History

Ye Xian (Chinese Cinderella)

Ye Xian (叶限) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งชื่อหวู่ (Wu) อาศัยอยู่ทางทะเลใต้ของประเทศจีน เขาแต่งงานมีภรรยาสองคน แต่ว่าภรรยาคนหนึ่งโชคร้ายเสียชีวิตไปไม่นานหลังจากให้กำเนินบุตรสาวคนหนึ่ง ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนี้เมื่อโตขึ้นมาเธอกลายเป็นสตรีที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก และยังมีความสามารถในการเย็บปักผ้าและทอผ้าเป็นอย่างมาก แม่ทัพหวู่รักลูกสาวคนนี้มากและตั้งชื่อของเธอว่ายี่เซียน (Ye Xian)  ในเวลาต่อมา ผู้ใหญ่หวู่ได้เสียชีวิตลง ทิ้งให้ยี่เซียนต้องอยู่กับแม่เลี้ยงซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของแม่ทัพหวู่ แต่ว่าแม่เลี้ยงคนนี้ไม่ชอบยี่เซียน เพราะว่าเธอสวยและฉลาดกว่าลูกสาวของนางเอง แม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอจึงปฏิบัติต่อยี่เซียนอย่างทารุณ ยี่เซียนถูกใช้ให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ต้องออกไปตัดฟืนและหาบน้ำลำพัง แต่ว่ายี่เซียนก็อดทนทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่น อยู่มาวันหนึ่ง, ในขณะที่ยี่เซียนออกไปหาบน้ำ เธอก็มองเห็นปลาน่ารักตัวหนึ่งในลำธาร ซึ่งมีดวงตากลมใหญ่สีทองและหางสีแดง ยี่เซียนชอบปลาตัวนี้มากเธอจึงได้นำปลาตัวนี้กลับมาเลี้ยงที่บ้าน โดยตอนแรกเธอนำปลาใส่ไว้ในชามใบ้ใหญ่ และเธอก็แบ่งอาหารซึ่งเธอได้รับจากแม่เลี้ยงในปริมาณเล็กน้อยอยู่แล้ว ไม่ค่อยจะเพียงพอสำหรับตัวเธอเอง ให้ปลาตัวนั้นกินด้วย จนกระทั้งปลาตัวนั้นเติบโตขึ้นและมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถจะอยู่ในชามใบนั้นได้อีก ยี่เซียนจึงได้ย้ายปลาตัวนั้นไปไว้ในบ่อน้ำใกล้บ้าน ซึ่งทุกวันเมื่อยี่เซียนจะไปเดินไปเยี่ยมที่บ่อน้ำเพื่อทักทายกับ ปลาตัวนั้นก็จะโผล่ขึ้นมาเพื่อจะทักทายกับเธอ และคอยอยู่เป็นเพื่อนเมื่อยี่เซียนมีความทุกข์ แต่ว่าแม่เลี้ยง นางเห็นว่าลูกเลี้ยงมีความสุข นางก็ไม่พอใจ และได้วางแผนที่จะฆ่าปลาตัวนั้น  แต่ว่าปกติแล้วแม่เลี้ยงจะไม่สามารถเห็นปลาตัวนั้นได้ เพราะมันจะดำน้ำหนีทุกครั้งที่แม่เลี้ยงเข้าไปใกล้กับบ่อน้ำ วันหนึ่งแม่เลี้ยงจึงได้วางแผนให้ยี่เซียนออกไปหาบน้ำในบ่อที่อยู่ไกลออกไปซึ่งห่างจากบ้านไปมากกว่าบ่อเดิม  หลังจากนั้นแม่เลี้ยงใส่เอาเสื้อพาของยี่เซียนมาสวมใส่เพื่อปลอมตัวเป็นเธอ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำ ก่อนจะเลียนเสียงเป็นลูกเลี้ยงด้วย แล้วก็หลอกให้ปลาตัวนั้นโผล่ขึ้นมา ซึ่งเมื่อปลาปรากฏตัวขึ้น แม่เลี้ยงก็ฆ่าปลาตัวนั้นอย่างโหดเหี้ยม แล้วก็นำเนื้อมาเป็นอาหาร ส่วนกระดูกก็นำไปฝัง ยี่เซียนกลับมาถึงบ้านก็พบว่าปลาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว เธอเสียใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้ เธอได้แต่นั่งอยู่ที่ริมบ่อน้ำ อาลัยอาวรณ์ปลาซึ่งเป็นเพื่อนคนเดียวของเธอ  ทันใดนั้นก็ปรากฏมีชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาจากท้องฟ้า ลงมา ยืนข้างๆ ยี่เซียน ชายคนนั้นบอกให้ยี่เซียนหยุดร้อง และบอกให้ยี่เซียนไปขุดเอากระดูกของปลาตัวนั้นมาเก็บเอาไว้ ซึ่งในยามวิกฤต ชายคนนั้นบอกให้ยี่เซียนนำกระดูกปลาออกมาและอธิษฐานของอะไรก็ได้ที่เธอต้องการ แต่เธอต้องขอโดยปราศจากความโลภมิเช่นนั้นเทวดาจะลงโทษเธอ ยี่เซียนได้ไปเก็บกระดูกปลาตัวนั้นตามคำแนะนำของเซียนเฒ่า และนำไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย  ในเวลาต่อมา, มีงานเทศกาลเฉลิมฉลองใหญ่ประจำปีของเมือง ซึ่งหญิงสาวและชายหนุ่มมักใช้โอกาสนี้ในการหาเนื้อคู่ โดยหญิงสาวจะพากันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชั้นดีสวยงามเพื่อไปในงาน ยี่เซียนเองก็ปรารถนาที่จะไปงานเทศกาลนี้เช่นกัน  แต่ว่าแม่เลี้ยงห้ามไม่ให้เธอไป เพราะกลัวว่าชายหนุ่มในงานจะหลงไหลยี่เซียน และไม่เลือกลูกของนางเป็นคู่ครอง  เมื่อถึงวันงานแม่เลี้ยงและลูกสาวได้ออกไปงานเทศกาล โดยให้ยี่เซียนเฝ้าบ้าน ยี่เซียนจึงได้นำกระดูกปลาออกมา และอธิษฐานของเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปงาน ซึ่งปรากฏว่าเสื้อผ้าของเธอเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าเนื้อดีหรูหรา…

