Friedrich Engels


ฟรีดริช แองเกิ้ลส์ (Friedrich Engels)
ผู้เขียน Communist Manifesto ร่วมกับคาร์ล มาร์กซ์

แองเกิ้ลส์ เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 1820 ในบาร์เมน, ราชอาณาจักรปรัสเซีย (Barmen, Prussia) ส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐเยอรมันขณะนั้น
แองเกิ้ลส์เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย เขาเป็นพี่ชายคนโต และมีพี่น้องอีกแปดคน พ่อของเขาชื่อ แองเกิ้ลส์ (Friedrich Engels, 1797-1860) เป็นเจ้าของโรงงานทอผ้า ส่วนแม่ชื่ออลิซาเบธ (Elisabeth “Elise” Franziska Mauritian von Haar , 1801-1878) ครอบครัวของพวกเขานับถือนิกายโปเตสแตนส์ 
แองเกิ้ลส์เร่ิมเรียนหนังสือที่โรงเรียนในเมืองบาร์เมน
1834 พ่อส่งเขาไปเรียนที่มัธยมในเมืองเอเบอร์เฟล์ด (Elberfeld)
1837 ลาออกจากโรงเรียนกลางคันตามคำขอของพ่อ และถูกส่งตัวไปทำงานในสำนักงานการค้าของครอบครัวที่บาร์เมน
1838 ย้ายไปทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่บริษัทการค้าของครอบครัวบรีเมน (Bremen) โดยระหว่างนี้ไม่ได้รับเงินเดือน โดยหวังว่าแองเกิ้ลส์จะเรียนรู้การทำงานเพื่อกลับมาเป็นนักธุรกิจเหมือนตน
กันยายน, แองเกิ้ลส์ ตีพิมพ์ผลงานเขียนบทกวีของตัวเอง ชื่อ “The Bedouin” ลงในวารสาร Bremisches Conversationsblatt No.40
ช่วงเวลานี้เขายังเริ่มเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์โดยโจมตีสภาพสังคม โดยใช้นามปากกาว่าFriedrich Oswald” 
1841 เข้าเป็นทหารในกองทัพของปรัสเซีย และได้ถูกส่งมาประจำอยู่ในเบอร์ลิน ซึ่งระหว่างอยู่ในเบอร์ลินแองเกิ้ลส์ได้เข้าไปฟังเลคเชอร์ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน (University of Berlin) และได้สมาคมกับผู้ศึกษาแนวคิดของเฮเกล
1842 เมื่อปลดประจำการณ์ เขาได้กลับมายังบาร์เมน และได้มีโอกาสพบกับเมเซส เฮสส์ (Moses Hess) ซึ่งมีอิทธิพลทำให้เขาเปลี่ยนมาเป็นคอมมิวนิสต์ ฟริดริชเริ่มพัฒนาความสามารถทางภาษาของตัวเองจนสามารถใช้ได้สิบกว่าภาษา เพื่อที่จะได้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมทั่วยุโรป 
ต่อมาพ่อแม่ของแองเกิ้ลส์ส่งเขาไปเมืองแมนเชสเตอร์ในอังกฤษ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมของอังกฤษขณะนั้น โดยเขาได้เข้าทำงานที่บริษัท Erman and Engel’s Victoria Mill ของครอบครัวซึ่งผลิตด้ายเย็บผ้า
ที่เมืองนี้แองเกิ้ลส์ยังได้รักพับแมรี่ เบิร์น (Mary Burns) หญิงชาวไอร์แลนด์ซึ่งเป็นแรงงานอยู่ในโรงงานของเขา ทั้งคู่คบกันนานกว่า 20 ปี แต่ว่าไม่ได้แต่งงานกัน เพราะว่าแองเกิ้ลส์ต่อต้านศาสนาและเห็นว่าศาสนาเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อการปกครองกดขี่ของชนชัน
พฤศจิกายน, ในแมนเชสเตอร์ แองเกิ้ลส์ได้มีโอกาสพบกับคาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) ครั้งแรก หลังจากแองเกิ้ลส์เขียนบทความลงในแม็กกาซีน Rheinische Zeitung ได้ระยะหนึ่ง ซึ่งแม็กกาซีนนี้มาร์กซ์เป็นบรรณาธิการ
1843 มีผลงานเขียน Outline of a Critique of Political Economy ซึ่งเป็นงานเขียนในมุมมองทางเศรษฐกิจชิ้นแรกของเขา
1844 เขาเดินทางกลับเยอรมัน ระหว่างการเดินทางได้พบกับมาร์กซ์ในปารีส ซึ่งแองเกิ้ลส์ได้ส่งบทความ Outline of a Critique of Political Economy  ให้มาร์กซ์ พิมพ์ลงในวารสาร Deutsch-Franzosische Johrbucher ซึ่งวารสารฉบับนี้มาร์กซ์ทำขึ้นมาใหม่หลังจาก Rheinische Zeitung ถูกทางการปรัสเซียสั่งให้ปิดไป
ระหว่างที่อยู่ในปารีสแองเกิ้ลส์และมาร์กซ์กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน แองเกิ้ลส์เข้าเป็นสมาชิกของ League of the Just กลุ่มสมาคมลับซึ่งก่อตั้งตั้งแต่ 1837 เพื่อปฏิวัติสังคม และยังช่วยมาร์กซ์ในการเขียนหนังสือและทำวารสาร
1845 พิมพ์ The Condition of the Working Class in England เป็นงานเขียนที่รวมบทความของเขาเกี่ยวกับปัญหาการใช้แรงงานจากการที่เขาได้ไปสำรวจสภาพการทำงานในแมนเชสเตอร์และซาลฟอร์ด (Sanford) ซึ่งแองเกิ้ลส์ พบปัญญาการใช้แรงงานเด็ก, สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในกาาทำงาน, การทำงานหนักเกินเวลาและความยากจนของแรงงาน

