Mind

Olaf Blanke

  โอลาฟ บลานเก้   (Olaf Blanke) จำลอง OBE (Out of Body Experience) ในห้องแล็ป 1989 เข้าเรียนเตรียมแพทย์ที่มหาวิทยาลัยวิลเฮล์ม (Wilhelms University, Munster, Germany) 1990 ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยที่สถาบันเคมีสรีระศาสตร์ (Institute of Chemical Physiology) ที่ ม.วิลเฮล์ม 1991 ระหว่างปี 1991-1996 เขาเข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฟรี (Free University) ในกรุงเบอร์ลิน, มหาวิทยาลัยปิแอร์-มารี คูรีย์ (Pierre et Marie Curie University) ในปารีส, และที่มหาวิทยาลัยเจนีวา (University of Geneva) ในสวิสเซอร์แลนด์ 1996 จบแพทย์จาก ม.ฟรี หลังจากนั้นได้ทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่คณะประสาทของมหาวิทยาลัย 1999 จบปริญญาเอกสรีระศาสตร์ระบบประสาท จาก ม.ฟรี 2002 ได้รับทุนวิจัย ไปทำวิจัยเกี่ยวกับการทำแผนที่การทำงานของสมองที่มหาวิทยาลัยเจนีวา ที่ห้องวิจัยผู้ป่วยลมชักของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย (Laboratory of Presurgical Epilipsy Evaluation) ซึ่งระหว่างที่ทำวิจัยอยู่ที่นี้ บลานเก้ พบว่าผู้ป่วยคนหนึ่ง เป็นหญิงที่มีอายุ 43 ปี ซึ่งป่วยด้วยอาการลมชัก ระหว่างที่พวกเขากำลังตรวจสอบสมองของผู้ป่วยด้วยอิเล็กโตรด บริเวณ Angular Gyrus ของสมองซีกขวา ผู้ป่วยบอกเขาว่าเธอมีความรู้สึกเหมือนจมลงไปในเตียงหรือตกจากที่สูง หลังจากนั้นบลานเก้ได้เพิ่มกระแสไฟฟ้าให้สูงขึ้นเป็น 3.5 มิลลิแอมป์…

0
Read More

Steve Ramirez

สตีฟ รามิเรซ (Steve Ramirez) ผู้ใส่ความทรงจำเทียมให้กับหนู 1970s พ่อกับแม่ของรามิเรซ​ต้องลี้ภัยสงครามกลางเมืองในเอล ซัลวาดอร์ (El Salvador) มายังสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็มาทำงานรับจ้าง เพื่อเลี้ยงดูลูกๆ  รามิเรช เกิดและเติมโตขึ้นมาในบอสตัน (Boston)  เมื่อตอนรามิเรซอยู่ชั้นมัธยม ญาติสนิทของเขาไปทำคลอดที่โรงพยาบาลด้วยการผ่าคลอด (C-section) ก่อนการผ่าตัดหมอมีการให้ยาเพื่อลดความเจ็บปวด (anesthesia) แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เธอหมดสติและอยู่ในอาการโคม่าตั้งแต่นั้นมา รามิเรซจึงมีความฝังใจและมีความต้องการที่จะรู้ว่าสมองทำงานอย่างไร เขาจบด้านวิทยาศาสตร์สาขาระบบประสาท จากมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston Universtiy) เข้าเรียนปริญญาเอก ด้านวิทยาศาสตร์สมองและจิตสำนึก (Brain and Cognitive Sciences) ที่เอ็มไอที (MIT) 2013 รามิเรซ มีชื่อเสียงจากการทดลองของเขาร่วมกับ หู ลัวะ (Xu Liu) ในการสร้างความทรงจำเทียมให้กับสมองของหนู (plant false memories into the brain) วันแรก, พวกเขาใส่หนูทดลองลงภายในกล่อง A  และปล่อยให้มันเดินสำรวจภายในกล่อง พวกเขาฉีดแชนเยลโรโด๊ปซิน (Channelrhodopin โปรตีนชนิดหนึ่ง  ซึ่งทำหน้าที่เหมือนตัวรับแสง) เข้าไปในสมองความความทรงจำของหนู วันถัดมา, พวกเขาใส่หนูลงในกล่อง B และหลังจากปล่อยให้หนูเดินอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ช๊อตมันด้วยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อนที่เท้าของมัน ในเวลาเดียวกันก็ใช้แสงเลเซอร์เพื่อกระตุ้นความทรงจำเกี่ยวกับกล่อง A วันที่สาม, หนูถูกนำกลับมาไว้ที่กล่อง A ปรากฏว่าหนูแสดงความหวาดกลัวเมื่ออยู่ในกล่อง A แสดงให้เห็นว่าหนูมีความทรงจำผิดว่ามันถูกไฟฟ้าช๊อตเมื่ออยู่ในกล่อง A 