0
Read More

Rhodophis (Egyptian Cinderella)

โรโดฟิส (Ῥοδῶπις) โรโดฟิสเป็นนิทานโบราณเรื่องหนึ่ง ที่มีพล๊อตคล้ายซินเดอเรลล่า ถูกบันทึกเอาไว้ครั้งแรกในหนังสือ Geographica โดยสตาโป (Strabo) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ซึ่งเขียนไว้ราวปี 7 BC-24 AD เนื้อเรื่อง โรโดฟิส เป็นหญิงสาวชาวกรีกซึ่งถูกโจรสลัดจับตัวไปและขายไปเป็นทาสอยู่ในอียิปต์  วันหนึ่งขณะที่โรโดฟิสกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธาร ก็ไ้ดปรากฏว่ามีนกอินทรีตัวหนึ่งได้โฉบลงมาเอารองเท้าแตะของนางแล้วบินหนึไป เมื่อนกอินทรีบินมายังเมืองเมมฟิส ในขณะที่ฟาโรห์กำลังออกมาสูดอากาศอยู่ในอุทยาน เจ้านกอินทรีก็ปล่อยรองเท้าแตะของหญิงสาวตกลงมาเบื้องหน้าของพระองค์ ในตอนแรกพระองค์ทรงแปลกพระทัยที่จู่ๆ รองเท้าก็ตกลงมาจากฟ้า แต่เมื่อทรงทอดพระเนตรรองเท้าคู่นั้น พระองค์ก็สังเกตุเห็นรอยบนรองเท้า ว่าผู้ที่สวมใส่รองเท้านี้จะต้องเป็นผู้ที่มีความงดงามแน่  พระองค์จึงได้เสด็จออกจากพระราชวังเพื่อไปตามหาผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรองเท้่า จนกระทั้งได้พบกับโรโดฟิส หญิงสาวเจ้าของรองเท้าข้างนั้น พระราชาจึงได้ทรงพาหญิงสาวกลับไปยังหวัง แต่จัดพิธิอภิเษกสมรส หญิงสาวจึงกลายเป็นราชินีแห่งอียิปต์

