England

Charles Wheatstone

ชาร์ล วีตสโตน (Charles Wheatstone)  ผู้ประดิษฐ์ Stereoscope , Concertina, Playfair cipher, Wheatstone bridge ชาร์ล เกิดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1802 ในบาร์นวู๊ด, กลัวเซสเตอร์ไชร์ (Barnwood, Gloucestershire, England) พ่อของเขาเป็นคนขายเครื่องดนตรี และเป็นครูสอนการเล่นฟรุ๊ต เขาเป็นลูกคนที่สอง มีพี่ชายชื่อวิลเลี่ยม  ตอนอายุ 14 ปี ชาร์ลเริ่มฝึกการประดิษฐ์และค้าขายเครื่องดนตรีกับลุงของเขาชื่อชาร์ลีเหมือนกัน ร้านของลุงตั้งอยู่ในลอนดอน แต่ว่าชาร์ลีดูเหมือนจะไม่สนใจเกี่ยวกับงานฝีมือและการค้าขาย จนสุดท้ายพ่อของเขาจึงพาตัวกลับ ชาร์ลสนใจที่จะอ่านหนังสือ และชอบวิทยาศาสตร์ เขาสะสมงานเขียนเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ของโซลต้ม (Alessandro Volta) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่เขายังอ่านภาษาฝรั่งเศสไม่ออก 1821 ประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่เรียกว่า Enchanted Lyre (Aconcryptophone) ซึ่งไม่ใช่เครื่องดนตรีจริงๆ 1829 ปรับปรุงเครื่องดนตรีแอ๊คคอเดียน (accordion) ซึ่งเขาตั้งชื่อแอ๊คคอเดียนที่เขาปรับปรุงใหม่ว่า คอนเซอร์ติน่า (Concertina) 1834 ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ที่คิงคอลเลจ (King’s College) ซึ่งระหว่างที่ทำงานอยู่ที่วิทยาลัยนี้เขามีผลงานประดิษฐ์หลายอย่าง เช่นการปรับปรุงคุณภาพของไดนาโม (dynamo) สร้าง Rheostat อุปกรณ์ในการควบคุมกระแสไฟฟ้าและแรงต้านทาน, ออกแบบ Wheatstone bridge 1836 ได้เป็นสมาชิกของ Royal Society 1837 เขาร่วมกับวิลเลี่ยม คูกี้ (William Cooke) ประดิษฐ์โทรเลขไฟฟ้า (electric telegraph) ซึ่งเป็นโทรเลขเครื่องโทรเลขแบบห้าเข็ม (five-needle telegraph) ที่ถูกนำมาใช้งานจริงในอังกฤษเป็นครั้งแรก…

0
Read More

William Shakespeare

วิลเลี่ยม เชคเสปียร์ (William Shakespeare)  วันเกิดของเชคเสปียร์ ไม่มีการบันทึกไว้อย่างแน่ชัแจน ทว่ายอมรับกันทั่วไปว่าเขาเกิดวันที่  23 เมษายน 1564 ซึ่งตรงกับวันนักบุญจอร์จ (St.George’s day)  เชคเสปียร์เกิดในเมืองสแตรตฟอร์ด, วอร์วิคไชร์ (Stratford-upon-Avon, Warwickshire, England) และเข้าพิธีศีลจุ่มในวันที่ 26 เมษายน พ่อของเขาชื่อจอห์น (John Shakespeare) เป็นช่างทำถุงมือและเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น  ส่วนแม่ชื่อแม่รี่ (Mary Arden) มาจากครอบครัวเกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ดินฐานะดี  เชคสเปียร์เป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดแปดคน แต่ว่าพี่สาวของคนของเขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นวัยทารก เชคสเปียร์จึงเป็นเหมือนลูกคนโต  เชื่อกันว่าเขาน่าจะเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมคิงเอ็ดเวิร์ด ที่ 6 (King Edward VI School)  ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเขาไปเพียงสี่ร้อยเมตร และเป็นโรงเรียนที่เปิดให้เรียนฟรี โดยมีการสอนภาษาลาติน, กรีก และวรรณกรรม  1582 22 พฤศจิกายน, เมื่ออายุ 18 ปี เชคเสปียร์แต่งงานกับแอนน์ (Anne Hathaway) ซึ่งขณะนั้นแอนน์มีอายุ 26 ปี  ลูกสาวของเกษตรกรรายหนึ่ง ซึ่งตอนที่แต่งงานนั้นแอนน์ตั้งครรภ์แล้ว พวกเขามีลูกด้วยกันสามคน คือซูซานน่า (Susanna, b.1583) เธอเกิดขึ้นมาหลังจากงานแต่งงานผ่านไปหกเดือน และลูกฝาแฝด แฮมเน็ต (Hamnet, b.1585) และจูดิธ (Judith)  แฮมเน็ตนั้นเสียชีวิตตอนที่มีอายุ 11 ปี  ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของเชคสเปียร์หลังการแต่งงานและคลอดลูกฝาแฝดขาดหายไป จนกระทั่ง 1592 พบว่าเขาได้ทำงานอยู่กับบริษัท Lord Chamberlain’s Men บริษัทจัดแสดงละคร…

