Soviet

Lev Kamenev

เลฟ คามิเนฟ (Лев Борисович Каменев (Розенфельд) )  เกิดในมอสโคว์ เมื่อวันที่  18 กรกฏาคม 1883(6 กรกฏาคม ปฏิทินเดิม) ในครอบครัวชาวยิว พ่อของเขาเป็นวิศวกรสร้างทางรถไฟ ซึ่งร่ำรวยจากการก่อสร้างทางรถไฟสายระหว่างเมืองบากู-บาตุมิ  นามสกุลจริงของเขา คือ โรเซนฟิลด์ (Rozenfeld) คามิเนฟ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนในกรุงทิฟลิส 1901 เข้าเรียนด้านกฏหมายที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ และสมัครเป็นสมาชิกพรรค RSDLP 1902 เขาร่วมเคลื่อนไหวในการเดินขบวนของนักศึกษาในวันที่  13 มีนาคม ทำให้ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ถูกจับและถูกส่งตัวกลับทิฟลิส  พอถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิเขาตัดสินใจเดินทางไปปารีส ซึ่งมีโอกาสได้พบกับเลนิน ในปีนี้ เขาแต่งงานกับโอลก้า คาเมเนว่า (Olga Kameneva) น้องสาวของทร็อตสกี 1903 กันยายน เขาอยู่เคลื่อนไหวทางการเมืองหให้กับพรรคเดินทางไปมาระหว่างมอสโคว์และทิฟลิส เขาพยายามสนับสนุนให้พนักงานการรถไฟประท้วงหยุดงาน และคอยทำการโฆษณาชวนเชื่อภายในหมู่ผู้ใช้แรงงาน จนกระทั้งถูกจับอีกครั้งระหว่างอยู่ในมอสโคว์ และถูกส่งตัวกลับทิฟลิสโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยจับตา 1904 กรกฏาคม ได้เป็นคณะกรรมการของพรรคเขตคอเคซัส 1907  การประชุมพรรค RSDLP ครั้งที่ 7 เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการกลางของพรรค เขายังคงทำหน้าที่ในการสร้างกระแสการปฏิวัติให้เกิดขึ้นในคอเคซัส มอสโคว์และเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ต่อไป 1914 ได้รับหน้าที่ให้ดูแลหนังสือพิมพ์ปราพด้า และคอยนำเสนอบทความที่สนับสนุนเลนินและต่อต้านรัฐบาลพระเจ้าซาร์ จนทำให้เขาถูกจับ 1915 ถูกเนรเทศไปยังเขตตูรุคานส์ก (Turukhansk region)  1917 หลังการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ได้รับการปล่อยตัวออกมา คาเมเนฟ เดินทางกลับมาถึงยังเซนต์ปีเตอร์เบิร์กในวันที่ 25 มีนาคม  เขากลับเข้าไปทำงานกับหนังสือพิมพ์ปราพด้าอีก ซึ่งเขา กับสตาลินได้ทำงานร่วมกัน  คาเมเนฟ นั้นสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลที่ถูกจัดตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติ และพยายามที่จะคืนดีกับฝ่ายเมนเชวิค ซึ่งกลายมาเป็นว่า ความเห็นเขานั้นขัดแย้งกับเลนิน ซึ่งเดินทางกลับรัสเซียในวันที่ 3 เมษายน…