0
Read More

Thomas Sankara

โทมัส ซานการ่า (Thomas Isidore Noël Sankara) ฉายาเช กูวาร่า แห่งอัฟริกา (African’s Che Guevara) ซานการ่า เกิดวันที่ 21 ธันวาคม 1949 ในยาโก, อัพเปอร์ โวลต้า (Yako, French Upper Volta) หรือแอฟริกาตะวันตก (French West Africa) ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส  ซานการ่าเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดสิบคน พ่อของเขาชื่อโจเซฟ (Joseph Ыфтпфкф) เขาเป็นลูกผสมระหว่างคนเชื้อสายมอสซี (Mossi) กับเชื้อสายฟุลานี (Fulani) โจเซฟนั้นมีอาชีพเป็นทหาร ซึ่งถูกว่าจ้างให้ทำงานให้กับฝรั่งเศส ส่วนแม่ของซานการ่าชื่อว่ามาร์กูไรต์ (Marguerite Kinda) เป็นชาวมอสซี ตอนที่ซานการ่ายังเด็กครอบครัวของพวกเขาย้ายมาอยู่ในเกโออะ (Gaoua) ทางตอนใต้ของประเทศ  ซานการ่า เริ่มเรียนหนังสือในเมืองโบโบ-ไดโอลาสโซ (Bobo-Dioulasso) ซึ่งเขามีประวัติการเรียนหนังสือที่ดี และเก่งในวิชาภาษาฝรั่งเศสและคณิตศาสตร์ ต่อมาเขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมออซซิน คูลิบาลี (Ouezzin Coulibaly lycee) 1966 3 มกราคม, เกิดการรัฐประหารภายในอัพเปอร์โวลต้า โดยพันโทซานเกาเล่ ลามิซาน่า (Lieutenant Colonel Sangoule Lamizana) ได้โค่นประธานาธิบดีมัวไรซ์ ยาเมโอโก้ (Maurice Yameogo) ลง ซานการ่าในวัย 17 ปี สมัครเข้าเรียนที่สถาบันทหารในคาดิโอโก้ (Military Academy of Kadiogo) ในเอากาเดาเกา…

0
Read More

Vladimir Lenin

วลาดิมีร์ เลนิน (Владимир Ильич Ленин) เลนิน เกิดวันที่ 22 เมษายน 1870 (10 เมษายน O.S.) ในซิมเบิร์ก, รัสเซีย (Simbirsk, Russia)  พ่อของเขาชื่ออิลย่า อุลยานอฟ (Ilya Nikolayevich Ulyanov, 1863-1886) ซึ่งเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคาซาน (Kazan Imperial University)  แม่ของเลนินชื่อมาเรีย แบล็ง (Maria Alexandrovna Blank, 1835-1916) บรรพบุรุษของเธอเป็นยิวที่ย้ายมาจากเยอรมันในสมัยของแคทเธอรีน มหาราช (Catherine the great) และเปลี่ยนมานับถือออโธด็อกซ์  พ่อของมาเรียนั้นเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อิลย่ากับมาเรียแต่งงานกันในปี 1863 ไม่นานหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาแต่งงานกัน อิลย่าก็ได้งานใหม่ในนิชนี่ นอฟโกรอด (Nizhny Novgorod) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโรงเรียนประถมหลายแห่งในซิมเบิร์ก ซึ่งอิลย่าอุทิศตนให้กับการทำงานมาก จนต่อมาก็ได้เป็นผู้ดูแลโรงเรียนกว่าสี่ร้อยแห่งในเขต เลนิน นั้นเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดแปดคน แอนนา (1864 – 1935) อเล็กซานเดอร์ (1866 – 1887) โอลก้า (1868 – 1869) เลนิน (1870 – 1924) โอลก้า (1871 – 1891) นิโคไล (1873 – 1873) ดมิทรี (1874 – 1943)…