0
Read More

A. A. Milne

อลัน อเล็กซานเดอร์  มิลน์ (Alan Alexander Milne) มิลน์ เกิดวันที่ 18 มกราคม 1882  ในคิลเบิร์น, ลอนดอน (Kilburn, London) พ่อของเขาชื่อจอห์น (John Vine Milne) เป็นชาวอังกฤษแต่ว่าเกิดในจาไมก้า (Jamaica) แม่ชื่อซาราห์ (Sarah Marie Heginbotham)  มิลน์ เริ่มเรียนในโรงเรียนประถมซึ่งพ่อของเขาเป็นเจ้าของ เข้าเรียนที่เวสต์มินสเตอร์ (Westminster School)  เข้าเรียนที่ไตรนิตี้คอลเลจ, แคมบริดจ์ (Trinity College, Cambridge) ทางด้านคณิตศาสตร์ ระหว่างที่เรียนอยู่ที่แคมบริดจ์ มิลน์ได้ร่วมเขียนบทความพิมพ์ลงในแม็กกาซีน The Granta  1903 จบปริญญาตรีจากแคมบริดจ์ หลังจากนั้นได้ทำงานเป็นนักเขียนอิสระ 1906 ได้ทำงานกับแม็กกาซีน Punch แม็กกาซีนแนวขบขัน ซึ่งระหว่างที่ทำงานอยู่ที่นี่เขามีผลงานเขียนนิยายหลายเรื่องตีพิมพ์ลงในแม็กกาซีน ทั้งเรื่องสั้นสำหรับเยาวชนอย่าง Make-Believe (1918), A Gallery of Children (1925) และนิยายลึกลับ The Red House Mystery (1922) 1913 แต่งงานกับโดโรธี (Dorothy de Sélincourt, “Daphne”)  ซึ่งพวกเขามีลูกชายด้วยกันชื่อคริสโตเฟอร์ (Christopher Robin Milne)  1915 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เข้าเป็นทหารในหน่วยทหารราบวอร์วิคไชร์ (Royal Warwickshire Regiment) ของกองทัพอังกฤษ…

0
Read More

James H. Wilkinson

เจมส์ วิลคินสัน (James Hardy Wilkinson)  Turing Award 1970 เจมส์ เกิดวันที่ 27 กันยายน 1919 ในสตรู๊ด, อังกฤษ (Strood, Kent, England) พ่อชื่อว่าเจมส์ (James William Wilkinson) ทำธุรกิจนม และแม่ชื่อแคทรีน (Kathleen Charlotte Hardy) เจมส์เป็นลูกคนที่สามในพี่น้องห้าคน ตอนอายุ 11 ปี เจมส์ สอบได้ทุนเข้าเรียที่โรงเรียนคณิตศาสตร์เซอร์ โจเซฟ (Sir Joseph Williamson’s Mathematical School) ในโรเชสเตอร์ (Rochester) 1935 ตอนอายุ 16 ปี สอยเข้าเรียนที่ไตรนิตี้คอลเลจ (Trinity College, Cambridge) ได้  1940 ช่วงเริ่มต้นสงคราม เขาเกี่ยวข้องกับงานวิจัยเกี่ยวกับการคำนวณวิถีของขีปนาวุธ, แรงระเบิด 1945 แต่งงงานกับฮีเธอร์ (Heather Nora Ware) พวกเขามีลูกชายและลูกสาวด้วยกันอย่างละคน 1946 ได้มาเป็นผู้ช่วยของทูริ่ง (Alan Turing) ที่ห้องปฏิบัติการณ์ฟิสิก (National Physical Laboratory) ในลอนดอน ในโครงการสร้างเครื่อง ACE (Automatic Computing Engine)  1948 ทูริ่งออกจากโครงการ ACE และเจมส์ทำหน้าที่ผู้นำโครงการแทน ซึ่งเขาได้พยายามพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้คำนวนทศนิยม และระหว่างนี้ได้เขียนทฤษฏีจำนวน…

