิธิ March of Dimes Foundation ไปด้วย โดยดูแลงานด้านสาธารณสุขและการป้องการการติดเชื้อระหว่างการตั้งครรภ์ของมูลนิธิ
1964 เกิดการระบาดของหัดเยอรมัน (rubella pandemic, 1964-1965) ซึ่งมีผู้ป่วยกว่า 1.2 ล้านคนในสหรัฐฯ โรคนี้อาจจะทำให้เด็กที่เกิดมามีความพิการทางร่างกาย หูหนวก ตาบอด หรือพิการทางสมองได้  ช่วงเวบานี้อัปการ์จึงรณรงค์ให้มีการใช้วัคฉีนรวมเพื่อป้องกันโรคหัดเยอรมัน
จบปริญญาโทด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮ๊อพกิ้น
1972 เขียนหนังสือ Is My Baby All Right? ร่วมกับโจอัน เบ๊ค (Joan Beck) 
1974 นิตยการ Ladies Home Journal เลือกเธอให้เป็นผู้หญิงแห่งปี
ปีนี้แอ๊ปการ์ยังได้รับงานสอนหนังสือที่จอห์นฮ๊อฟกิ้นด้วย 

1974 7 สิงหาคม, เธอเสียชีวิตจากอาการตับแข็ง



Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann