Iran

Ferdowsi

เฟอร์โดว์ซี (Abul Ghasem Ferdowsi) ผู้เขียน Shahnameh  เฟอร์โดว์ซี เกิดราวปี c.940  ในหมู่บ้านปาจ เมืองทุส (Paj village, Tus) เขตโคราซาน (Khorasin, Samanid Emire) ในจักรวรรดิซามานิด ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดโคราซาน, อิหร่าน    ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของที่ดิน  แต่เชื่อว่าไม่ได้มีฐานะร่ำรวยนัก พวกเขาจัดอยู่ในชนชั้นเดห์กัน (dehqans class) ซึ่งเป็นชนชั้นสูงในสังคม เฟอร์โดว์ซี มีลูกชาย แต่ว่าลูกของเขาเสียชีวิตตอนอายุ 37 ปี คำว่า เฟอร์โดว์ซี แปลว่า สรวงสรรค์ อิหร่านตกอยู่ภายใต้วัฒนธรรมของอิสลามซึ่งมาแทนที่วัฒนธรรมเดิมตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 แต่ในช่วงศตวรรษที่ 9 นั้นการปกครองแบบอิสลามได้อ่อนแอลง และได้เกิดราชวงศ์เล็กๆ ขึ้นมาปกครองเมืองต่างๆ ของอิหร่านอีกครั้ง ราชวงศ์ซัสซานิด (Sassanid dynasty) เป็นหนึ่งในราชวงศ์เหล่านั้น  ซึ่งราชวงศ์ซัสซานิดอ้างว่าเป็นสิบเชื้อสายมาจากบาห์รัม โชบิน (Bahram Chobin) ซัสซานิด มีนโยบายสนับสนุนให้ใช้ภาษาเปอร์เซียใหม่ (New Persian) แทนภาษาอารบิก  จึงได้มีการระดมเอาผู้มีความรู้จำนวนมากมาช่วยกันแปลตำราเก่าจากภาษาปาห์ลาวิ (Pahlavi~เปอร์เซียยุคกลาง) ไปเป็นภาษาเปอร์เซียใหม่ อาบู มานซูร์ มูฮัมหมัด (Abu Mansur Muhammad) เจ้าเมืองทุส ในตอนนั้นจึงได้สั่งให้ผู้ช่วยของเขา อาบู มานซูร์ มามาริ (Abu Mansur Mamari) ให้นำกวีหลายคนมาช่วยกันแต่งบทประพันธ์ Shahmaneh (Book of…

0
Read More

Iranian Revolution

 ปฏิวัติอิหร่าน 1979 (انقلاب اسلامی) ปฏิวัติอิหร่าน หรือเรียกว่า ปฏิวัติ 57 (Revolution 57) ตามปฏิทินของอิหร่าน ซึ่งปีที่เกิดการปฏิวัติตรงกับปี 1357  1891 Tobacco movement , Naser-al Din Shah Qajar ได้มอบสัมประทานการค้ายาสูบให้กับบริษัท Imperial Tobacco Corp. ของอังกฤษ ของพันเอกตาลบ๊อต (G. F. Talbot) เป็นเวลาห้าสิบปี  ต่อมาเมื่อชาห์ไม่สามารถหยุดกระแสการประท้วงได้ พระองค์ก็จึงได้ยกเลิกสัมประทาน การเคลื่อนไหวต่อต้านสัมปะทานยาสูบนี้เป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นอำนาจและบทบาทของนักบวชในนิกายชีห์อะที่มีต่อสังคมอิหร่าน 1905 Constitutional Revolution (1905-1911) การปฏิวัติทำให้เกิดรัฐธรรมนูญครั้งแรกและเป็นการสิ้นสุดระบบสมบูรณาญาสิทธิราช โมฮัมมัด เรซา (Mohammad Reza Khan Pahlavi)  ริเร่ิมระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ 1941 สิงหาคม,​Operation Countenance (25 สิงหาคม 1941-17 กันยายน) ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ฝ่ายสัมพันธมิตร โดย อังกฤษและสหภาพโซเวียต ได้บุกอิหร่าน เพราะต้องการป้องกันแหล่งน้ำมันในอิหร่านเพื่อสำรองไว้สำหรับกองทัพของสหภาพโซเวียต และอิหร่านในขณะนั้นถูกมองว่าเป็นฝ่ายเดียวกับอักษะ  เมื่อสัมพันธมิตรบุกอิหร่านแล้ว ก็ได้ปลด โมฮัมหมัด เรซา ออก และได้สนับสนุนโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Pahlavi) ขึ้นมาเป็นชาห์องค์ใหม่ 1953 สิงหาคม, (Operation Ajax) MI6 ของอังกฤษ…