0
Read More

Oda Nobunaga

โอดะ โนบุนากะ (織田 信長) โนบุนากะ เกิดวันที่ 23 มกราคม 1534 ในนาโกย่า, โอวาริ, ญี่ปุ่น  เขาเป็นลูกชายคนที่สองของโอดะ โนบุฮิเดะ (Oda Nobuhide) ซึ่งเป็นไดเมียว (daimyo) ระดับล่างในจังหวัดโอวาริ แต่ว่ามีฐานะร่ำรวยเพราะว่าครอบครองที่ดินจำนวนมากในโอวาริและมีกำลังทหารที่เข้มแข็ง ชีวิตของโนบุฮิเดะ ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการรบกับมิกาว่า (Mikawa province) ของตระกูล มัตสุไดระ (Matsudiara) นำโดยมัตสุไดระ ฮิโรตาดะ (Matsudiara Hirotada) , ตระกูลอิมากาวะ (Imagawa clan) ของอิมิกาวะ โยชิโมโตะ (Imagawa Yosimoto)  ไดเมียวแห่งสุรุกะ (Suruga province), และมิโนะ (Mino province)  ส่วนแม่ของโนบุนากะชื่อว่าโดตะ โกเซน (Dota Gozen)   โนบุนากะเป็นลูกคนที่สอง เขามีพี่น้องอีก 13 คน โดยเป็นชาย 11 และหญิง 2 คน วัยเด็กของ โนบุนากะ เขามีชื่อจริงว่า  คิปโปชิ (吉法師, Kipposhi)  และเพราะนิสัยที่แปลกไม่เหมือนคนอื่น จึงถูกตั้งฉายาว่า ไอโง่แห่งโอวาริ (尾張の大うつけ, The Great Fool of Owari) 1539 ตอน 5 ขวบ โนบุนากะ ถูกส่งมาอยู่ที่ปราสาทนาโกย่า…

0
Read More

Paris Commune

ปารีส คอมมูน (Commune de Paris) ฝ่ายนิยมสังคมนิยมยกย่องว่า ปารีส คอมมูน เป็นการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ครั้งแรกในยุโรป คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) ยกย่องเหตุการณ์และการต่อสู้ของชาวปารีส กลุ่มหัวรุนแรง และกองกำลังติดอาวุธในปารีส คอมมูน ว่าเป็น “dictatorship of the proletariat (ยุคเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยไปสู่คอมมิวนิสต์)”  ปารีส คอมมูน เป็นรูปแบบการปกครองตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นในกรุงปารีส นำโดยโดยกลุ่มหัวรุนแรง นีโอ-จาโคบิน (Neo-Jacobins) อนาธิปไตย (Anarchists) และพวกสังคมนิยม (Sociailists) ซึ่งปารีส คอมมูนมีอายุ 72 วันระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 1871 -28 พฤษภาคม 1871 เป็นผลจากสงครามระหว่างปรัสเซีย-ฝรั่งเศส (France-Prussia War, 19 กรกฏาคม 1870-28 มกราคม 1871) ซึ่งอ๊อตโต้ ฟอน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) ได้พยายามรวมสหพันธรัฐเยอรมันเหนือ (North German Confederation) เข้ากับสี่รัฐเยอรมันทางใต้ คือ บาวาเรีย (Bavaria) เวิร์ตเตมเบิร์ก (Württemberg) บาเดน (Baden) และเฮซเซ่-ดารมสแต๊ดต์ (Hesse-Darmstadt) ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐอิสระ แต่ว่าฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เยอรมันแข็งแกร่ง 19 กรกฏาคม 1870 นโปเลียน ที่ 3…

0
Read More

Emperor Taizong

จักรพรรดิไท่จง แห่งราชวงศ์ถัง (Emperor Taizong of Tang) จักรพรรดิไท่จง มีพระราชสมภพในวันที่ 28 มกราคม 598 ภายในพระราชวังชิงซาน, ในเมืองวู่กง (Wugong) ในรัฐสุ่ย (Sui China)  ปัจจุบันคือบริเวณมณฑลซานซี (Shaanxi Provicne) พระบิดาของพระองค์คือจักรพรรดิเกาซู (Emperor Gaozu of Tang, Li Yuan, 618-626) พระนามเดิมคือ หลี่ หยวน และพระมารดาคือจักรพรรดินีไท่มู่ (太穆皇后, Empress Taimu) พระนามเดิมคือ เจ้าหญิงเต้า (竇, Duchess Dou) ขณะที่จักรพรรดิไท่จงประสูตินั้น พระบิดายังดำรงดำแหน่งเป็นอ๋องแห่งถัง (Duke of Tang) และเป็นแม่ทัพในกองทัพสุ่ย  จักรพรรดิไท่จงมีพระนามเดิมเมื่อแรกเกิดว่า หลี่ ชิหมิน (李世民, Li Shimin) ทรงเป็นโอรสรอง พระเชรษฐามีพระนามว่าหลี่ เจียนเชง (Li Jiancheng) และมีพี่น้องอีกอย่างน้อยสามคน คือ หลี่ หยวนบา (Li Yuanba), หลี่ หยวนจี (Li Yuanji) และ ปิงหยาง (Pingyang) 614 หลี่ ซิหมินแต่งงานกับบุตรสาวของแม่ทัพจางซึน (長孫晟, Zhangsun Sheng) ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดินีจางซึน (長孫皇后, Empress Zhangsun)…

