Mind

Franz Brentano

ฟรานซ์ เบรนตาโน่ (Franz Clemens Honoratus Hermann Brentano) intentionalism (act psychology) , Brentanianism เบรนตาโน่ เกิดวันที่ 16 มกราคม 1838 ในมาเรียนเบิร์ก (Marienber am Rhein) เยอรมัน พ่อของเขาชื่อคริสเตียน (Christian Brentano) และแม่ชื่ออีมิลี (Emilie Ginger) ทั้งคู่มีอาชีพเป็นนักเขียน ครอบครัวของพวกเขามีเชื้อสายจากอิตาลีและเคร่งศาสนา เบรนตาโน่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือที่ในมิวนิค (Munich), วูร์ซเบิร์ก (Würzburg), และเบอร์ลิน (Berlin) ในวิชาศาสนา ปรัชญา และคณิตศาสตร์  1851 พ่อของเขาเสียชีวิต 1862 เขาจบปริญญาเอก โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง On the Several Senses of Being in Aristotle  1864 เขาบวชเป็นนักบวชในนิกายโรมันแคโธริค 1866 ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์สอนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยวูร์ซเบิร์ก (University of Würzburg) โดยที่ไม่มีเงินเดือน 1867 เขียน Habilitationsschrift  1872 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์  1873 เบรนตาโน่ออกจากการเป็นนักบวชเพราะเกิดความสงสัยไม่มั่นใจเกี่ยวกับศาสนา 1874 เขียน Psychologie vom empririschen Standpunkte (Psychology from an Empirical Standpoint) ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเวียนนา (University…

0
Read More

Daniel Dennett

แดเนียล เดนเน็ตต์ ที่ 3 (Daniel Clement Dennett III) เดนเน็ตต์ เกิดวันที่ 28 มีนาคม 1942 ในบอสตัน, แมสซาซูเซตต์ พ่อของเขาชื่อแดเนียล (Daniel Clement Dennett, Jr.) และแม่ชื่อรูท (Ruth Leck) เดนเน็ตต์ ใช้ชีวิตในวัยเด็กในเลบานอน เพราะว่าช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 พ่อของเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยต่อต้านการจารกรรม ของหน่วย OSS (Office of Strategic Services ภายหลังคือ CIA)  เมื่อเดนเน็ตต์อายุได้ 5 ขวบ พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก แม่จึงพาเขากลับมาอยู่ที่แมสซาซูเซตต์  1959 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากสถาบันอีซีเตอร์ (Philips Exeter Academy) หลังจากนั้นได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเวสเลยัน (Wesleyan University) อยู่หนึ่งปี 1961 ย้ายมาเรียนที่ฮาร์วาร์ด (Harvard University) 1962 จบปริญญาตรีสาขาปรัชญาจากฮาร์วาร์ด หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่อ๊อกฟอร์ด (University of Oxford)  แต่งงานกับซูซาน (Susan Bell) พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน 1965 จบปริญญาเอกด้านปรัญชาจากอ็อกฟอร์ด โดยกิลเบิร์ต ไรล์ (Gilbert Ryle) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำงานวิทยานิพนธ์เรื่อง “The Mind and the Brain: Introspective Description in…