กันยายน, แองเกิ้ลส์กลับมาอยู่ในบาร์เมน, เยอรมัน ส่วนมาร์กซ์ไปอาศัยอยู่ที่เบลเยี่ยม เพราะตำรวจปารีสทำการกวาดล้างพวกหัวรุนแรง แองเกิ้ลส์เริ่มให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับมาร์ก
ช่วงปลายปีแองเกิ้ลส์เดินทางไปยังกรุงปรัสเซลเพื่อพบกับมาร์กซ์อีกครั้งหนึ่ง และได้ช่วยในการเขียน German Ideology 
ช่วงที่อยู่ในบรัสเซล แองเกิ้ลส์และมาร์กซ์ยังติดต่อและให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของแรงงานอในเยอรมัน พวกเขามีการติดต่อกับลีกคอมมิวนิสต์เยอรมัน (German Communist League) ซึ่งตั้งขึ้นมาแทน League of the Just ที่ยุบตัวลงไป ซึ่งคอมมิวนิสต์ลีกได้จ้างให้แองเกิ้ลส์และมาร์กซ์เขียนแผ่นพับสรุปแนวคิดและหลักการของคอมมิวนิสต์ ซึ่งแผ่นพับนี้เมื่อเสร็จถูกรู้จักกันในชื่อ Communist Manifesto 
1848 21 กุมภาพันธ์, The Communist Manifesto พิมพ์ออกมาครั้งแรก 
22 กุมภาพันธ์, (1848 Revolution in France, 22 ..-2 ..) เกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศส ซึ่งทำให้กษัตริย์หลุยส์-ฟิลิปเป้ (King Louis Philippe) ถูกโค่นลงจากราชบังลังค์ และมีการเปลี่ยนฝรั่งเศสไปสู่ระบบสาธารณรัฐเป็นครั้งที่ 2 (French Second Republic)
และการปฏิวัตฝรั่งเศสในปีนี้ทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงกระจายไปทั่วยุโรป 
มีนาคม, เกิดการปฏิวัติเยอรมัน (March Revolution, 1848-1849)
แองเกิ้ลส์และมาร์กซ์ได้ออกจากบรัสเซลและมาอยู่ที่โคโลญน์ ที่นี้พวกเขาเริ่มทำหนังสือพิมพ์รายวัน Neue Rheinische Zeitung ขึ้นมา 
1849 มกราคม, ฟริดริชเริ่มเขียนคอลัมน์ที่ใช้ชื่อว่า “From the Theater of War” ลงใน Neue Rheinische Zeitung ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่เขาเขียนเกี่ยวกับสถานะการณ์การต่อสู้และสงครามในฮังการีซึ่งเพิ่งประกาศตัวเองเป็นสาธารณรัฐ 