0
Read More

Sergei Korsakoff

เซอร์เกย์ คอร์ซาคอฟ (Сергей Сергеевич Корсаков) Korsakoff syncrome คอร์ซาคอฟ เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 1854  ในหมู่บ้านกุส-ครัสตัลนี (Gus-Khrustalny) ทางตอนกลางของรัสเซีย หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตแก้วที่ขึ้นชื่อในเวลานั้น พ่อของเขาชื่อเซอร์เกย์ (Sergei Grigorievich Korsakoff) ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานในโรงงานแห่งหนึ่ง ส่วนแม่ชื่ออคิลิน่า (Akilina Yakovlevna Alyanchikova) ทั้งคู่เป็นคนมีการศึกษาดี คอร์ซาคอฟมีพี่น้องอีกสามคน ชื่อมาเรีย (Maria) , แอนนา (Anna), และนิโคไล (Nikolai) 1857 พ่อของเขาลาออกจากงานและพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เรียซาน (Ryazan) 1859 ครอบครัวของเขาย้ายบ้านอีกครั้งหนึ่งมาอยู่ในเขตมอสโคว์ 1864 เขาเข้าเรียนที่จิมเนเซียม หมายเลข 5 ในมอสโคว์  1870 จบมัธยมด้วยคะแนนเหรียญทอง จากนั้นได้เข้าศึกษาในคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Moscow State University) 1875 จบแพทย์จาก ม.มอสโคว์ โดยได้เขียนปริญญานิพนธ์ชื่อ The history of illness of Ilya Smirnov (История болезни дворянина Ильи Смирнова, 29 лет)  หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวช เอส.ไอ. สเตินเบิร์ก (Transfiguration Psychatric Hospital S.I. Steinberg) 1876 เขามาทำงานที่คลีนิคโรคทางระบบประสาทของ ม.มอสโคว์​ โดยเป็นผุ้ช่วยของอเล็กซีย์…

0
Read More

Edgar Rubin

เอ็ดการ์ รูบิ้น (Edgar Rubin) Rubin’s vase เอ็ดการ์ เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 1886 ในโคเป้นเฮเก้น (Copenhagen, Sweden) ประเทศเดนมาร์กครอบครัวของเขามีเชื้อสายยิวที่มีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาชื่อมาร์คัส (Marcus Rubin) เป็นนักเศรษฐศาสตร์ เคยเป็นรัฐมนตรีคลังและผู้อำนวยการธนาคารกลางของเดนมาร์ก เอ็ดการ์ เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับนีล บอห์ร (Niels Bohr) ซึ่งเป็นญาติกับเขา 1904 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเก้น (University of Copenhagen) เอกทางด้านจิตวิทยา 1910 จบปริญญาโท 1911 เขาเดินทางมาศึกษาต่อที่กิตตินเจ้น (Göttingen) ในเยอรมันนี และได้ทำงานในห้องวิจัยของจอร์จ มูลเลอร์ (Georg Elias Müller) ซึ่งขณะนั้นมูลเลอร์กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของความจำ 1915 จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยา โดยที่เขาทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ชื่อเรื่อง Synsoplevede Fiqurer (Visually experienced figures)  วิทยานิพนธ์นี้เอ็ดการ์นำเสนอภาพลวงตา ซึ่งเกิดจากแสง (และสมองหรือระบบประสาทการรับรู้) หลายภาพ หนึ่งในคือภาพ Rubin’s Vase ( บางที่เรียกกันว่า Rubin face หรือ figure-ground distinction) ภาพของคนโธหรือใบหน้าคน ที่มีชื่อเสียง ผลงานของเอ็ดการ์มีอิทธิพลต่อการศึกษาจิตวิทยาเกสตัลต์ (Gestalt psychology) 1922 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเก้า เขาอยู่ในตำแหน่งนี้จนกระทั้งเสียชีวิต 1951 เสียชีวิต