0
Read More

Frederic Bartlett

ฟรีเดริค ชาร์ล บาร์ตเล็ตต์ (Frederic Charles Bartlett) theory on reconstructed memory, นักจิตวิทยา บุกเบิก schema theory บาร์ตเล็ตต์ เกิดวันที่ 20  ตุลาคม 1886 ในสโตว, อังกฤษ (Stow-on-the-Wold, Gloucestershire,  England) ครอบครัวมีฐานะปานกลาง พ่อของเขาทำธุรกิจผลิตรองเท้า  บาร์ตเล็ตต์เริ่มเรียนชั้นประถมจากโรงเรียนในเมือง แต่ช่วงอายุ 14 บาร์ตเลตต์มีอาการป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (pleurisy)  ทำให้ต้องเรียนหนังสืออยู่กับบ้าน 1909 จบปริญตรีศิลปะศาสตร์จิตวิทยา ด้วยเกียรตินิยม จาก The University Correspondence College  1911 จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน (London University) สาขาจริยธรรมและสังคมศาสตร์ หลังจากนั้นก็เข้าเรียนต่อที่แคมบริดจ์ 1914 จบจากเซนต์จอห์นคอลเลจ (St John’s College, Cambridge) ทางด้านวิทยาศาสตร์ศีลธรรม (Moral Science)  เวลานี้เป็นช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 พอดี แต่บาร์ตเลตต์ไม่ต้องถูกเกณฑ์ทหารเพราะปัญญาสุขภาพของเขาตั้งแต่เล็ก แต่เขาได้ตำแหน่งผู้ช่วยของชาร์ล ไมเออร์ (Charles Samuel Myers) ผู้อำนวยการของห้องทดลองทางจิตวิทยาที่แคมบริดจ์ 1918 หลังสงครามโลกยุติลง เขาก็ลาออกจากแคมบริดจ์ 1922 เมื่อไมเออร์เกษียณออกไป บาร์ตเล็ตต์ก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการของของทดลอง 1923 เขียน Psychology and Primitive Culture 1927 พิมพ์…

0
Read More

War of the Ghosts

War of the Ghosts ในคืนหนึ่ง ชายหนุ่มสองคนจากอีกูแล็ค (Egulac) เดินลงไปที่ริมฝั่งแม่น้ำเพื่อที่จะล่าสิงโตทะเล โดยในขณะนั้นบรรยากาศที่ริมแม่น้ำเต็มไปด้วยหมอกและเงียบสนิทมาก  จนกระทั่งชายหนุ่มสองคนไ้ด้ยินเสียงคนต่อสู้กันแว่วมา พวกเขาจึงคิดว่าอาจจะมีคนกำลังสู้รบกันอยู่บริเวณนั้น ชายหนุ่มทั้งสองคนจึงหนีขึ้นไปหลบอยู่หลังต้นไม้ริมฝั่ง  และไม่นานก็มีเสียงปืนใหญ่ตามมา, พร้อมกับที่พวกเขาได้ยินเสียงของไม้พายที่กระทบกับน้ำ, พร้อมกับเร่ิมมองเห็นเรือแคนนูกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้  มีชายห้าคนอยู่บนเรือแคนนู, แล้วชายคนหนึ่งบนเรือก็ถามชายหนุ่มทั้งสองว่า “พวกคุณจะว่าอย่างไรถ้าพวกเราจะพาพวกเจ้าล่องขึ้นไปเหนือน้ำด้วยกันเพื่อที่จะไปทำสงคราม” ชายหนุ่มคนหนึ่งจึงตอบไปว่า “ข้าไม่มีธนู” “ธนูมีอยู่มากมาย ภายในเรือนี้” คนในเรือตอบ “ข้าคงจะไม่เดินทางไปกับพวกท่าน, ข้าอาจจะถูกฆ่าตายก็ได้ และก็ยังไม่ได้บอกญาติเอาไว้ด้วยว่าข้าจะเดินทางไปไหน … แต่เจ้า” หนึ่งในชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนของเขา “เจ้าอาจจะเดินทางไปกับพวกเขาได้”  ชายหนุ่มคนหนึ่งจึงได้ออกเดินทางไปพร้อมกับเรือแคนนู ในขณะที่อีกคนหนึ่งได้กลับไปบ้าน เหล่านักรบในเรือแคนนูได้เดินทางขึ้นไปยังต้นแม้น้ำ ยังเมือ งฝังตรงข้ามกับคาลาม่า (Kalama) ซึ่งคนจากเมืองนั้นก็ล่องลงมา แล้วสองฝ่ายก็ต่อสู้กัน มีคนถูกสังหารมากมาย  ชายหนุ่มได้ยินเสียงนักรบคนหนึ่งพูดออกมาว่า “เร็ว, พวกเราต้องกลับแล้ว: อินเดียคนนั้นถูกยิง”  ชายหนุ่มก็คิดในใจว่า “โฮ่, พวกเขาต้งเป็นผีแน่เลย” เพราะชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงไหน, แล้วพวกเขาจะพูดได้อย่างไรว่าชายหนุ่มถูกยิง เมื่อเรือแคนนูกลับมายังอีกูแล็ค, ชายหนุ่มก็กลับขึ้นฝั่งแล้วก็กลับไปที่บ้านของเขา, เขาจุดกองไฟขึ้น, และได้พูดกับทุกคนในบ้านว่า “ รู้มัย, ข้าได้เดินทางไปกับพวกผีแหละ , พวกเราไปต่อสู้ในสงครามมา, และฝ่ายของเรามากมายก็ถูกสังหาร, และฝ่ายตรงข้ามกับพวกเราก็ถูกฆ่าตายมากมายเหมือนกัน, คนพวกนั้นยังพูดอีกด้วยว่า ข้าถูกยิง, แต่ว่าข้าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยนะ ”  หลังจากชายหนุ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง ทุกคนก็เงียบกริบ จนกระเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและชายหนุ่มก็ล้มลง มีบางอย่างสีดำที่ออกมาจากปากของเขา หน้าของเขาดูผิดรูป ทุกคพากันสะดุ้งแล้วก็ร้องไห้ ชายหนุ่มตายแล้ว…. …. eng… One night two young men from Egulac went…

