อิชิอิ ชิโระ (石井 四郎)

ผู้อำนวยการของ Unit 731 หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่วิจัยและผลิตอาวุธชีวภาพให้กับกองทัพญี่ปุ่น 

ชิโระเกิดวันที่ 25 มิถุนายน 1892 ในหมู่บ้านชิโยดะ (Chiyoda village) จังหวัดชิบะ (Chiba)  พ่อของเขาชื่อว่าคัตสุยะ (Katsuya Ishii) มีอาชีพผลิตเหล้าสาเก   ส่วนแม่ชื่อชิโย (Chiyo) เธอเป็นคนจากสายตระกูลอุเอดะ (Ueda clan) ชิโระนั้นเป็นลูกคนที่สี่ของครอบครัว จากพี่น้องทั้งหมดหกคน ซึ่งเป็นผู้ชายสี่คนและผู้หญิงสองคน พี่ชายคนโตนั้นเสียชีวิตในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น 

เข้าเรียนที่โรงเรียนชิบะ (Chiba Imperial School) 

เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมปลายคานาซาว่า (Kanazawa High School) ในจังหวัดอิชิกาวะ (Ishikawa)

1916 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto Imperial University) ด้านการแพทย์

1921 ถูกบรรจุเข้าเป็นแพทย์ทหารในกองทัพญี่ปุ่น โดยได้รับยศร้อยโท

1922 ถูกส่งมาอยู่ที่ โรงพยาบาลทหารและโรงเรียนแพทย์ทหาร ที่ 1  (1st Army Hospital and Army Medical School) ในโตเกียว 

1924 เข้าเรียนต่อในระดับหลังปริญญาเอกที่ ม.โตเกียว ซึ่งระหว่างเรียนชิโระชอบที่จะเพาะแบคทีเรียเอาไว้ในจานเพาะเชื้อในฐานะสัตว์เลี้ยง

1925 ได้เลือนยศเป็นร้อยเอก

1927 จบปริญญาเอก  และเร่ิมทุมเทให้กับการพัฒนาอาวุธชีวภาพของกองทัพญี่ปุ่น 

เขาแต่งงานกับคิโยโกะ (Kiyoko) ซึ่งเป็นลูกสาวของอะรากิ โตราซาบุโระ (Araki Torasaburo) ซึ่งเป็นประธานองค์มนตรีของจักรพรรดิญี่ปุ่น และเขายังเป็นประธานของมหาวิทยาลัยโตเกียว

1928 ระหว่างปี 1928-1930 ชิโระเดินทางไปในหลายประเทศในยุโรป และทวีปอเมริกา เพื่อดูงานเกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเคมีและชีวภาพ ซึ่งถูกใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งการเดินทางไปยุโรปครั้งนี้ยังทำให้ชิโระได้ใกล้ชิดกับ รมต.กลาโหมญี่ปุ่น ซาดาโอะ อะรากิ (Sadao Araki) ทำให้เขาได้รับการอุปถัมภ์จากรัฐมนตรี

1930 กลับมาญี่ปุ่น 

1932 ชิโระได้ขอย้ายจากญี่ปุ่นมาอยู่ในแมนจูกั๊วะ (Manchukuo) ดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่อยู่ใต้การยึดครองของญี่ปุ่น และเขาได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีกลาโหม ซาดาโอะ อะรากิ ให้เป็นผู้รับผิดชอบหน่วยงานวิจัยป้องกันโรคระบาดของกองทัพ (Army Epidemic Prevention Research Laboratory, AERPL) ซึ่ง ชิโระ ก็ได้ตั้งหน่วยที่ทำการวิจัยลับๆ ขึ้นมา ชื่อว่าหน่วยทาโกะ (Tōgō Unit) เพื่อวิจัยอาวุธเคมีและชีวภาพ

1935 ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นศัลยแพทย์อาวุโสของกองทัพ

1936 หน่วยทาโกะ กลายมาเป็น Unit 731 และชิโระถูกแต่งตั้งให้ดูแล Unit 731 อย่างเป็นทางการ ซึ่ง Unit 731 ตั้งอยู่ในเมืองฮาร์บิน (Harbin) ของจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแมนจูกั๊วะ

