วิลเฮล์ม คานาริส (Wilhelm Franz Canaris) 

หัวหน้าหน่วย แอ๊บแวห์ร (Abwehr) หน่ว่ยข่าวกรองของกองทัพเยอรมัน ในระหว่างปี 1935-1944

คานาริส เกิดเมื่อ 1 มกราคม 1887 ในดอร์ตมุนต์, เวสต์ฟาเลีย (Aplebeck, Westphalia) พ่อของเขาชื่อคาร์ล (Carl Canaris) และแม่ชื่อออกัสเต้ (August Amelie Popp)  คาร์ลนั้นเป็นผู้อำนวยการนฝ่ายเทคนิคของโรงงานเหล็กแอปเปลอร์แบ็ก (Applerbak metal plant) ครอบครัวของเขามีฐานะร่ำรวยจากการทำเหมืองแร่และเหล็กมาหลายรุ่น คานาริสเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้องทั้งหมดสี่คน

1883 ครอบครัวย้ายมาอยู่ในดอร์ตมุนด์ (Dortmund) 

1898 เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมสไตน์เบิร์ต-เรียล (Steinbart-Real High School Duisburg)

1905 ตอนอายุ 18 ปี คานาริสสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพเรือ 

1914 เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 เขาประจำการณ์อยู่บนเรือ SMS Dresden 

ธันวาคม, ในสมรภูมิที่หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (Battle of the Falkland Islands) ระหว่างอังกฤษกับเยอรมัน เรือ SMS Dresden เป็นเรือลำเดียวของเยอรมันที่รอดจากสมรภูมิมา

1915 มีนาคม,​ หลังการรบที่มาส เอ เทียร์ร่า (Battle of Mas a Tierra) ลูกเรือของเรือ SMS Dresden ซึ่งหนีการไล่ล่าของกองทัพเรืออังกฤษมาขึ้นฝังที่เกาะโรบินสัน ครูโซ (Robinson Crusoe Island) ได้ติดต่อกับประเทศชิลีเพื่อขอมอบตัวเพื่อลี้ภัย โดยยอมให้ถูกจับขังคุกในชิลี  ในขณะที่เรือรบของพวกเขาซึ่งจอดทอดสมอเอาไว้ก็ถูกอังกฤษจมลง

สิงหาคม, คานาลิส หนีออกมาจากที่คุมขังในชิลีได้ โดยที่เขาอาศัยความสามารถในการพูดภาษาสเปนเพื่อเอาตัวรอด และสามารถเดินทางกลับเยอรมันได้ในที่สุด ซึ่งวีรกรรมในการหนีออกจากชิลี โดยต้องผ่านเข้าไปในหลายประเทศ ร่วมทั้งอังกฤษทำให้คานาริสได้รับความสนใจจากหน่วยงานด้านข่าวกรองของกองทัพ 

1916 คานาริสได้รับการฝึกอบรบที่โรงเรียนฝึกทหารเรือดำน้ำ

1917 กันยายน, หลังจากจบหลักสูตรทหารประจำเรือดำน้ำแล้ว เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำ U-boat ซึ่งปฏิบัติการณ์ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

1918 ช่วงการปฏิวัติเยอรมัน (German Revolution, 1918-1919) คานาริส ร่วมในการก่อตั้งหน่วย Freikorps ซึ่งเป็นกองกำลังพลเรือนติดอาวุธ ที่ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ซึ่งหน่วย Friekorps นี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการสังหารนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายคนสำคัญ อย่าง โรซ่า ลักเซมเบิร์ก (Rosa Luxemburg) และ คาร์ล เลียบเค็ชต์ (Karl Liebknecht) 

1919 แต่งงานกับ อีริก้า (Erika Waag) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกด้วยกันสองคน

1924 คานาริสถูกส่งมายังโอซาก้า, ญี่ปุ่น เพื่อดูโครงการต่อเรือดำน้ำ U-boat ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการลับ ที่ละเมิดต่อสนธิสัญญาแวร์ซายส์ 

1928 เขาถูกถอดจากงานด้านข่าวกรอง หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวโลห์แมน์ (Lohmann Affair) ซึ่งบริษัทภาพยนต์โฟบัส (Phoebus Film) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนต์เงียบขณะนั้นเกิดล้มละลาย และพบว่ากองทัพเรือเข้าไปเกี่ยวข้อง  หลังจากถูกถอดจากงานด้านข่าวกรอง คานาริสถูกส่งไปประจำการณ์บนเรือ SMS Schlesien

1933 เมื่ออดอร์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเยอรมัน คานาริสก็ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคนาซี (NSDAP) โดยหวังที่จะสร้างเยอรมันที่เป็นมหาอำนาจอีกครั้งหนึ่ง

1934 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการฐานทัพ Swinemünde 

1935 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการของหน่วย Abwehr หน่วยข่าวกรองของกองทัพเยอรมัน ซึ่งในช่วงสองปีแรกของการทำงาน เขามีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ของ Abwehr จาก 150 นายเป็นกว่า 1,000 นาย 