0
Read More

Stanislas Dehaene

สตานิสลาส ดิเฮน์ (Stanislas Dehaene)  ผู้เขียน The Number Sense, Reading in the Brain ดิเฮน์ เกิดวันที่ 12 พฤษภาคม 1965 ในรัวเบ็กซ์, ฝรั่งเศส (Roubaix, France)  1984 เข้าเรียนทางด้านคณิตศาสตร์อีโคล โนร์แมล์ (École Normale Supérieure) ในปารีส จนกระทั้งปี 1989 1985 จบปริญญาโททางด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยปารีส ที่ 6 (Pierre and Marie Curie University~ Paris VI)  หลังจากได้อ่านหนังสือ Neuronal Man: Tie Biology of The Mind ของ ฌอห์น-ปิแอร์ (Jean-Pierre Changeux) ดีเฮเน่ ก็กลับเข้ามาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ระบบประสาทและสรีระศาสตร์ 1989 จบปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์สมอง จาก EHESS (École des Hautes Études en Sciences Sociales) ในปารีส โดยฌาคส์ เมห์เลอร์ (Jacques Mehler) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  หลังจากนั้นได้ทำงานเป็นนักวิจัยที่ INSERM (French National Institute of Health…

0
Read More

James McClelland

แม็คคลีแลนด์ (James Lloyd “Jay” McClelland) Parallel Distributed Processing,  Complementary Learning System  เจมส์ เกิดวันที่ 1 ธันวาคม 1948 ในแคมบริดจ์, แมสซาซูเซตส์ พ่อของเขาชื่อวอลเตอร์ (Walter Moore McClelland) และแม่ชื่อฟรานเซส (Frances) 1970 จบปริญญาตรีสาขาจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University)  1975 จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาความสำนึกคิด (Cognitive Psychology) จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (University of Pennsylvania) หลังจากนั้นได้ทำงานที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California, San Diego)  1978 6 พฤษภาคม, แต่งงานกับมาช่า (Marsha Feldman) พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน 1984 ย้ายมาทำงานที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน (Carnegie Mellon University) ซึ่งที่นี่เขาได้ร่วมก่อตั้ง Center for the Neural Basis of Cognition ซึ่งเป็นโครงการร่วมกันระหว่าง ม.คาร์เนกี้ เมลลอน กับมหาวทิาลัยพิตต์เบิร์ก (University of Pittsburgh) 1986 เจมส์ร่วมกับเดวิด รูเมลฮาร์ต (David E. Rumelhart) พิมพ์ผลงานเรื่อง Parallel Distributed Processing…

