💭 The constant happiness is curiosity. ความสุขที่ยั่งยืนคือการใฝ่เรียนรู้ - Alice Munro

Silver hoof

กีบเงิน (серебряное копытце) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนายพรานม่ายคนหนึ่ง เขามีชื่อว่า โกโกวานย่า (Kokovanya) เขามีลูกเลี้ยงอยู่คนหนึ่งชื่อว่าดาร์ยอนก้า (Daryonka)  เธอเป็นเด็กสาวกำพร้าและยากจนซึ่งนายพรานเก็บมาเลี้ยงโกโกวานย่า และดาร์ยอนก้า แม้ว่าจะไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยแต่ว่าชีวิตปานกลาง ไม่ได้ยากลำบากอะไร เวลาที่นายพราณออกไปล่าสัตว์ ดาร์ยอนก้าจะมีหน้าที่คอยดูแลบ้านและทำอาหาร เธอมีสัตว์เลี้ยงอยู่ตัวหนึ่งเป็นแมว ในตอนกลางคืนก่อนที่จะนอน นายพรานจะมาเล่านิทานให้เธอฟังหลายเรื่อง และเรื่องที่เด็กน้อยชอบฟังมากที่สุด เป็นเรื่องกีบเท้าสีเงิน ซึ่งเป็นเรื่องของแพะวิเศษตัวหนึ่ง ที่มีห้าเขา และขาหน้าข้างขวามีกีบเท้าเป็นเงิน เมื่อแพะวิเศษตัวนี้กระทืบเท้าข้างนี้ลงบนพื้น จะมีอัญมณีล้ำค่ามากมายปรากฏขึ้น ยิ่งถ้าแพะวิเศษใช้กีบเท้าสีเงินนี้ขุดดิน ก้จะเกิดเป็นเหมืองอัญมณีมากมายตรงนั้น โกโกวานย่าบอกกับดาร์ยอนก้าว่าเขาใช้เวลาหลายปีแล้วในการตามหาเจ้าแพะวิเศษและเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงอีกหน เขาก็จะเข้าไปในป่าเพื่อตามหามัน ดาร์ยอนก้าอ้อนขอที่จะตามพ่อเลี้ยงเข้าไปในป่าด้วยถ้าถึงเวลานั้น เพราะว่าไม่อยากจะอยู่บ้านคนเดียวอย่างเงียบเหงา และอีกอย่างเด็กน้อยก็อยากจะเห็นเจ้าแพะวิเศษตัวนั้นด้วย  พอฤดูใบไม้ผลิมาถึง นายพรานโกโกวานย่า ดาร์ยอนก้าและลูกแมวสัตว์เลี้ยงก็เดินทางเข้าไปในป่า เจ้าแมวเหมียวที่แสนจะกล้าหาญเดินนำหน้าพวกเขาไป จนกระทั้งมาถึงที่ลานแห่งหนึ่งกลางป่าที่นายพราณสร้างที่พักเอาไว้ พวกเขาใช้เวลาตามล่าหาแพะวิเศษจนกระทั้งฤดูหนาวใกล้จะสิ้นสุด พวกเขาสามารถล่าแพะได้หลายตัว ได้หนัง และเนื้อของแพะมามากมาย แต่ก็ไม่เคยเจอแพะวิเศษ นายพรานคิดว่าสมควรจะกลับบ้านกันเสียทีและเอาเนื้อและขนแพะที่ล่าได้ไปขายในเมือง นายพราณบอกดาร์ยอนก้าว่าเขาจะออกไปหาม้ามาตัวหนึ่งเพื่อช่วยขนของเหล่านี้และให้เธอรออยู่ในกระท่อมก่อนจนกว่าเขาจะกลับมา ในวันที่สองหลังจากดาร์ยอนก้า ทำหน้าที่เฝ้ากระท่อมอยู่ลำพัง เธอได้ยินเสียงดัง กุบกุบ มาจากด้านนอก เมื่อเธอออกไปดูก็พบว่าเป็นแพะวิเศษ เธอพยายามจะวิ่งไปจับเจ้าแพะวิเศษ ร้องเรียกมัน แต่ว่าแพะวิเศษก็หนีไป ในวันที่สาม เจ้าแมวออกไปเล่นนอกบ้าน แต่ว่าไม่ยอมกลับมา จนกระทั้งดาร์ยอนก้าต้องออกไปตามหา ปรากฏว่าเธอไปเจอเจ้าแมวอยู่กับแพะวิเศษ เจ้าแมวเอาหัวของมันหนุนอยู่กับหัวของแพะวิเศษ เมื่อเห็นดาร์ยอนก้าแพะวิเศษก็ตกใจ วิ่งเข้าไปในกระท่อม มันใช้เท้ากระทืบ และกระโดดไปมาอย่างตกใจอยู่ภายใน ก้อนอัญมณีร่วงพลูมา ทั้งสีแดง สีเขียว สีเหลือง มากมายเหลือคณา และเมื่อนายพราณกลับมาถึงบ้าน เขาจำกระท่อมของตัวเองไม่ได้เลย เพราะว่ากระท่อมถูกปกคลุมไปด้วยอัญมณีมากมายที่ส่องประกายท่ามกลางแสงจันทร์ แพะวิเศษ่กระโดดหนีออกจากกระท่อมไปทางหลังคาพร้อมกับแมวของพวกเขา นายพราณรวบรวมเอาอัญมณีทั้งหลายมากองไว้ และในคืนนั้นเขากับดาร์ยอนก้าก็นอนหลับฝันหวานกัน แต่เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็พบว่าหินมีค่าทั้งหลายหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงอัญมณีเม็ดเดียวที่เขาเอาใส่ไว้ในหมวก แต่นั้นก็มีค่ามากมายที่จะทำให้สองพ่อลูกมีความสุขตราบกาล