0
Read More

Zoroaster

ซาราทัชตร้า (Zarathushtra) โซโรแอสเตอร์ เชื่อกันว่าเขาเกิดระหว่างปี 1800-1700 ฺ BC  แต่ตามธรรมเนียมของศาสนาโซโรแอสเทรียน จะเฉลิมฉลองวันเกิดของเขาในวันที่ 26 มีนาคม 1738  BC โซโรแอสเตอร์เป็นลูกของโพรัสชาโป (Porushaspo) กับดุ๊ชวา (Dughdhvo) เกิดในเมือง Takht-e-Suleman ซึ่งพวกเขาใช้ภาษาเอเวสตาน  (Avestan language) ในการสื่อสาร โซโรแอสเตอร์เป็นลูกคนที่สามของครอบครัว เขามีพี่ชายสองคน และมีน้องชายสองคน ตำนานร่ำลือกันว่าตอนที่โซโรแอสเตอร์เกิด แม่ของเขาฝันว่าโลกกำลังพังทลาย แล้วจู่ๆ ก็มีเทพเจ้าเอหุร่า มาซด้า  (Ahura Mazda) ปรากฏกายขึ้นในบ้านของเขาและได้อวยพรให้กับทารกที่จะเกิดขึ้นมา เมื่อโซโรแอสเตอร์คลอดออกมา ทารกน้อยก็ไม่ได้ร้องไห้เหมือนเด็กทั่วไป แต่กลับมีรอยยิ้มบนใบหน้าและหัวเราะ แม่ของเขาจึงตั้งชื่อว่า ซาราทัชตร้า แปลว่า แสงสีทอง เชื่อกันว่าตระกูลของเขาสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์นานุชชิฮาร์ (house of Manushcihar)  ซึ่งมีกษัตริย์ที่เคยปกครองอิหร่านในยุคโบราณ เมื่ออายุได้ 20 ปี โซโรแอสเตอร์เริ่มออกเดินทางผจญภัยไปยังเมืองต่างๆ เพื่อแสวงหาความรู้ หลังการผจญภัยนานว่าสิบปี เมื่อเขาอายุได้ 30 ปี  เขาเดินขึ้นไปยังยอดเขาซาบาตัม (Sabatam Mountain) และได้พบกับเทพเจ้าเอหุร่า มาซด้า เขาได้รับพรและกลายมาเป็นศาสดาที่เผยแพร่คำสอนของเอหุร่า มาซด้า ต่อมาโซโรแอสเตอร์ยังได้พบกับเทพอีก 7 ตน ที่พระทานพรให้เขามีอำนาจต่าง ๆ อีก 7 อย่าง โซโรแอสเตอร์ไ้ดพบกับ เทพโวหุ มานา (Vohu Mana) เทพแห่งสรรสัตว์  ซึ่งโวหุ มานาได้นำพาเอาดวงจิตของโซโรแอสเตอร์ไปยังแม่น้ำบนสวรรค์ ซึ่งโซโรแอสเตอร์จมลงไปในแม่น้ำ และถูกปองร้ายจากอาห์ริมัน…