มิถุนายน, เกิดการปฏิวัติในปรัสเซีย ทำให้หนังสือพิมพ์ Neue Rheinische Zeitung ถูกสั่งปิด และมาร์กซ์ถูกเนรเทศออกจากปรัสเซีย แต่ว่าแองเกิ้ลส์ยังคงอยู่ในปรัสเซียและเขาได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับกองทหารของออกัส วิลลิช (August Willich) ซึ่งควบคุม Free Corps หน่วยอาสาสมัครฝ่ายซ้ายซึ่งจับอาวุธขึ้นสู้กับกองทัพปรัสเซีย 
แต่ว่าสุดท้ายแล้ว Free Corps ถูกปราบปราม และออกัส วิลลิช หนีไปยังสหรัฐฯในขณะที่ฟริดริช หนีเข้าสวิสเซอร์แลนด์ก่อนที่จะไปถึงอังกฤษอย่างปลอดภัยในช่วงเดือนตุลาคม
1851 ในอังกฤษ ฟริดริชมาทำงานในโรงงานของพ่อของเขาในแมนเชสเตอร์ ส่วนหนึ่งเพื่อหาเงินในการสนับสนุนมาร์กซ์ซึ่งใช้ชีวิตอย่างยากจน
ธันวาคม, หลุยส์ โบนาปาร์ต (Louis Bonaparte) ทำรัฐประหารในฝรั่งเศส และตั้งตัวเองขึ้นเป็นประธานาธิบดีตลอดชีพ ซึ่งมาร์กซ์และแองเกิ้ลส์ผิดหวังกับการรัฐประหารครั้งนี้
1861 เกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐฯ (American Civil War, 1861-1865) ช่วงเวลานี้แองเกิ้ลส์และมาร์กซ์ได้เขียน The Civil War in the United States ไปตีพิมพ์ลงใน New York Tribune และ Die Presse ในเวียนนา
1863 แมรี่ เบิรน , คนรักของแองเกิ้ลส์เสียชีวิตจากโรคหัวใจ หลังจากนั้นแองเกิ้ลส์ได้ไปคบหากับลิเดีย (Lydia “Lizzie” Burns) น้องสาวของแมรี่ เบิร์น อย่างเปิดเผย
1867 มาร์กซ์ พิมพ์ The Capital 
1870 แองเกิ้ลส์เกษียณตัวเองจากธุรกิจ และย้ายมาอยู่ในลอนดอน ใกล้กับที่พักของมาร์กซ์ 
1878 เขียน Anti-Duhring เพื่อตอบโต้กับยูเจน ดูห์ริง (Eugen Duhring) นักสังคมนิยมเยอรมันที่พยายามเสนอทฤษฏีสังคมนิยมของตัวเองมาแทนแนวคิดแบบมาร์กซิสต์
11 กันยายน, แองเกิ้ลส์แต่งงานกับ ลิเดีย ก่อนหน้าที่ลิเดียจะเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมง
1883 มาร์กซ์ เสียชีวิต
หลังจากมาร์กซ์เสียชีวิต ฟริดริชได้อุทิศเวลาเพื่อศึกษางานเขียนที่มาร์กซ์ทิ้งเอาไว้และนำมาเรียบเรียงออกมาเป็นหนังสือ The Poverty of Philosophy และแปล The Capital เป็นภาษาอังกฤษ และเรียบเรียง The Capital   เล่ม 2,3

1895 5 สิงหาคม, เสียชีวิตในลอนดอนจากมะเร็งที่ลำคอ ขณะมีอายุ 74 ปี 



Popular posts from this blog

B. F. Skinner

Anna Pavlova

Alexander Friedmann