1936 ช่วงสงครามประชาชนในสเปน (Spanish Civil war, 1936-1939) เบื้องหน้านั้นเยอรมันได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลสเปนที่จะไม่ขายอาวุธให้กับฝ่ายชาตินิยมที่นำโดยนายพลฟรานซิสโก้ ฟรานโก้ (Francisco Franco) แต่ว่าเบื้องหลังแล้ว คานาริส กับ Abwerh ได้ติดต่อกับบริษัท Vickers ผู้ผลิตอาวุธในอังกฤษ เพื่อให้ส่งอาวุธให้กับฝ่ายของนายพลฟรานโก้

1937 คานาริส มีการติดต่อฟริตซ์ ดุเกสเซ่ (Fritz Joubert Duquesne) ชาวเยอรมันที่อาศัยอยุ่ในนิวยอร์คมานาน ให้สร้างเครื่องข่ายสายลับขึ้นในสหรัฐฯ (Duquesne spy ring) ซึ่งสายลับที่ดุเกสเซ่จ้างวานมานี้คอยส่งข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบอาวุธสงครามกลับไปให้เยอรมัน

1938 มีนาคม, (Anschluss) เยอรมันผนวกออสเตรีย ซึ่งในช่วงเวลานี้ คานาริสเริ่มทำงานใกล้ชิดกับฮานส์ ออสเตอร์ (Hans Oster) ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการของ Abwehr ซึ่งฮานส์ ออสเตอร์นั้นเดิมเป็นผู้สนับสนุนนาซี แต่ว่าได้เปลี่ยนความคิด หลังจากฮิตเลอร์มีแผนที่จะผนวกเชคโกสโลวาเกีย ฮานส์ ออสเตอร์ ซึ่งเชื่อว่าถ้าเยอรมันบุกเชคโกสโลวาเกีย จะทำให้อังกฤษประกาศสงครามกับเยอรมัน  เขาหวาดกลัวสงครามใหญ่จะเกิดขึ้น จึงได้เริ่มต่อต้านนาซีอย่างลับๆ โดยถูกเรียกว่าเป็นทฤษฏีสมคบคิดออสเตอร์ (Oster conspiracy) ในการโค่นล้มฮิตเลอร์ และยังช่วยเหลือนักโทษยิวให้หนีออกจากเยอรมันด้วย 

1939 คานาริส สร้างปฏิบัติการปล่อยข่าวลวงอังกฤษ ว่าเยอรมันมีแผนที่จะบุกเนเธอร์แลนด์ (Dutch War Scare) เพื่อใช้สนามบินในเนเธอร์แลนด์เป็นฐานสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดที่จะบินไปโจมตีอังกฤษ ซึ่งข่าวทั้งหมดถูกสร้างขึ้น โดยคานาริสหวังว่าอังกฤษจะเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศลุกขึ้นมาต่อต้านนาซีหากเยอรมันบุกฝรั่งเศส ซึ่งปฏิบัติการนี้ได้ผลตามที่คานาริสต้องการ

กันยายน, เยอรมันบุกโปแลนด์ 

1940 ธันวาคม, คานาริสถูกส่งไปสเปน เพื่อเจรจากับนายพลฟรานโก้ ในการขอการสนับสนุนในการต่อต้านพันธมิตรอังกฤษ 

1941 สายลับ 33 คน ในเครือข่ายสายลับดุเกสเซ่ ในสหรัฐฯ ถูก FBI เปิดโปงและจับกุมตัวเอาไว้ รวมถึงฟริตซ์ ดุเกสเซ่ด้วย

1942 (Operation Pastorius) คานาริสส่งสายลับ Abwehr 8 คนไปยังสหรัฐฯ เพื่อปฏิบัติการในการบ่อนทำลายเศรษฐกิจอเมริกา แต่ว่าสหรัฐฯ สามารถจับตัวสายลับได้ภายในเวลาสัปดาห์ถัดมา 

1944 กุมภาพันธ์, ถูกปลดจากตำแหน่งหลังต้องสงสัยว่าทำตัวเป็นสายลับสองหน้า คานาริสถูกกักบริเวณไว้ภายในบ้านในตอนแรก 

20 กรกฏาคม, (Operation Valkyrie) มีความพยายามในการลอบสังหารฮิตเลอร์ จากหลายกลุ่มร่วมมือกัน ซึ่งคานาริสอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่เขาถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนชักใยเเหตุการณ์นี้ 

23 กรกฏาคม, ถูกจับ

1945 เมษายน, สมุดไดอารี่ส่วนตัวของคานาริส ถูกค้นพบและถูกส่งให้กับฮิตเลอร์  หลังจากนั้นเขาจึงถูกตั้งข้อหาการเป็นกบฏ 

9  เมษายน, คานาริส ถูกประหารภายในค่ายกักกันฟลอสเซนบูร์ก (Flossenburg concentration camp) เพียงสองสัปดาห์ก่อนที่ค่ายกักกันแห่งนี้จะได้รับการปลดปล่อย และหนึ่งเดือนก่อนที่เยอรมันจะแพ้ในสงครามโลก  โดยเขาเสียชีวิตอย่างทรมาน ถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้าจนหมดและถูกแขวนคอ