0
Read More

Nadezhda Krupskaya

  นาเดซดา คอนสแตนตินนอฟน่า ครุปสกาย่า (Надежда Константиновна Крупская) ,( 26 กุมภาพันธ์ 1869– 27 กุมภาพันธ์ 1939)  นาเดซดา ครุปสภาย่า (นาเดีย) ภรรยาของวลาดิมีร์ เลนิน เธอเกิดในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ในครอบครัวที่มีภูมิหลังดี พ่อของเธอเป็นนายทหาร ชื่อ คอนสแตนติน ครุปสกี (Константин Игнатьевич Крупский ,Konstantin Krupski, 1838-1883)  ส่วนแม่ชื่อ อลิซาเบธ ตีสโตรว่า (Елизавета Васильевна Тистрова) เป็นลูกของเจ้าของที่ดินผู้มั่งคั่ง อลิซาเบธสมัครเข้าเรียนที่สถาบันเบสตุซเชฟคอร์เสส (Bestuzhev Courses) จากนั้นอลิซาเบธได้ทำงานเป็นครูสอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียนตามบ้านของเศรษฐี ก่อนที่จะได้แต่งงานกับคอนสแตนติน ซึ่งคอนสแตนตินเองได้เข้าไปเกี่ยวพันธ์กับขบวนการปฏิวัติในโปแลนด์ ซึ่งต่อมาเขาได้ถูกปลดออกจากราชการ ในข้อหาไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการที่ไม่ใช่ธุระของรัสเซีย เขาจึงได้มาทำงานในโรงงาน ก่อนที่จะได้รับการรับเข้าราชการใหม่ในปั่นปลายของชีวิต แต่ว่าคอนสแตนติน เสียชีวิตตอนที่นาเดียอายุได้เพียง 14 ปีเท่านั้น ตอนประถมเธอเรียนที่โรงเรียนเอกชน ในเซนต์ปีเดอร์เบิร์ก โรงเรียนชื่อว่า Princess Obolensky เธอสามารถเรียนจบ ม.ปลาย ด้วยรางวัลเหรียญทอง  1889 นาเดีย สมัครเข้าเรียนในสถาบันเบสตุซเชฟเวซคอร์เสส ในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก โรงเรียนเดียวกับแม่ของเธอ แต่ว่าเธอเรียนได้เพียงปีเดียว ในปี 1890 เธอลาออก  ก่อนที่จะเข้าร่วมกับพวกมาร์กซิส และมาทำงานเป็นครู ทุ่มเทให้กับการศึกษาลัทธิคอมมิวนิสต์ 1894 เธอได้พบ วลาดิมีร์ อุลิยานอฟ (เลนิน) และได้เข้าร่วมกับ League of Struggle for the…