Unite 731 นี้มีชื่อบังหน้าอย่างเป็นทางการว่า แผนป้องกันโรคระบาดและหน่วยกรองน้ำ (The Epidemic Prevention and Water Purification) ประจำกองทัพกวันตง (Kwantung Army) ซึ่งหน้าที่ที่แท้จริง คือการทำการวิจัยและสร้างอาวุธชีวภาพ โดยได้จับนักชาวจีนและชาวรัสเซียมาเป็นสัตว์ทดลอง โดยที่นี่มีการวิจัย เชื้อโรค กาฬโรค, ฝีดาษ, อิวาห์, โบทูลิซึม, แอนแทร็กซ์ มีการใช้นักโทษมาวิจัย โดยการให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ มีการบังคับตั้งครรถ์ และมีการผ่าดูอวัยวะภายใน ระบบไหลเวียนเลือดต่างๆ เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งผลการวิจัยนำไปสู่การปล่อยเชื้อโรคเหล่านั้นลงในแหล่งน้ำ อาหาร และยังพัฒนาระเบิดเชื้อโรค ซึ่งบรรจุเห็บหมัดที่มีเชื้อโรคเข้าไปในระเบิดที่ทำจากเซรามิค ก่อนจะนำไปทิ้งทางอากาศ ประมาณว่ามีชาวจีน 3,000 คนถูกใช้ในการทดลอง และมีชาวจีนกว่า 200,000 คนที่เสียชีวิตจากอาวุธชีวภาพที่สร้างขึ้นจาก Unit 731 นี้

1945 ในช่วงก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 จะยุติ ชิโระได้วางแผนที่จะโจมตีสหรัฐฯ ด้วยอาวุชีวภาพ โดยกำหนดวันเอาไว้ในเดือนกันยายน ปฏิบัติการครั้งนี้เรียกยุทธการณ์ดอกไม้บานตอนกลางคืน (Operation Cherry Blossoms at Night) ซึ่งจะโปรยเห็บที่มีเชื้อโรคทางอากาศบริเวณซาน ดิเอโอ ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเครื่องบินที่จะใช้ในปฏิบัติการณ์นี้ขนส่งโดยเรือดำน้ำ I-400 ซึ่งสามารถบรรทุกเครื่องบิน Aichi M6A1 ได้สามลำ  แต่ว่าแผนการณ์ถูกยกเลิกหลังจากญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามเสียก่อนในเดือนสิงหาคม

1949 ธันวาคม, (Khabarovsk war Crime Trials) สหภาพโซเวียตทำการพิจารณาตัดสินคดีการใช้อาวุธเคมีชีวภาพของกองทัพญี่ปุ่นในสงคราม ซึ่งการพิจารณาคดีนี้จัดขึ้นในเมืองคาบารอฟส์ก (Khavarovsk) ของสหภาพโซเวียต 

แต่ว่าชิโระ ไม่ได้ถูกดำเนินคดีที่คาร์บารอฟส์ก เพราะว่าหลังจากสงครามโลกสิ้นสุด ชิโระถูกสหรัฐฯ จับตัวเอาไว้ สหรัฐฯ ซึ่งสนใจข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยอาวุธชีวภาพของญี่ปุ่นจึงให้ความคุ้มครองอาชญากรญี่ปุ่นหลายคนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเหล่านั้น

ซึ่ง ดร.ริชาร์ด เดรย์ตัน (Richard Drayton) อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ได้อ้างว่า ชิโระ ถูกนำตัวมายัง Fort Detrick ในแมรี่แลนด์ ตั้งแต่ปี 1947 เพื่อช่วยในโครงการพัฒนาอาวุธชีวภาพ

ในปี 1988 หนังสือพิมพ์ Los Angeles Times ได้เปิดเผยว่าในปี 1947 สหรัฐฯ โดยนายพลดักลาส แม็กอาร์เธอร์ (General Douglas MacArthur) ได้ทำข้อตกลงลับกับญี่ปุ่นเพื่อปกปิดการกระทำอาชญากรรมสงครามของ Unit 731 เพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อมูลการวิจัย 

ชิโระไปทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับ Fort Detrick ระหว่างปี 1946-1949 โดยได้รับเงินเดือน 250,000 เยน 

1959 9 ตุลาคม,  ชิโระ เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในลำคอ ที่โรงพยาบาลในชินจูกุ