0
Read More

Robert Fortune

โรเบิร์ต ฟอร์จูน (Robert Fortune)  รู้จักในฐานะ ผู้ขโมยชาจากจีน โรเบิร์ต เกิดวันที่ 16 กันยายน 1812  ในเคลเลาะ, เบอร์วิกค์ไชร์, สก็อตแลนด์ (Kellogg, Berwickshire, Scotland) 1840 เขาทำงานในศูนย์ศึกษาพฤษศาสตร์อีดินเบิร์ก (Royal Botanic Garden Edinburgh) 1842 ย้ายมาได้มาทำงานกับสมาคมการเพาะพันธ์ผักและผลไม้ (Royal Horticultural Society of London, RHS) ในลอนดอน ไม่กี่เดือนต่อมาหลังจากมีการทำสนธิสัญญานานกิง (Treaty of Nanjing 1842) โรเบิร์ตถูกทางสมาคม RHS ส่งไปยังประเทศจีนเพื่อรวบรวมพันธ์พืช 1846 เขาเดินทางกลับอังกฤษ และได้พิมพ์หนังสือ Three Years ออกมา โดยบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของเขาไปยังมณฑลทางเหนือของจีน 1848 โรเบิร์ตได้รับการว่าจ้างจากบริษัทอีสต์อินเดีย (Brithish East India Company) ให้นำพันธ์ชา (Camellian sinensis) ออกจากประเทศจีนไปปลูกยังอินเดีย  โรเบิร์ตลักลอบนำพันธ์ชากว่า 20,000 ต้นและเมล็ดชาซึ่งขณะนั้นเป็นพืชหวงห้ามออกจากจีน  แล้วนำไปปลูกไว้ในดาร์จีลิง (Darjeeling) ในอินเดีย นอกจากนั้นเขายังจ้างแรงงานชาวจีนที่เชี่ยวชาญการผลิตใบชามายังอินเดีย  1852 เขียน A Journey to the Tea Countries of China 1853 ได้เดินทางไปจีนอีกครั้งจนกระทั้ง 1856 1857 เขียน A…

0
Read More

Winston Churchill

วินสตัน สเปนเซอร์-เชอร์ชิลล์ (Sir Winston Leonard Spencer-Churchill) เชอร์ชิลล์ เกิดวันที่ 30 พฤศจิกายน 1874 ภายในวังเบลนเฮียม (Blenheim Palace) ในอ๊อกฟอร์ดไชร์ (Oxfordshire) ซึ่งเป็นวังของปู่ของเขา ชื่อจอห์น (John Spencer-Churchill) ซึ่งเป็นดุ๊กแห่งมาร์ลโบโร่ห์ (Dukes of Marlborough) คนที่ 7 พ่อของเชอร์ชิลล์ชื่อว่าลอร์ดแรนดอล์ฟ (Lord Randolph Henry Spencer Churchill) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์สายอนุรักษ์นิยม และแม่ชื่อเจนนี่ (Jennie Jerome) มาจากครอบครัวนักธุรกิจอเมริกันที่มีฐานะร่ำรวย 1877 ปู่จอห์นได้ตำแหน่งไวซ์รอยแห่งไอร์แลนด์ (Viceroy of Ireland) และพ่อของเชอร์ชิลล์ต้องไปทำหน้าที่เป็นเลขา พวกเขาจึกได้ย้ายบ้านไปอยู่ในดับลิน (Dublin) ซึ่งตอนนั้นเป็นเมืองที่ถูกอังกฤษปกครอง เชอร์ชิลล์ใช้ชีวิตในวัยเด็กโดยมีพี่เลี้ยงชื่ออลิซาเบธ เอเวอร์เรสต์ (Elizabeth Ann Everest) เป็นผู้ดูแลตัวเขาและน้องชาย เมื่ออายุ 7 ปี เชอร์ชิลล์เข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์จอร์จ (St.George’s School) ในเบิร์กไชร์ (Ascot, Berkshire) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ซึ่งเขาไม่ชอบการเรียนที่นี่ เขามีผลการเรียนที่ไม่ดีและเริ่มมีนิสัยก้าวร้าว 1884 กันยายน, เชอร์ชิลล์ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนบรันสวิค์ก (Brunswick School) ในโฮฟ (Hove) 1888 สามารถสอบเข้าเรียนที่ฮาร์โรว (Harrow School) ซึ่งเป็นโรงเรียนของคนชั้นสูงได้ ซึ่งเชอร์ชิลล์มีผลการเรียนดีในวิชาประวัติศาสตร์  แต่ว่าวิชาอื่นๆ ก็ยังจัดว่าแย่ แต่ว่าเขาก็รู้แล้วว่าเขาจะต้องไปเรียนต่อด้านการทหารตามที่พ่อต้องการ…