0
Read More

Fox and Hare

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมี หมาป่าและกระต่าย เจ้าหมาป่าอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ซึ่งสร้างขึ้นด้วยน้ำแข็ง ส่วนบ้านของเจ้ากระต่ายเป็นบ้านไม้ พอถึงฤดูใบไม้ร่วงบ้านของหมาป่าก็ละลายหายไป ในขณะที่บ้านของกระต่ายยังแข็งแรงดี หมาป่าจึงมาหาเจ้ากระต่าย และยึดบ้านของเจ้ากระต่ายเอาไว้ เจ้ากระต่ายจีงเดินร้องไห้ออกไปตามถนน จนกระถังมาเจอกับหมาสองตัว หมาทั้งสองถามเจ้ากระต่ายว่า “เจ้าร้องไห้ทำไม , กระต่ายน้อย”“ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถิด คุณหมา , ใครจะไม่อดทนอยู่ได้หล่ะ ถ้าถูกเจ้าหมาป่ายึดเอาบ้านไม้ที่อบอุ่นไป ก้อบ้านของเจ้าหมาป่าที่เป็นน้ำแข็งมันละลายหายไปหมดแล้ว และฉันถูกไล่มา” กระต่ายตอบ"อย่าร้องให้ไปเลย พวกฉันจะช่วยเอาบ้านเธอกลับมาให้ “ หมาทั้งสองช่วยกันปลอบกระต่ายจากนั้นสุนัขทั้งสองก็ไปที่บ้านของเจ้ากระต่าย และตะโกนต่อว่าเจ้าหมาป่าให้คืนบ้านให้กับกระต่าย แต่ว่าเมื่อเจ้าหมาป่าออกมา แล้วก็ได้มีการต่อสู้กับสุนัขทั้งสอง แต่ว่าสุนัขสองตัวได้พ่ายแพ้ให้กับเจ้าหมาป่า จนต้องหนีกลับออกมา เจ้ากระต่ายเมื่อทราบว่าตัวเองคงไม่ได้บ้านคืน ก็เดินร้องไห้ต่อไปอีก จนกระทั้งมาพบกับ หมีตัวหนึ่ง  เมื่อหมีทราบว่าเจ้ากระต่ายเสียใจด้วยสาเหตุใด ก็อาสาว่าจะไปเอาบ้านมาคืนให้เจ้ากระต่าย ก้ออาสาจะไปเอาบ้านคืนมาให้ แต่เมื่อเจ้าหมีสู้กับหมาป่า ปรากฏว่าเจ้าหมีแพ้อีก เจ้ากระต่ายเดินร้องไห้ไปตามทาง จนกระทั้งมาพบกับวัวตัวหนึ่ง  "เจ้าร้องไห้ทำไม เจ้ากระต่าย” วัวถาม “ปล่อยฉันไว้คนเดียวเทิด ฉันเสียใจเพราะบ้านฉันโดนเจ้าหมาป่าใจร้ายยึดเอาไป มีหมาสองตัว และหมี พยายามจะช่วยเอาบ้านคืนให้ แต่ว่าพวกเขาก็โดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ท่านเองก็คงจะสู้เจ้าหมาป่าไม่ได้” เจ้ากระต่ายเล่าให้วัวฟัง “ขอให้ฉันได้ลองดูหน่อยนะ” วัวตอบ , จากนั้นเจ้าวัวก็ไปหาหมาป่าที่บ้านไม้ แล้วก็ได้ต่อสู้กัน แต่ว่าเจ้าวัวแพ้ เจ้ากระต่ายเดินร้องให้มาจนได้ยินเสียงไก่ตัวหนึ่งขัน “เอ๊กอี๊เอ๊กเอ๊ก , ร้องไห้ทำไมเจ้ากระต่าย” “ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถิด บ้านไม้ของฉันถูกเจ้าหมาป่า ซึ่งบ้านน้ำแข็งของมันละลาย มันจึงมายึดบ้านฉันไป มีสุนัข หมี และวัว พยายามช่วยฉันเอาบ้านคืนมา แต่พวกเขาก็แพ้และได้รับบาดเจ็บเพราะฉัน” เจ้ากระต่ายตอบ ไก่อาสาจะช่วยเจ้ากระต่าย มันบินไปที่หน้าบ้านซึ่งเจ้าหมาป่านอนหลับอยู่ข้างใน แล้วส่งเสียง “เอ๊กอี๊เอ๊กเอ๊ก ! ฉันจะเฉือนเจ้ากระต่ายด้วยเล็บของฉันซึ่งแหลมคม” เจ้าหมาป่าตะโกนตอบมาว่า “เดี๊ยว ขอฉันแต่งตัวก่อน” ไก่…