0
Read More

Vilayanur Ramachandran

วิเลียอานูร์ รามาจันทรัน (Vilayanur Subramanian Ramachandran) “The Marco Polo of Neuroscience”  รามาจันทรัน เกิดวันที่ 10 สิงหาคม 1951 ในรัฐทมิฬนาดู, อินเดีย (Tamil Nadu, India) พ่อของเขาชื่อ V.M. Subramanian เป็นวิศวะกร ทำงานให้กับองค์การสหประชาชาติอยู่ในกรุงเทพมหานคร รามมาจันทรัน เรียนหนังสือที่มาเชนไน (Chennai) และโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ 1971 มีบทความเรื่อง “Concepts of retinal rivalry need drastic revision” พิมพ์ลงในแม็กกาซีน Nature 1974 จบการศึกษาจากวิทยาลัยแพทย์สแตนลีย์ (Stanley Medical College ) ในเชนไน ทางด้านการแพทย์ 1978 จบปริญญาเอกจากไตรนิตี้คอลเลจ,​ มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ (Trinity College, University of Cambridge) หลังจากนั้นได้เป็นผู้ช่วยวิจัยของแจ็ค เพตติกริว (Jack Pettigrew) อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) 1983 รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, ซานดิเอโก้ (University of California, San Diego)  1986 แต่งงานกับไดอาเน่ (Diane Rogers) พวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคน 1990s เกี่ยวกับ…

0
Read More

Clever Hans

คลีเวอร์ฮานส์ (Kluge Hans, Clever Hans)  เป็นม้าสายพันธ์ผสมออร์ลอฟ (Orlov Trotter) มีชีวิตอยู่ในเยอรมัน  ช่วงก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 1 เจ้าของคลีเวอร์ฮานส์ เป็นนักคณิตศาสตชื่อ วิลเลี่ยม ฟอน ออสเนน (William von Osten) เขาเปิดโรงเรียนสอนเลขคณิต ก็เลยทดลองฝึกคลีเวอร์ฮานส์ให้แก้โจทย์คณิตศาตร์ด้วย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ The Origin of  Species ของชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin)  ปรากฏว่าหลังจากฝึกไปสักระยะหนึ่ง คลีเวอร์ฮานส์ สามารถตอบโจทย์คณิตศาสตร์ บวก, ลบ, คูณ, หาร ง่ายๆ ได้ โดยในการตั้งคำถามให้กับคลีเวอร์ฮานส์ นั้น สามารถจะใช้ คำถามที่เป็นคำพูด หรือว่าเขียนเป็นตัวหนังสือก็ได้ ซึ่งสร้างความประหลาดใจมาก เพราะม้าไม่เพียงแต่แก้โจทย์เลขคณิตได้ แต่ยัง “อ่าน” ได้ด้วย  แม้ว่าคลีเวอร์ฮานส์จะไม่ได้แก้โจทย์เลขได้ถูกทุกทั้งหมด แต่ออสเนนก็โน๊ตเอาไว้ว่าคลีเวอร์ฮานส์ตอบได้ถูกต้องในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก  ไม่นานออสเนน ก็ได้นำคลีเวอร์ฮานส์ออกแสดงให้สาธารณะชนได้เห็นความสามารถของม้าพิเศษตัวนี้  และไม่นานชื่อเสียงของคลีเวอร์ฮานส์ก็กระจายไปทั่วโลก โดยหนังสือพิมพ์ New York Time  นำเรื่องของม้าอัจฉริยะที่แก้โจทย์เลขได้ไปลง เมื่อคลีเวอร์ฮานส์โด่งดังและมีสื่ออเมริกันเอาไปลง ก็สร้างความสงสัยให้กระทรวงศึกษาธิการของจักรวรรดิเยอรมัน จนกระทั้งมีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดพิเศษ “Hans Commission” ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความฉลาดของม้า ว่าเป็นเรื่องจริงหรือกล คณะกรรมาธิการพิเศษที่มาตรวจสอบคลีเวอร์ฮานส์ประกอบไปด้วย ศาสตราจารย์คาร์ล (Carl Stumpf ) ศาสตราจารย์ด้านปรัชญา ซึ่งเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์ปรัสเซีย (Prussian Academy of Sciences) และยังมีผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสามารถ…