0
Read More

Herbert Spencer

เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ (Herbert Spencer) สเปนเซอร์ เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1820 ในเดอร์บี้, อังกฤษ (Derby, England) พ่อของเขาชื่อวิลเลี่ยม (William George Spencer) มีอาชีพเป็นครูและเป็นเจ้าของโรงเรียนในเดอร์บี้ โรงเรียนของวิลเลี่ยมสอนด้วยแนวความคิดของโจฮันน์ เปสตาลอซซิ (Johann Heinrich Pestalozzi) วิลเลี่ยมมีแนวคิดแบบก้าวหน้ารุนแรง ต่อต้านผู้มีอำนาจ และเชื่อในวิทยาศาสตร์ ซึ่งความคิดของเขาถูกถ่ายทอดไปยังสเปนเซอร์   วิลเลี่ยมยังเป็นสมาชิกของสมาคมปรัชญาแห่งเดอร์บี้ (Derby Philosophical Society) ด้วย สมาคมแห่งนี้สนใจด้านวิทยยาศาสตร์และก่อตั้งโดย อีรัสมุส ดาร์วิน (Erasmus Darwin) ปู่ของชาร์ล ดาวิน (Charles Dawin) แม่ของสเปนเซอร์ชื่อฮาร์เรียต (Harriet) สเปนเซอร์เรียนหนังสือจากพ่อของเขาอยู่ที่บ้าน จนกระทั้งอายุ 13 ปี ได้มาเรียนเรียนคณิตศาสตร์ ลาติน และฟิสิกจากลุงของเขาชื่อโทมัส (Thomas Spencer) 1837 เมื่ออายุ 16 เริ่มทำงานเป็นวิศกรดูแลการก่อสร้างทางรถไฟ  จนถึงปี 1846 1848 เขาทำงานเป็นนักเขียนให้หนังสือ The Economist จนถึงปี 1853 1851 มีผลงานเขียน Social Statics (the Conditions Essential to Human Happiness) หลังจากหนังสือ Social Statics ถูกพิมพ์ออกมา  จอห์น…

0
Read More

Lewis Carroll

เลวิส คาร์โรลล์ (Charles Lutwidge Dodgson) ผู้เขียน Alice in wonderland Charles  Carolus, Louis Ludovicus ชาร์ล ดอจสัน เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1832 ในหมู่บ้านดาเรสบูรี่ , เชสไชร์ (Daresbury village, Cheshire, England) อังกฤษ  พ่อของเขาเป็นนักบวชในนิกายแองลิกัน ชื่อชาร์ล ดอจสัน (Charles Dodgson)  เช่นเดียวกันกับลูกชาย   ส่วนแม่ชื่อฟรานเซส (Frances Jane Lutwidge)  เป็นญาติของชาร์ด ดอจสัน (ผู้พ่อ) ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกันในปี 1827 ดอจสัน มีพี่น้องผู้หญิง 7 คนและพี่น้องผู้ชาย 4 คน ดอจสันเป็นลูกคนที่สามแต่ว่าเป็นลูกชายคนแรก ดอจสัน มีอาการพูดติดอ่าง (Stuttering) มาตั้งแต่เล็ก  ซึ่งเป็นอาการที่ปรากฏขึ้นในญาตพี่น้องของเขาหลายคนเช่นเดียวกัน  แต่ทว่าดอจสันเป็นคนที่ฉลาด เรียนหนังสือดี ในวัยเด็กของเขาเริ่มเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน 1843 ครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ Croft Rectory  ใน Richmond shire, North Yorkshire ซึ่งต่อมาเมื่ออายุ 12 ปี ชาร์ล ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนริชมอน์ด (Richmond Gramma School) 1846 ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนรักบี้ (Rugby School) ระหว่างที่เรียนเขามีผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ดี…