0
Read More

Zoya Kosmodemyanskaya

โซย่า อนาโตเลฟน่า คอสโมเดมยานสกาย่า (Зоя Анатольевна Космодемья Нская,Zoya Anatolyevna Kosmodemyanskaya) เป็นทหารคนหนึ่งในกองทัพแดงที่ต่อสู้อยู่ในแนวหน้ากับข้าศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสตรีคนแรกที่สวมเกียรติยศ “ฮีโร่” คนแรกของสหภาพโซเวียต โซย่า เกิดในหมู่บ้านตอนกลางของรัสเซีย ในเขตตามบอฟ (Tambov) ในครอบครัวของนักบวช เมื่ออายุได้ได้ 6 ขวบพ่อได้ย้ายครอบครัวไปยังไซบีเรีย ซึ่งบางรายงานบอกว่าที่พ่อเธอต้องย้ายบ้านเพราะว่าไปกล่าวว่าระบบการทำนารวม แต่ว่าแม่ของเธอเคยบอกไว้ในปี 1986 ว่าที่ต้องหนีเพราะว่าถูกให้ร้าย พวกเขามาอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำ เบอร์ยุสา (Biryusa) ตอนใต้ของไซบีเรียเป็นเวลาเกือบปี ก่อนที่จะย้ายมาที่มอสโคว์พ่อของโซย่า เสียชีวิตไปขณะที่โซย่ามีอายุได้เพียงสิบปี ทำให้แม่ต้องเป็นผู้ดูแลโซย่าและน้องชาย อเล็กซานเดอร์ (Aleksandr)  ชีวิตในวัยเรียน โซย่าชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์และวรรณกรรม เธอมีความฝันที่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลับเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก แต่ว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ในห้องของเธอไม่ค่อยดี เธอมีอาการป่วยด้วยความเครียดจากการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ เธอเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ และในปี 1940 ตอนที่โซย่าเข้ารักษาอาการป่วยที่คลีนิคโซกอลนิกี (Sokolniki clinic) เธอได้รู้จักกับนักเขียนมีชื่ออย่างอาร์คาดี เกย์ดาร์ (Arkady Gaydar)    เธอเรียนกจบเกรด 9 ในปี 1940 แม้ว่าจะต้องเข้าออกโรงพยาบาลและขาดเรียนอยู่หลายครั้ง 31 ตุลาคม 1941 โซย่าและอาสาสมัครยุวคอมมิวนิสต์อีก 2,000 คน ได้เข้าโรงเรียนสอนการรบ และได้เข้าประจำหน่วยกองกำลัง ที่ 9903 (guerilla troop of 9903rd) ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเน้นการรบแบบกองโจร หลังจากเรียนรู้การรบในเวลาสั้นแล้วแล้ว เธอถูกส่งไปยังเขตโวโลโกลามส์ก (Volokolamsk) ในเขตมอสโคว์ เธอและเพืื่อนมีหน้าที่ในการวางกับระเบิดตามถนน นอกนั้นสตาลินได้ออกคำสั้งให้ป้องกันการตั้งค่ายของเยอรมันในเมืองหรือหมู่บ้านต่างๆ หน่วยที่โซย่าสังกัดอยู่สามารถเผาค่ายของเยอรมันได้หลายสิบแห่งในเวลาอาทิตย์เดียว เช่นที่หมู่บ้าน…