0
Read More

Alopen

อโลเพน (阿羅本, Alopen) มิสชันนารีคนแรกที่เดินทางไปยังประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง ในปี 635 อโลเพน เดินทางไปถึงเมืองฉางอัน (ซีอาน) เมืองหลวงของจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง อโลเพนนั้นเป็นนักบวชคริสต์ในนิกายเนสโตเรียน (Nestorian Church) จากอาณาจักรไบแซนไทน์ (Byzantine Empire) ในซีเรียปัจจุบัน เขาเป็นชาวเปอร์เซียที่พูดภาษาซีเรีย  อโลเพนเดินทางไปเมืองจีนโดยเส้นทางสายไหม และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าจักรพรรดิถัง ไถ่จง (Emperor Taizong of Tang)  ชื่อของอโลเพน ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่บนจารึกซีอาน (Nestorian Monument , Xi’an Stele) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 781 ตามจารึกได้เล่าว่าอโลเพนเดินทางมาพร้อมมิสชันนารีคนอื่น โดยพวกเขามาจากเมืองต้าซิน (Daqin, Ta Tsin) ซึ่งหมายถึงอาณาจักรไบเซนไทน์ ซึ่งจักรพรรดิไถ่จงในเวลานั้น ทรงดำเนินนโยบายที่เปิดกว้างให้กับศาสนาอื่น ซึ่งต่างกับพระบิดาของพระองค์ จักรพรรดิเกาซู (Emperor Gaozu)  โดยจักรพรรดิไถ่จงให้การต้อนรับคณะของอโลเพนเป็นอย่างดี และยังได้พระราชทานอนุญาตให้อโลเพนแปลคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เขานำมาด้วยเป็นภาษาจีนและเก็บไว้ในห้องสมุดหลวง ศาสนาคริสต์ในจีนคงอยู่กับราชวงศ์ถังจนกระทั้งปี 907 เมื่อราชวงศ์ถังสิ้นสุดไป ศาสนาคริสต์ก็สูญหายไปจากจีน นานกว่า 300 ปี จนมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในราชวงศ์หยวน (Yuan Dynasty) ของมองโกล  คัมภีร์ศักดิ์สิทธ์ ซึ่งอโลเนแปลจากภาษาซีเรียไปเป็นภาษาจีนนั้น ถูกเรียกรวมๆ วันว่าเอกสาร เจียงเจ้า (景教經典, Jingjiao Ducumnets, Nestorian Ducuments หรือ Jesus Sutras) ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่สูญหายไปเหลือเพียงบางส่วน  ซึ่งเอกสารที่เหลืออยู่หลายชิ้นได้มาจากการค้นพบที่ถ้ำมาเกา, จังหวัดตันฮวง, มณฑลกานซู่ (Mogao cave…