0
Read More

Ali Khaminei

อลี คามีไน  คามีไน เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 1939 ในเมืองมัชฮัด (Mashhad) อิหร่าน เขาเป็นลูกคนที่สองในพี่น้องทั้งหมดแปดคน บิดาชื่อจาวัด (Ayatullah Seyed Javad Hosseini Khamenei) และมารดาชื่อฮาจิ (Haji Mirdamad) ครอบครัวของเขานั้นสืบเชื้อสายจากชาวอาเซอร์ไบจัน  และต้นตระกูลยังสืบเชื้อสายย้อนไปได้ถึงอาลี (Ali) ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของศาสดามูฮัมหมัด  ในครอบครัวจึงมีคำนำหน้าว่าเซยยิด (Sayed)  ปู่ของเขาโฮสเซ็น (Seyed Hossein) อาศัยอยู่ในอาเซอร์ไบจันและเป็นครูสอนศาสนาที่มีชื่อเสียง ก่อนที่ต่อมาจะย้ายมาอยู่ในอิรักที่เมืองนาจาฟ (Najaf, Iraq) คามีไนเริ่มเข้าเรียนตอนอายุ 4 ขวบที่โรงเรียนในเมืองมักตาบ (Maktab) และต่อมาได้เรียนในโรงเรียนดาร์ อัลตาลีม ดิยานัต (Dar al-Ta’ leem Diyanat) คามีไนนั้นสามารถพูดภาษาเปอร์เซีย , อเซริ (Azeri) และอราบิค ได้อย่างดี ชอบการอ่านบทกวีเปอร์เซีย ชอบกีฬาฟุตบอล 1957 ย้ายมาอยู่ในเมืองนาจาฟ  1958 มาอยู่ในเมืองคอม (Qom) ที่เมืองนี้คามีไนได้เรียนหนังสือกับ อยาโตลลาห์ โบรัวเจร์ดิ ฮุสเซน (Ayatollah Boroujerdi Hussein) และ รุโฮลลาห์ โคไมนี (Ruhollah Khomeini)  ซึ่งคามีไนต่อมาจึงไเคลื่อนไหวต่อต้านพระเจ้าชาห์ แห่งอิหร่าน 1964 โคไมนี ถูกเนรเทศออกจากอิหร่าน ในขณะที่โคมีไน ถูกหน่วยซาแวก (SAVAK) จับระหว่างอยู่ในเมืองเบอร์จันด์ (Birjand)  และว่าไม่นานเขาได้รับการปล่อยตัว…

0
Read More

Cyrus The Great

ไซรัส ที่  2 , มหาราช (Cyrus II The Great)  กษัตริย์ไซรัส ประสูตรระหว่างปี 600-599 BC  จารึกแห่งไซรัส (Cyrus Cylinder) เป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งค้นพบในปี 1879 ในอิรัก คาดว่าจารึกแห่งไซรัสนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 539-530 BC จารึกซึ่งสลักด้วยอักษาอัคคาเดียน คูนิฟอร์ม (Akkadian cuneiform) ที่ได้กล่าวถึงกษัตริย์แห่งอคาเมนิด (Achaemenid) ไซรัส  ไซรัส เอาชนะกษัตรย์นาโบนิดัส (Nabonidus) แห่งบาบิโลน (Babylon) พระองค์จึงถูกยกย่อมว่าเป็นเทพมาร์ดัก (Marduk) เทพของบาบิโลน ไซรัส ได้รับยกย่องว่าปกครองบ้านเมืองอย่างมีคุณธรรม พระองค์ทรงให้อิสระภาพแก่ชาวยิวที่ถูกบาบิโลนจับตัวมา นักประวัติศาสตร์ของกรีก อย่างพลูตาร์ช (Plutarch) , ซนิดัส (Cnidus) แปลความหมายของคำว่า “Cyrus” ว่าหมายถึง พระอาทิตย์   เฮโรโดตัส (Herodotus) นักประวัติศาสตร์กรีกอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับไซรัส ได้บอกว่าแม่ของไซรัส คือ แมนเดน (Mandane) และพ่อของไซรัสคือ แคมไบเซส (Cambyses I, King of Anshan) ไซรัสเป็นหลานของกษัตริย์ออสเตียเจส  แห่งอาณาจักรเมเดียน(Astyages, King of Median Empire) สตราโบ (Starbo) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก บอกว่าคนเลี้ยงสัตว์ที่เลี้ยงไซรัส ตั้งชื่อให้เขาว่า อกราดาเตส (Agradates)  ซึ่งข้อมูลของเฮโรโดตัส…