0
Read More

Svetlana Alliluyeva

photo: wikipedia สเว็ตลาน่า อัลลิลูเยว่า (Светлана Иосифовна Аллилуева)  ลูกสาวของ โจเซฟ สตาลิน  เกิดเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 1926 เธอเเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของสตาลิน กับภรรยาคนที่สอง นาเดซดา (Nadezhda Alliluyeva ) แต่ว่านาเดซดา เสียชีวิตไปในขณะที่เธออายุได้เพียง หกขวบ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1932 โดยการฆ่าตัวตาย สเว็ตลาน่าจึงโตมาโดยอยู่กับพยาบาลพี่เลี้ยงเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่พ่อของเธอครองอำนาจในโซเวียต ตอนอายุ ได้ 16 ปี สเว็ตลาน่า ตกหลุมรัก อเล็กซี แคปลิน (Aleksey Kaplin) ซึ่งมีอายุ 40 ปี เขาเป็นช่างภาพชาวยิว แต่ว่าสตาลินไม่เห็นด้วยกับความรักของลูกสาว แคปลิน ถูกลงโทษด้วยการส่งไปค่ายในไซบีเรีย สเว็ตลาน่าแต่งงานครั้งแรกกับ กริกอรี โมรอฟซอฟ (Grigory Morozov) ในปี 1944 ตอนอายุ 17 ปี ทั้งคู่พบกันตอนเรียนในมหาวิทยาลัยมอสโคว์ สเว็ตลาน่าตอนนั้นเรียนทางด้านประวัติศาสตร์ตามที่สตาลินแนะนำ จากที่เดิมเธอเองต้องการเรียนทางด้านภาษา  สเว็ตลาน่า มีลูกชายกับ กริกอรี ชื่อว่า โจเซฟ (Joseph) เกิดในปี 1945  1947 สเว็ตลาน่าหย่าขาดกับสามี 1949 เธอแต่งงานใหม่กับ ยูริ ซดานอฟ (Yuri Zhdanov) ซึ่งเป็นลูกชายของคนสนิทของสตาลิน โดยการแต่งงานนี้เป็นไปตามความต้องการของสตาลิน สเวตลาน่าให้กำเนิดลูกสาว เยคาเทอริน่า (Ekaterina) แต่ว่าไม่นานทั้งคู่ก็หย่าล้างกันอีก …

0
Read More

Anna Chapman .ru

นางฟ้าสายลับ ของรัสเซีย แอนน่า แชบแมน เปิดตัวเว็บไซด์ของตัวเอง www.annachapman.ru ซึ่งมีทั้งภาพถ่าย และวีดีโอคลิปรายการ Mysteries of The World ซึ่งเธอเป็นพิธีกรเองในสถานีโทรทัศน์ Ren-Tv นอกจากนี้เธอยังทำมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทางสายตา

0
Read More

Gennady Zyuganov

photo www.cprf.ru เกนนาดี แอนเดรวิช ซูกานอฟ  (Геннадий Андреевич Зюганов)   เกิดในครอบครัวของครู พ่อของเขา แอนดริว ซูกานอฟ เป็นเจ้าหน้าที่ทหารในการคำนวณวิถีกระสุนปืนใหญ่ในช่วงสงครามโลก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาระหว่างการรบที่เซบาวโตโพล (Sebastopol) หลังจากสถานการณ์ในประเทศกลับสู่ปกติ ได้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในโรงเรียนมัธยมปลายในเมืองมิมริโน่ (Mymrino)  เขาสอนในหลายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ยกเว้นวิชาเกี่ยวกับภาษาและวรรณกรรม แม่ของเขามาร์ฟา (Марфа Петровна,1915-2004) เป็นครูสอนในระดับประถม ในโรงเรียนเดียวกันกับพ่อ ซูกานอฟ เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1944 ในโอเรล (Orel) หมูบ้านมิมริโน่หลังสงครามโลกนั้นเหลือบ้านเพียงไม่กี่หลัง จากเดิมที่เคยมีบ้านเรือนหลายร้อยหลัง เหลือเพียงไม่เกินสิบหลัง ตั้งแต่เด็กจนอายุได้สี่ขวบ เขาเรียนหนังสือโดยแม่เขาเป็นคนสอน แม่เป็นคนที่เข้มงวดมากและเวลาอยู่ที่โรงเรียนก็ไม่อนุญาตให้เรียกว่าแม่ นอกจากพ่อและแม่แล้ว ครอบครัวเขายังเป็นครูกันมาหลายชั่วอายุคน ปู่เขาเป็นครูในโรงเรียนศาสนา  ตอนเด็กๆ เป็นช่วงเวลาหลังสงคราม ทำให้แม้แต่เด็กๆ ก็ไม่มีข้อยกเว้น ต้องช่วยทำงานในไร่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ทั้งเลียง ไก่ กระต่าย หมู่ และทำส่วน มีงานไม่รู้จักจบสิ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพ่อของเขาเองเดินไม่ค่อยได้ ทำให้เขาต้องทำงานแทน เป็นเหมือนลูกมือให้พ่อของเขา ในการซ่อมแซมบ้าน เก็บน้ำผึ้ง และรับจ้างเพื่อนบ้านทำงาน หาเงินเล็กๆ น้อยๆ  ซูกานอฟ จบชั้นมัธยมด้วยผลการเรียน เหรียญเงิน ในปี 1961  จากนั้นได้เข้าเรียนที่สถาบันครูแห่งรัฐโอเรล (The Orel  State Pedagogical Institute) ในปี 1962 สาขาฟิสิกข์และคณิตศาสตร์ ระหว่างที่เรียนได้เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอก และได้รับราชการทหารระหว่างที่ศึกษาอยู่ด้วย 1963-1966 ได้รับราชการทหารในหน่วยต่อต้านรังสีและอาวุธเคมี กองกำลังของโซเวียตซึ่งอยู่ในเยอรมัน 1966 เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ทำงานให้กับ…

