Nazi

Hanna Reitsch

ฮานน่า ไรต์ซ (Hanna Reitsch) นักบินทดสอบเครื่องบินแห่งกองทัพนาซี ,  ผู้หญิง 1 ใน 2 ที่ได้รับเหรียญ Iron Cross  ชั้นที่ 1 และ Luftwaffe Diamond Clash เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1912 ในไฮรช์เบิร์ก (Hirschberg, Silesia)ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง พ่อของเธอเป็นจักษุแพทย์ ชื่อวิลลี (Willy Reitsch) ซึ่งอยากให้ลูกสาวเป็นหมอเหมือนกับตัวเขา แต่ว่าฮานน่าสนใจเกี่ยวกับการบินมาตั้งแต่ตอนเด็ก เล่ากันว่าเธอกระโดดหน้าต่างบ้านตัวเองลงมาตั้งแต่อายุ  4 ปี เพราะอยากจะบินได้ แต่เพราะพ่อต้องการให้เธอเรียนหมอ ตอนแรกเธอจึงคาดว่าอนาคตของตัวเองน่าจะเป็นแพทย์มิชชั่นนารี ที่เดินทางไปกับเครื่องบินเพื่อไปรักษาคนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอัฟริกา ส่วนแม่ชื่อ อีมี (Emy ,  Helff-Hibler von Alpenheim) เธอนับถือศาสนาคริสต์โรมันแคทอริก แต่ว่าไรต์ซ นั้นนับถือนิกายโปเตสแตนต์ 1932 หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปลาย และมาเรียนแพทย์ในเบอร์ลิน ,  พ่อของเฮนน่าจึงได้เริ่มอนุญาตให้เธอฝึกเรียนการบินได้ โดยเธอเริ่มฝึกบินครั้งแรกกับเครื่องบินแบบกลิดเดอร์ ซึ่งเป็นเครื่องบินประเภทไม่มีเครื่องยนต์ (Glider ที่ Grunau School of Gliding ในแถบเทือกเขาไรเซนเกเบิร์ก (Riesengebirge ) 1933 ลาออกจากโรงเรียนแพทย์ เพราะได้รับคำเชิญจากวูลฟ์ ไฮร์ต (Wolf  Hirth) ให้มาฝึกเป็นนักบินอย่างเต็มเวลา ที่ เมืองฮอนเบิร์ก (Hurnberg ใน Baden-Württemberg) ซึ่งเป็นโรงเรียนการบินที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่  และหลังจากเข้าเรียนระหว่างปี 1933-1934 ไรต์ซ ต้องเดินทางไปบราซิลและอาร์เจนติน่า เพื่อการฝึกบินในสภาพอากาศที่เลวร้าย 1936…

0
Read More

Victory Banner over the Reichstag

29 เมษายน  1945 ทหารโซเวียต พยายามเข้ายึดอาคารรัฐสภา ไรช์สแท็ก ของนาซี ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งวันนั้นยังคงมีทหารเยอรมันกว่าพันนายยังคงต่อสู้อยู่ ภายใน … มิคาอิล เยโกรอฟ , และ เมลิตัน กานตาเรีย สองนายทหารหนุ่มผู้เป็นสัญลักษณ์ชัยชนะของโซเวียตเหนือนาซีเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาทั้งสองเป็นผู้ชูธงชาติโซเวียต เหนือตึกไรช์สแท็ก (Reichstag) ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 1945 และรูปถ่ายในวันนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ และภาพที่ถูกจดจำได้มากที่สุดรูปหนึ่งของโลก เมลิตัน กานตาเรีย (Мулитон Варламович Кантария , Meliton Kantaria) เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1920 ที่เมืองเจวาริ (Jvari) ในครอบครัวเกษตรกรในจอร์เจีย เขาทำงานในนารวมมาจนกระทั้งเข้าเป็นทหารกับกองทัพแดงในปี 1940 และปีต่อมาก็เกิดสงครามโลก เขาทำงานเป็นหน่วยข่าวกรองให้กับหน่วยทหาร ภายหลังสงคราม กานตาเรีย เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด ทำงานในไร่ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่เมืองสุคุมิ (Sukhumi) เมืองหลวงของประเทศอับคาเซีย โดยทำงานเป็นผู้จัดการร้านค้า 1947   เขาเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ในปี และได้เป็นสมาชิกสภาในเขตปกครองตัวเองอับคาเซีย ในสมัยนั้น 1993 แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างอับคาเซีย และจอร์เจีย ทำให้เขาย้ายไปยังกรุงทบิลิซี ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายมามอสโคว์ แต่ว่าสองเดือนหลังจากมายังมอสโคว์ เขาก็เสียชีวิต ในวันที่ 27 ธันวาคม 1993 ร่างของเขาถูกนำกลับไปฝังที่บ้านเกิดในเจวาริ มิคาอิล เยโกรอฟ (Михаил Алексеевич Егоров, Mikhail Yegorov) เกิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตสโมเลนส์ก เขาจบการศึกษาพื้นฐานและทำงานอยู่ในฟาร์มเช่นกัน ซึ่งเมืองที่เขาอยู่ถูกนาซีบุกมายึดไว้ ทำให้เขาเข้าเป็นทหารในเดือนธันวาคม ปี 1944เยโกรอฟ หลังสงครามเข้าทำงานให้กับโรงงานผลิตนม และเสียชีวิตในวันที่ 20 มิถุนายน 1975 จากอุบัติเหตุทางรถยนต์…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!