0
Read More

France and Rwandan Genocide

ฝรั่งเศส กับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในรวันดา  รวันดา เคยเป็นเมืองขึ้นของเยอรมัน ในช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี 1897 จนกระทั้งหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 ในปี 1918 ก็กลายเป็นประเทศใต้การดูแลของเบลเยี่ยม ตาความตกลงขององค์การสันนิตบาตชาติ (League of Nations)  ซึ่งช่วงเวลาที่เบลเยี่ยมดูแลอยู่นั้นฝ่ายชนเชื้อสายทัดซี (Tutsi) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ที่มีประชากรราว 15% มีอำนาจในการปกครอง และฝ่ายชาวฮูตู (Hutu) ซึ่งมีประชากร 85% กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ซึ่งภายใต้การปกครองของทั้งเยอมันและเบลเยี่ยมนำระบบการแบ่งแยกและปกครองมาใช้ ทำให้ชนสองเชื้อชาตินี้มีความแปลกแยกกันมาก  ฝ่ายทัดซีนั้นได้รับการดูแลที่ดีกว่าและได้รับการศึกษาแบบตะวันตก นอกจากนั้นเบลเยียมยังเอาระบบบัตรประชาชน ที่แยกเชื้อชาติสองฝ่ายชัดเจนมาใช้ในปี 1933  ชาวฮูตูในเวลานั้นส่วนใหญ่กลายเป็นแรงงานทาสที่อยู่ในที่ดินของชาวทัดซีที่มีฐานะดีกว่า  1957 ฝ่ายฮูตู มีการตั้งพรรค PARMEHUTU (Party for the Emancipation of the Hutus) เพื่อหวังปลดปล่อยตัวเอง 1959 (Hutu revolution 1959) ฝ่ายคนเชื้อสายฮูตู (Hutu) ลุกขั้นมาปฏิวัติต่อต้านเบลเยี่ยมและชาวทัดซี   และเมื่อฮูตูได้ขึ้นมามีอำนาจในประเทศ ทำให้ชาวทัดซีกว่า 300,000 คน ต้องลี้ภัยไปประเทศบูรุนดี (Burundi) ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของเบลเยี่ยมเช่นกัน  1962 1 กรกฏาคม, รวันดาได้รับเอกราช ชาวฮูตู ได้สถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมา และได้ประธานาธิบดีกรีกอร์ เคยิบานดา (Gregoire Kayibanda)  แต่ว่าสงครามระหว่างฮูตูกับทัดซียังดำเนินต่อไป  1963-1965 จากสงครามกลางเมืองระหว่างฮูตูและทัดซี ประมาณว่าคนเชื้อสายทัดซีครึ่งหนึ่งต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน  1972 เกิดการปฏิวัติ และนายพลจูเวนัล…

0
Read More

Zhou Daguan

โจ ต้ากวน (周达观) ต้ากวนเป็นทูตชาวจีน ในรัชสมัยของข่านเตมูร์ (Temür Khan) จักรพรรดิพระองค์ที่ 2 ในราชวงศ์หยวน  ต้ากวนเป็นที่รู้จักจากบันทึก The Customs of Cambodia (真臘風土記, Zhenla fengtu ji) ที่เขาเขียนถึงการเดินทางมาเยือนนครวัดในปี 1296 และได้เข้าเฝ้ากษัตริย์อินทราวรมัน ที่ 3 (King Indravarman III) ต้ากวน เกิดประมาณปี с.1266-1270 ในหยองเจีย,  มณฑลเจ้อเจียง (Yongjia, Zhejiang) ชื่อของเขายังถูกบันทึกเอาไว้ในชื่ออื่นๆ ด้วย อย่าง เวินโจ, โจ เจียงกวน (周建觀,Zhou Jiaguan) หรือ โจ ต้าเค่อ (周達可, Zhou Dake) และมีชื่อหลังจากเกษียณจากงานในราชสำนักแล้วว่า เส้า ถิง ยี่หมิน (草庭逸民, Cao tng yimin) 1296 กุมภาพันธ์, เขาถูกส่งให้เป็นทูตเดินทางมายังดินแดนทางใต้ โดยที่เริ่มออกเดินทางโดยทางเรือจากเมืองหมิงโจว (Mingzhou) ลองลงใต้มาจนกระทั้งมาแวะที่เมืองจัมปา (Champa) ซึ่งอยู่ที่กุยยอน (Qui Nhon) ในเวียดนามในเวียดนามปัจจุบัน และเดินทางต่อมาจนถึงบารา (Bà Rịa) ก่อนที่จะเข้าแม่น้ำโขง ไปยังทางแม่น้ำโตนเลสาป (Tonle Sap river)  เมื่อเรือเดินทางมาถึงเมืองกัมปง ชแนง (Kampong Chhnang) ก็ได้เปลี่ยนเรือมาเป็นเรือเล็ก…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!