0
Read More

A Word to The People

คำร้องถึงประชาชน (Слово к народ) ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Soviet Russia ฉบับวันที่ 23 กรกฏาคม 1991 โดยมีการลงชื่อ โดยนักการเมืองคนสำคัญหลายคน เช่น Yuri Bondarev, Valentin Varennikov, Gennedy Zyuganov, Prokhanov , Valentin Rasputin , Vasily Starodubtsev เป็นการเรียกร้องให้ช่วยกันปกป้องกันการล่มสลายของสหภาพโซเวียต โดยโจมตีนโยบายของ บอริส เยลต์ซิน และ มิคาอิล กอร์บาเชฟ ขอร้องให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งต่อมาได้เกิดการพยายามปฏิวัติในเดือนสิงหาคม แต่ล้มเหลว Родина, страна наша, государство великое, данное нам в сбережение историей, природой, славными предками, гибнет, ломается, погружается во тьму и небытие. И эта погибель происходит при нашем молчании, попустительстве и согласии. <…> Что с нами сделалось, братья? Почему лукавые и велеречивые властители, умные и…

0
Read More

2nd,T-50 test

Второй Т-50 провел в небе 57 минут การทดสอบเครื่องบิน T-50 ครั้งที่ 2

0
Read More

Mikhail Gorbachev, 80 years

มิคาอิล กอร์บาเชฟ (Михаил Сергеевич Горбачёв) เกิดเมื่อวันที่  2 มีนาคม 1931   เขาเกิดในครอบครัวชาวนา ในสตาฟโรโพล (Stavropol) อยู่ในแทบคอเคซัสตอนเหนือ ในหมู่บ้านที่ชื่อพรีโวลโนเย (Привольное, Privolnoye) พ่อของเขาชื่อ เซอร์เกย์ แอนเดรวิช กอร์บาเชฟ ( Сергей Андреевич Горбачёв , Sergei Andreevich Gorbachev) และแม่ชื่อ มาเรีย แพนเทเลเยฟน่า (Гопкало Мария Пантелеевна, Gopkalo Maria Panteleyevna)   1937 ตาของกอร์บาเชฟ ชื่อ ปานเตลีย์ กอร์กาโล (Pantelei Gopkalo) ถูกจับโดยพวกกลุ่มทรอสกี (Trotskyite Organization) ในข้อหาต่อต้านการปฏิวัติของบอลเชวิค และถูกนำตัวไปทรมาน ขังคุกนานกว่า 14 เดือน แต่ได้รับความช่วยเหลือจากทนายในสวาฟโรโพล จนถูกปล่อ่ยตัวออกมาใน ธันนวาคม 1938 เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งเหตุผลที่กอร์บาเชฟ กล่าวถึงมันภายหลังว่าทำให้เขาต่อต้านคอมมิวนิสต์ ปู่ของกอร์บาเชฟ แอนเดรีย กอร์บาเชฟ (Andrei Gorbachev) เขาเป็นเกษตรกรเช่นกัน แต่ว่าไม่ต้องการทำนารวม เขาอยากจะทำฟาร์มส่วนตัวมากกว่า ในปี 1933 เกิดภัยแล้งอย่างหนักในตอนใต้ของรัสเซีย จนลูก 3 คนจาก 6 คนต้องเสียชีวิตเพราะขาดอาหาร แต่ว่า 1934 แอนเดรีย กลับถูกจับตัว ในข้อหาไม่ตั้งใจทำการเพาะปลูก และถูกส่งตัวไปยังค่ายแรงงานในเขตเออร์กุตส์ ไซบีเรีย โดยทำงานเป็นคนตัดฟืน และถูกปล่อยตัวในสองปีให้หลัง 1935 เขากลับมาอยู่ยังพรีโวลโนเย่ (Privolnoye) และเข้าร่วมในนารวมในที่สุด…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!