0
Read More

Rumi

มาว์ลาน่า ญะลัล อัล-ดิน มูฮัมหมัด รูมิ (Mawlana Jalal al-Din Muhammad Rumi) กวีเอกแห่งเปอร์เซีย ประวัติของรูมิ ที่เรารู้จักถูกเขียนไว้ในหนังสือ Manāqib ul-Ārifīn   ของ ชามส์ อุดิจ อาห์เมด อฟลากี (Shams ud-Din Ahmad Aflāki)ซึ่งเขียนขึ้นระหว่างปี 1318–1353  รูมิเกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 1207 ในเมืองบาลค์  เขตวาค์ช ซึ่งขณะนั้นเป็นบริเวณของอาณาจักรเปอร์เซีย (Balkh,Wakhsh,  Afghanistan/Tajikistan)  ปัจจุบันอยู่ในอัฟกานิสถานและทาจิกิสถาน พ่อของรูมิ ชื่อว่า บาฮา อัต-ดิน วาลาด (Bahā ud-Dīn Walad)  เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักกฏหมาย อยู่ในวาค์ช ซึ่งผู้ติดตามของรูมิ เรียกพ่อของรูมิว่า สุลต่าน อัล-อุลาม่า (Sultan al-Ulama หรือ Sultan of the Scholars)  ตามประวัติมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อว่าครอบครัวเขาสืบเชื้อสายมาจากกาหริบ อาบู บาค์ร (Caliph Abu Bakr) และมีทั้งที่เชื้อว่าเขาเป็นเชื้อสายในราชวงศ์ควาราซเมียน  (Khwarazmian dynasty) แห่งเปอร์เซีย ซึ่งนับถือนิกายซุนนี  แต่สมมุติฐานทั้งสองข้อนี้ขาดหลักฐานที่เพียงพอ แม่ของรูมิ ชื่อว่ามุมีน่า คาตัน (Mu’mina Khātūn) 1215–1220 เปอร์เซียถูกรุกรานโดยมองโกล ทำให้พ่อของรูมิ พาครอบครัวหนีภัยสงครามมุ่งหน้ามาทางตะวันตก  ระหว่างที่เดินทางมาถึงเมืองนิชาเปอร์ (Nishapur, Khorasan, Iran) ในอิหร่านปัจจุบัน  ซึ่งระหว่างการอพยพนี้พวกเขาได้พบกับปราชญ์คนหนึ่งของเปอร์เซีย ชื่อว่า อัตต้า (Farid al-Din Attar) เขาได้พบรูมิ และได้เดินมาที่รูมิ ซึ่งยังเด็ก…

0
Read More

Xerxes

เซอร์เซส ที่ 1 (คาชายาร์ ชาห์ , Khashayar Shah) เกิดประมาณ  520 BC  ในตอนใต้ของจังหวัดเปอร์ซิซ (Persis หรือ Fars) ทรงเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรอแชมีนิด  (Achaemenid) หรือที่รู้จักกันว่า อาณาจักรเปอร์เซีย (Persia) เซอร์เซส เป็นโอรสองค์โตของกษัตริย์ ดาเรียส มหาราช (Darius ,The Great) กับราชินี อโตสา (Atosa , อโตซ่าเป็นธิดาของกษัติย์ไซรัส (Cyrus, The Great) )  ขณะที่เซอร์เซส ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าชายอยู่นั้น ทรงได้รับอำนาจในการปกครองอาณาจักรบาบิโลน ตุลาคม 486 BC. กษัตริย์ดาเรียส เสียชีวิต ซึ่งก่อนที่จะทรงสิ้นพระชนษ์ได้ทรงเลือกให้เซอร์เซสเป็นผู้สืบบัลลังค์ไว้ก่อนแล้ว ตามธรรมเนียมเดิมนั้นบุตรชายคนโตของกษัตริย์จะเป็นผู้สืบบัลลังค์ ความจริงแล้วกษัตริย์ดาเรียสมีบุตรอีกคนหนึ่งที่เกิดกับหญิงชาวบ้าน ชื่ออาร์โตบาซาน (Artobazan) ก่อนที่ดาเรียสได้ได้ขึ้นครองราชย์เสียอีก 485 BC.  เมื่อเซอร์เซสได้รับอำนาจต่อจากพระบิดา ขณะมีอายุได้ 36 ปี ภาระกิจแรกที่เขาต้องทำ คือการปราบการจราจลที่เกิดขึ้นในอียิปต์ ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีก่อน ขณะที่บิดาของเขายังมีชีวิตอยู่ หลังจากการจราจลสงบแล้วได้แต่งตั้งให้น้องชาย ชื่อ อแชมีเนส (Achaemenes) เป็นผู้ปกครองอียิปต์ (เรียกตำแหน่งว่าสาตราฟ Satrap หรือ Khshathrapavan) 484 BC. ปราบการจราจลในบาลิโลน ซึ่งการต่อสู้มีผลทำให้อนุสาวรีย์ทองคำ มาร์ดัก (Marduk) เสียหาย จนกระทั่งพังลงมาในช่วงปีใหม่ 481-480 BC เซอร์เซส เริ่มแคมเปญในการบุกประเทศกรีซ เขาสามารถยึดเมืองตอนเหนือของกรีซได้ในฤดูร้อนของปี 480 BC  ช่วงสิงหาคม…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!