0
Read More

Gerald Gardner

เจรัลด์ การ์ดเนอร์ (Gerald Gardner) พ่อมด เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1884 ในอังกฤษ เป็นลูกของวิลเลี่ยม การ์ดเนอร์ (William Robert Gardner) และแม่ชื่อหลุยส์ เอ็นนิส (Louise Ennis) เป็นชาวสหรัฐฯ  ครอบครัวของเขามีฐานะดี เป็นเจ้าของบริษัทค้าไม้โจเซฟ การ์ดเนอร์ แอนด์ ซัน (Joseph Gardner & Sons) เป็นบริษัทค้าไม้เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ ครอบครัวสืบประวัติย้อนไปได้ถึงกริซเซล การ์ดเนอร์ (Grissel Gardner) ซึ่งถูกเผาด้วยข้อหาเป็นพ่อมดในปี 1610 ในเมืองนิวเบิร์ก (Newburgh)  การ์ดเนอร์ เขาถูกเลี้ยงดูมาโดยนางพยาบาลชื่อ จอร์เจียน่า  แม็คคอมบี้ (Georgiana  Com McCombie) เพราะตอนเด็กเขาเคยป่วยโดยโรคหอบหืด (asthma) โจเซฟินจึงทำหน้าที่พาเขาไปยังเมืองที่มีอากาศอบอุ่นในยุโรป 1900 จอร์เจียน่าแต่งงานกับเดวิด เอลคิงตัน (David Klkington) ซึ่งเขามีไร่ชาอยู่ในศรีลังกา พวกเขารวมทั้งการ์ดเนอร์ จึงได้ย้ายมาอยู่ที่ศรีลังกา  1907 การ์ดเนอร์ เดินทางกลับอังกฤษ และเข้าไปทหาร (Legion of Frontiersmen) ซึ่งทำหน้าที่รบกับทหารเยอรมัน แต่ว่าปลายปีก็เดินทางกลับมาศรีลังการ 1910 เข้าเป็นสมาชิกของฟรีเมสัน 1911 ย้ายมาอยู่ในมาเลเซีย บนเกาะบอร์เนียว ตอนแรกเริ่มทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัท Mawo Estate ซึ่งทำกิจการสวนยาง ระหว่างนี้การ์ดเนอร์ ได้ทำความคุ้นเคยกับคนท้องถิ่น ชาวดียัก (Dyak) และ ดูซัน…

0
Read More

John Dee

จอห์น ดี (John Dee) จอห์น ดี เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฏาคม 1527 ในลอนดอน  พ่อของเขาชื่อโรว์แลนด์ (Rowland Dee) เป็นพ่อค้าผ้า และเป็นข้าราชการตำแหน่งเล็กๆ เขามีเชื้อสายเวลช์ ส่วนแม่ชื่อเจน ไวล์ด (Jane Wild)  1535 ดี เข้าเรียนหนังสือที่เชลม์สฟอร์ด (Chelmsform Chantry School)  1542 เข้าเรียนที่เซนต์ดีคอลเลจ, แคมบริดจ์ (St.John’s College, Cambridge)  เขาได้เรียนรู้ภาษาลาติน, กรีก, ปรัชญา คณิตศาสตร์และดาราศาสตร์  1546 หลังเรียนจบ ดีร่วมก่อตั้ง Fellow of Trinity College , โดยเป็นปีแรกที่ไตรนิตี้คอลเลจ วิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในแคมบริดจ์ถูกก่อตั้งโดยเฮนรี่ ที่  8  1548 เริ่มออกเดินทงไปยังเมืองต่างๆ ในยุโรประหว่างที่อยู่ในลัวเวน (Leuven) เบลเยี่ยม เขาเสนอแนวคิดแบบใหม่ของจักรวาล ร่วมกับ  Gerard Mercator , Gamma Frisius,  1550 เมื่อไปถึงปารีสเขาทำงานเป็นครูสอนวิชาตรีโกณมิติแบบยูคลิด 1551 เดินทางกลับมายังอังกฤษ และได้งานทำรับใช้เอิร์ลแห่งเปมโบร๊ก (Earl of Pembroke) ต่อมาช่วงปลาปีได้ไปทำงานกับดุ๊กแห่งนอร์ทัมเบอร์แลนด์ (Duke of Northumberland) 1552 ได้พบกับ Gerolamo Cardono ซึ่งทั้งสองร่วมกันสร้างโมเดล perpetual motion…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!