Omm Sety



โดโรธี เอดี้ (Dorothy Louise Eady)
ผู้หญิงซึ่งอ้างว่าเป็นนักบวชในอียิปต์โบราณกลับชาติมาเกิด


โดโรธี เกิดวันที่ 16 มกราคม 1904 ในลอนดอน (Blackhearth, London) เป็นลูกคนเดียวของรัวเบน (Reuben Ernest Eady) ช่างตัดเสื้อ และแม่ชื่อคาโรไลน์ (Caroline Mary Frost) 
ตอนอายุ 3 ขวบโดโรธีประสบอุบัติเหตุตกจากบันไดจนหมดสติไป ขนาดที่หมอคาดว่าเธอจะไม่มีชีวิตรอด และเธอมีอาการของโรคผิดปกติในการออกเสียงพูด (foreign accent syndrome) แต่แล้วเธอก็ผ่านช่วงเวลาที่วิกฤตมาได้อย่างปาฏิหารย์
ครอบครัวของโดโรธีเป็นแคโธริก เธอจะต้องเข้าโบสถ์เป็นประจำทุกอาทิตย์ตั้งแต่เด็ก มีอยู่วันหนึ่งตอน 4 ขวบ พ่อได้พาโดโรธีไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์  และเธอได้เห็นภาพวิหารของฟาโรห์ เซติ ที่ 1 (Seti I) ฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์ โดโรธีบอกกับทุกคนว่าที่นั่นคือบ้านของเธอ  เธอล้มลงจูบที่เท้าของรูปปั้นฟาโรห์ และตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มเรียนอักษรเฮียโรกริฟห์ ของอียิปต์
ตอนอายุ 15 โดโรธีเล่าถึงความฝันว่าได้พบกับฟาโรห์ เซติ ที่ 1 และพระองค์ช่วยให้ความทรงจำในอดีตของเธอก็กลับมามากขึ้น
1931 โดโรธี แต่งงานกับอีแมน เมกูอิด (Eman Abdul Meguid) ชาวอียิปต์ พวกเขามีลูกชายด้วยกัน ซึ่งเธอก็ตั้งชื่อว่าเซตี้ (Sety) หลังแต่งงานโดโรธีย้ายไปอยู่ในอียิปต์โดยสามีของเธอทำงานเป็นครูสอนภาษา
โดโรธีเล่าปูมประวัติของเธอในอียิปต์โบราณ โดยอ้างว่าเธอมีชื่อว่า เบนตรีชีต (Bentreshyt-Harp of Joy) เป็นลูกสาวคนหนึ่งของทหารองครักษ์ของฟาโรห์ เซติ ที่ 1 และแม่ของเธอเป็นเพียงแม่ค้าขายผักธรรมดา แม่ของเธอเสียชีวิตไปตอนที่เธออายุ 3 ขวบ พ่อจึงนำเธอไปฝากไว้กับวิหารแห่งคม เอล ซุลตาน (Kom El Sultan) ในอะบีดอส (Abydos) เธอจึงเติบโตขึ้นมาโดยได้รับการฝึกเป็นนักบวช
เมื่อเบนตรีชีตอายุ 12 ปี เธอเข้ารับการปาวรณาเป็นสตรีบริสุทธิทางศาสนา แต่ว่าไม่กี่ปีต่อมาเธอก็ได้มีโอกาสพบกับฟาโรห์ เซติ เป็นครั้งแรกภายในสวนแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นเบนตรีชีตกลายเป็นชู้รักของพระองค์ และได้ตั้งครรภ์กับพระองค์  แต่ว่าเมื่อสังฆราชได้รู้ว่าเบนตรีชีตตั้งครรถ์ ก็บอกว่าการกระทำของเธอเป็นการหลบหลู่เทพไอซิส (Isis) และจะนำภัยมาสู่ฟาโรห์ เซติ  เบนตรีชีตจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย

1935 โดโรธีแยกทางกับสามี เพราะสามีของเธอต้องไปทำงานสอนหนังสือในอิรัก 
1937 หลังจากหย่ากับสามีอย่างเป็นทางการ เธอก็ย้ายไปอยู่ในนาซลัต อัล ซัมมาน (Nazlat al-Samman) ใกล้กับปิรามิดแห่งกีซ่า โดยได้ทำงานเป็นเลขาของเซลิม ฮัสซาน (Selim Hassan) นักโบราณคดี
1949 เขียน  A Dream of the Past 
1961 หลังจากฮัสซานเสียชีวิต โดโรธีก็ไปทำงานให้กับอาเหม็ด ฟากห์รี่ (Ahmed Fakhry)  ซึ่งทำงานขุดค้นโบราณคดีอยู่ในดาสเฮอร์ (Dashur) 
1956 การวิจัยสำรวจของฟากห์รี่ ถูกยกเลิก โดโรธี อายุ 52  ปีได้ ย้ายมาอยู่ในอะบีดอส และสร้างบ้านขึ้นใกล้กับเนินเขาเพก้า เดอะ แก๊ป (Pega the Gap) ซึ่งตามความเชื่อของอียิปต์เป็นภูเขาที่อยู่บนถนนไปสู่ความตาย และเธอให้คนอื่นๆ เรียกชื่อเธอว่า Omm Sety (แปลว่าแม่ของ เซตี) มาตั้งแต่นั้น
1970 เขียน A Question of Names 

1981 21 เมษายนโดโรธี เสียชีวิตในวัย 81 ปี ร่างของเธอถูกฝังในสุสานคอปติค (Coptic cemetery) ในอะบีดอส


Popular Posts