0
Read More

Albert Bandura

อัลเบิร์ต บันดูร่า (Albert Bandura) Bobo Doll experiment บันดูร่า เกิดวันที่ 4 ธันวาคม 1925 ในเมืองมันแดร์, อัลเบอร์ต้า, แคนาดา (Mundare, Alberta, Canada) พ่อของเขาเป็นชาาวโปแลนด์ ส่วนแม่มาจากยูเครน บันดูร่าเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นคนสุดท้องในพี่น้องหกคน  1946 บันดูร่า เรียนจบจากโรงมัธยมของเมืองมันแดร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของเมือง ซึ่งเมื่อเรียนจบมัธยมเขาใช้เวลาช่วงฤดูร้อนไปทำงานในยุคอน (Yukon) ตะวันตกของแคนนานดา ในเขตอลาสก้า เพื่อช่วยซ่อมแซมถนนเส้นอลาสก้าไฮเวย์ (Alaska Highway) ที่กำลังถูกน้ำท่วม   หลังจากพ้นช่วงซัมเมอร์เขาก็เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลับบริติซโคลัมเบีย (University of British Columbia) ในแคนาดา  1949 จบปริญญาตรีทางด้านจิตวิทยา จาก ม.บริติชโคลัมเบีย และเมื่อเรียนจบเขาก็ย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยไอโอวา (University of Iowa)  1952 จบปริญญาเอก หลังจากนั้นได้ไปฝึกงานอยู่ที่ศูนย์วิชิต้า (Wichita Guidance Center) แต่งงานกับเวอร์จิเนีย (Virginia Varns) พวกเขามีลูกด้วยกันสองคน คือ คาโรล (Carol) และ แมรี่ (Mary)  1953 เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สแตนฟอร์ด (Stanford University) ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นี่จนปัจจุบัน 1952 แต่งงานกับเวอร์จิเนีย (Virginia) พวกเขามีลูกสาวด้วยกันสองคน 1961 ผลงานที่เป็นที่รู้จักและสร้างชื่อเสียงให้บันดูร่ามากที่สุด คือ Bobo Doll Experiment…

0
Read More

Abraham Luchins

อับราฮัม ลูชินส์ (Abraham Samuel Luchins) Einstellung Effect (mental set)   ลูชินส์ เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1914 ในบรูคลิน , นิวยอร์ค  จบปริญญาตรีจากบรูคลินคอลเลจ (Brooklyn College of the City University of New York) จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) ทำงานกับฮัดเลย์ (Hadley Cantril) จบปริญญาเอกจากจากมหาวิทยาลับนิวยอร์ค (New York University) ทำงานในคณะครุศาสตร์กับพอล (Paul R. Rodasavljviech) 1936 ลูชินส์ถูกจ้างให้เป็นผู้ช่วยของแม็กซ์ เวอร์ไธเมอร์ (Max Wertheimer) ผู้บุกเบิกจิตวิทยาแบบเกสตัลต์ (Gestalt psychology)  เขาทำงานกับแม็กซ์จนกระทั้งถึงปี 1943 1942 แต่งงานกับอีดิท (Edith Hirsch) เธอเป็นชาวโปแลนด์ซึ่งอพยพมาอยู่ในสหรัฐฯ และเธอเป็นลูกศิษย์ของลูชินส์ตอนที่เธอเรียนมัธยมปลายอยู่ที่บรู๊คลินคอลเลจ อีดิทเป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงและมีผลงานเขียนหลายเล่มพิมพ์ออกมาเช่นกัน เขาทั้งสองมีลูกด้วยกันห้าคน ปีนี้ ลูชินส์ อธิบายปรากฏการณ์ Fixedness หรือ Einstellung Effect ด้วยการทดลอง The Water Jars experiment โดยลูซินส์ใช้ เหยือก  3 ใบ โดยเหยือกแต่ละใบมีความจุไม่เท่ากัน  เหยือก a ความจุ…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!