0
Read More

Alfred Adler

อัลเฟรด แอ๊ดเลอร์ (Alfred W. Adler) Individual psychology (Adlerian psychology) แอ๊ดเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1870 ในรูดอลฟ์เชม (Rudolfsheim-Fünfhaus) ใกล้กับกรุงเวียนนา, ออสเตรีย-ฮังการี (rudolfsheim, Vienna, Austria-Hungary) เขาเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดหกคน พ่อของเขาเป็นพ่อค้าข้าวเชื้อสายยิว ลีโอโปลด์ (Leopold Adler) กับพอลลีน (Pauline Beer) ตอนเล็กแอ๊ดเลอร์มีอาการป่วยด้วยโรคกระดูกอ่อนในเด็ก (rickets) ทำให้เขาเริ่มเดินได้ช้า ต้องรอจนกระทั้งอายุสี่ขวบกว่าจะสามารถเดินได้ แต่ก็ต้องล้มป่วยด้วยโรคปอดบวมอีกจนเกือบจะเสียชีวิต  นั้นเป็นแรงพลักดันทำให้เขามีความฝันที่จะเป็นหมด เขาเข้าเรียนระดับมัธยมที่เฮอร์นัลเซอร์จิมเนเซียม (Hernalser Gymnasium) 1888 เขาเข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) เขาเลือกเรียนเฉพาะทางด้านจักษุ ระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่เขาได้พบกับเรียซ่า (Raisa Timofevna Epstein) นักศึกษาชาวรัสเซีย ซึ่งต่อมาทั้งคู่แต่งงานกัน 1895 จบการศึกษา หลังจากนั้นเขาเริ่มทำงานเป็นจักษุแพทย์แต่ว่าต่อมาก็เปลี่ยนมาฝึกที่จะเป็นแพทย์รักษาทั่วไป  1897 แต่งงานกับเรียซ่า ในมอสโคว์ ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกด้วยกันสี่คน วาเลนติน่า (Valentina) อเล็กซานดร้า (Alexandra) เคิร์ด (Kurt) และคอร์เนเลีย (Cornelia) 1902 เข้าร่วมสมาคมบ่ายวันพุธ (Wednesday evening Society) ที่ก่อตั้งโดยซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) แต่ว่าไม่นานแอ๊ดเลอร์ก็พัฒนาแนวคิดของตัวเอง ที่แตกต่างจากจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis) ของฟรอยด์  ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลง 1907…

0
Read More

Ulric Neisser

อูลริค ไนซ์เซอร์ (Ulric Gustav Neisser) Father of Cognitive Psychology ไนซ์เซอร์ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม  1928 ในเคล, เยอรมัน (Kiel, Germany) เขามีชื่อเล่นว่าดิ๊กกี้ (Dickkie) แต่เพื่อนๆ เรียกว่าดิ๊ก (Dick) และชื่อจริงเดิม “Ulrich” แต่ภายหลังมีการตัดตัวอักษา “h” ออกไปเมื่อย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ดูเป็นอเมริกันมากขึ้น พ่อของเขาเป็นชาวยิวชื่อว่าฮานส์ (Hans Neisser) เป็นนักเศรษฐศาสตร์  ส่วนแม่ชื่อว่าชาร์ล๊อตต์ (Charlotte “Lotte” Neisser) เธอนับถือแคโธริกและเป็นนักเคลื่นไหวเพื่อสิทธิสตรีในเยอรมัน  1933 เมื่อพรรคนาซีเริ่มมีอำนาจในเยอรมัน พ่อจึงได้พาครอบครัวอพยพมาอยู่ในอเมริกา พวกเขามาอาศัยอยู่ที่สวาร์ธมอร์, เพนซิลวาเนีย (Swarthmore, Pennsylvania) โดยฮานส์ได้งานสอนที่โรงเรียนวอร์ตัน (Wharton School, University of Pennsylvania) เมื่ออยู่ในอเมริกา เนสเซอร์วางเป้าหมายให้กับตัวเองที่จะเป็นนักกีฬาเบสบอลที่ประสบความสำเร็จ  1946 เข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ด (Harvard) และเลือกเรียนเอกด้านจิตวิทยา เขามีความสนใจจิตวิทยาแบบเกสตัลต์ (Gestalt psychology) และได้จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) เป็นที่ปรึกษาด้านการเรียนจิตวิทยาและภาษา 1950 จบปริญาตรีจากฮาร์วาร์ด โดยเกียรตินิยม (summa cum laude) หลังจากเรยนจบได้เข้าเรียนต่อโทที่วิทยาลัยสวาร์ธมอร์ (Swarthmore Colloge) โดยได้เป็นลูกศิษย์ของโคห์เลอร์ (Wolfgang Köhler) 1952 จบปริญญาโทจากสวาร์ธมอร์ หลังจากเรียนจบเขาติดตามจอร์จ…

0
Read More

Wilfred Trotter

วิลเฟรต ทร็อตเตอร์ (Wilfred Batten Lewis Trotter) ผู้เขียน Instincts of the Herd in Peace and War, (คอนเซปต์) herd instinct ทร็อตเตอร์ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1872 ในโคลฟอร์ด, อังกฤษ (Coleford, Gloucestershire, England) พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจชื่อโฮวาร์ด (Howard Birt Trotter) และแม่ชื่อฟรานเซส (Frances Lewes) ตอนเด็กเขามีอาการป่วยด้วยโรค MSDs (Musculoskeletal disorders) ซึ่งจะทำให้เขามีอาการเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อและแนวกระดูกสันหลัง 1888 เมื่ออายุ 16 ปี พ่อของเขาส่งให้มาอยู่ในลอนดอน และได้เข้าเรียนที่ UCS (University College School) 1891 เข้าเรียนแพทย์ที่ UCL (University College London) , เขามีความสนใจด้านจิตวิเคราะห์ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา 1901 ได้เริ่มทำงานในแผนกศัลยกรรมของโรงพยาบาล UCH (University College Hospital) เขาทำงานอยู่ที่นี่จนกระทั้งเสียชีวิต ที่ UCH นี่ทร็อตเตอร์ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ เออร์เนสต์ โจนส์ (Ernest Jones)  , ทร็อตเตอร์เป็นผุ้แนะนำให้โจนส์อ่านงานเขียนของฟรอยด์ ซึ่งโจนส์ต่อมาป็นนักจิตวิเคราะห์คนแรกของอังกฤษและเขียนประวัติของฟรอยด์ (Sigmund Freud) 1908 ทร็อตเตอร์กับโจนส์ ได้เข้าร่วมประชุมสภานักจิตวิเคราะห์…

0
Read More

Antonio Damasio

แอนโตนิโอ ดามาซิโอ (Antonio Rosa Damasio) somatic marker hypothesis  ดามาซิโอ เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1944 ที่กรุงลิสบอน, ประเทศโปตุเกส 1974 จบปริญญาเอกด้านการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยลิสบอน (University of Lisbon) ระหว่างที่ศึกษาอยู่ได้มีโอกาศไปทำงานที่สถาบันอฟาเซีย (Aphasia Research Center) ในบอสตัน สหรัฐฯ โดยได้ทำงานร่วมกับ ดร.นอร์แมน (Norman Geschwind) ที่กำลังทำวิจัยระบบประสาทเกี่ยวกับพฤติกรรม กลับมาทำงานที่แผนกระบบประสาท โรงพยาบาลซานต้า มาเรีย (Hospital de Santa Maria) 1987 รับตำแหน่งคณะบดีของคณะศัลยประสาท มหาวิทยาลัยไอโอว่า (University of Iowa) 1990 ตั้งสมมุติฐานเรื่อง Somatic marker hypothesis สันนิษฐานว่า ร่างกายมีส่วนช่วยในกระบวนการตัดสินใจ (decision) ดร.ดามาซิโอ เห็นว่า อารมณ์ (Emotions) เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและสมองเพื่อตอบสนองต่อตัวกระตุ้น ในสภาวะที่ตกใจ, ตึงเครียด, หรือรีบเร่งจนเราไม่สามารถใช้เฉพาะจิตรู้สำนึก (cogitive processes) ในการตัดสินใจได้  ในกรณีที่ถูกรีบเร่งร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น, กล้ามเนื้อเกรง, การเปลี่ยนแปลงท่าทาง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนและจะถูกเปลี่ยนไปเป็นอารมณ์ ซึ่งอารมณ์นี้จะเป็นสัญญาณล่วงหน้าก่อนที่จิตรู้สำนึกจะเกิดการตัดสินใจ ซึ่งอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายนี้เอง คือ Somatic marker ดร.ดามาซิโอ นิยาม Somatic marker ไว้ว่า…

0
Read More

George Lakoff

จอร์จ เลคอฟฟ์ (George P. Lakoff) แนวคิด Conceptual metaphor เลคอฟฟ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1941 ในนิวเจอร์ซี่ (Bayonne, New Jersey) 1962 สำเร็จการศึกษาจากด้านคณิตศาสตร์และวรรณกรรม จากเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) 1963 9 มิถุนายน, แต่งงานกับโรบิ้น (Robin Tolmach Lakoff) 1965 สอนหนังสือที่ฮาร์วาร์ด (Harvard)  1966 จบปริญญาเอกด้านภาษาศาสตร์จาก ม.อินเดียน่า (Indiana Universtiy) 1969 ย้ายมาสอนที่ ม.มิชิแกน (University of Michigan) 1972 มาสอนหนังสือที่ ม.แคลิฟอร์เนีย, เบิร์กเลย์ (University of California at Berkeley) ในคณะวิทยาศาสตร์การรับรู้และภาษา (Cognitvie Science and Linguistics) เขาทำงานอยู่ที่เบิร์กเลย์จนปัจจุบัน ช่วงปลายปี 1970s เลคอฟฟ์ ร่วมกับไมเคิ้ล เรดดี้ (Michael Reddy) ค้นพบแนวความคิดเกี่ยวกับ Conceptual metaphor ในการใช้ภาษาของมนุษย์ ซึ่งเราแทบไม่รู้ตัวเลยว่า เหตุผล (reason) หรือแนวความคิด (idea) ที่เรามองว่าเป็นนามธรรม (abstract) นั้น ถูกทำให้เป็นรูปธรรม…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!