0
Read More

Nikolai Bukharin

นิโคไล บุคาริน (Николай Иванович Бухарин) นักเศรษฐศาสตร์, นักเขียน ที่มีความคิดแบบมาร์กซิส ผู้สนับสนุนสตาลินและตายเพราะสตาลิน เขาเกิดในมอสโคว์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 1888 (27 กันยายน ปฏิทินเดิม) เป็นลูกชายคนที่สองของครอบครัว พ่อของเขาเป็นครู มีชื่อว่า อิวาน กัฟริโลวิช บาคุริน (Ивана Гавриловича Бухарина, Ivan Gavrilovich , 1862-1940)  ส่วนแม่มีชื่อว่า เลียวบอฟ (Liubov Ivanovna Bukhalin) เขาเข้าเรียนกหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยม หมายเลข 1 ในมอสโคว์ หลังจากเรียนไฮสคูลจบแล้ว เขาได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ ในคณะกฏหมาย ระหว่างที่เรียนในมหาวิทยาลัยนี้เขามีเพื่อนสนิทชื่อว่า อิลย่า อีห์เรนเบิร์ก (Ilya Ehrenburg) ซึ่งทั้งสองร่วมเคลี่อนไหวทางการเมืองด้วยกัน  1906 สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP โดยอยุ่กับซีกที่เป็นบอลเชวิค  1907 เขาจัดการประชุมกลุ่มเยาวชนแห่งชาติขึ้นมาในมอสโคว์ ซึ่งมันถูกถือเป็นจุดกำเนิดของ ยุวชนคอมมิวนิสค์ (Komsomol)  1908 ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการพรรค RSDLP ประจำมอสโคว์ ซึ่งช่วงนี้ำเขาได้พบกับว่าที่ภรรยาของเขาในอนาคต 1911 เขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เนื่องจากกิจกรรมที่เขาทำ หลังจากนี้เข้าแต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นญาติของเขา นาเดซด้า มิคาอิลอฟน่า ลุฟกีน่า ( Надежда Михайловна Лукиной ,Nadexha Mikhailovna) นาเดซด้า เธอเป็นพี่สาวของนิโคลัส ลุฟกิ้น นักประวัติศาสตร์โซเวียตที่สำคัญคนหนี่ง  พวกเขาแต่งงานกันก่อนที่บุคารินจะถูกเนรเทศไปยังโอเนก้า(Onega) ในเขตอาร์คแองเจิ้ลส์ก (Arkhangelsk) แต่ว่าเขาก็สามารถหลบหนีออกมาได้ในเวลาไม่นาน บุคาริลเดินทางไปยังแฮนโอเวอร์ (Hanover)…

0
Read More

Nikolai Yezhov

นิโคไล เยซอฟ (Николай Иванович Ежов) ผู้นำระดับสูงของตำรวจลับ NKVD ในยุคของสตาลิน ผู้นำ The Great Purge ข้อมูลการเกิดที่แท้จริงของเขานัันยังเป็นเรื่องน่าสงสัย ข้อมูลทางการบอกว่าเขาเกิด 8 เมษายน 1985 ในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก  แต่ว่ามีแบบฟอร์มที่เขากรอกเอาไว้ในปี 1922,1924 อ้างว่าตัวเองมีเชื้อสายโปแลนด์ ลิธัวเนีย ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาเกิดในเมืองมาริแจมโพล (Marijampole) ในลิธัวเนียปัจจุบัน ซึ่งติดกับโปแลนด์ นักประวัติศาสตร์บางท่าน ค้นคว้าเอาไว้ว่า พ่อของเยซอฟ , อิวาน เยซอฟ (Иван Ежов) เดิมเป็นคนในเขตตุล่า ก่อนที่จะเดินทางมาเป็นทหารเกณฑ์ในลิธัวเนีย หลังจากนั้นได้งานเป็นตำรวจ และแต่งงานกับหญิงท้องถิ่น ซึ่งทำให้เยซอฟเกิดมาในช่วงเวลานั้น จากนั้นบิดามารดาจึงได้ย้ายมายังมาริแจมโพล และพอปี 1906 พวกท่านได้ส่งเยซอฟ ไปเรียนหนังสือที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เยซอฟ จบการศึกษาในระดับประถมเท่านั้น หลังจากนั้นจากนั้นประมาณ 1911 ก็เร่ิมทำงานเป็นแรงงานในโรงงาน 1913 เดินทางออกจากเซนต์ปีเตอร์เบิรก์ และใช้เวลาบางช่วงอยู่ที่บ้านของพ่อ 1915  เดือนมิถุนายน สมัครเข้าเป็นทหารอาสาในกองทัพแดง โดยได้รับการฝึกที่หน่วยกำลังพลสำรอง ทหารบก ที่ 76 ในเมืองตุล่า (Tula) ก่อนที่จะถูกส่งไปรอบในแนวรบด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ในกองทหารหน่วยที่ 172 (172nd Infantry Regiment of Leeds) แต่ว่าพอเดือนสิงหาคมก็ได้รับบาดเจ็บและมีอาการป่วยด้วย จึงถูกส่งกลับมายังกองหลัง 1916 มิถุนายน ถูกปลดออกจากการรบเนื่องจากสภาพร่างกายไม่เหมาะสม เขาถูกส่งมาทำงานในโรงงานทำอาวุธปืน ในเมือง วิเตปส์ก (Vitebsk) โดยทำหน้าที่เป็นยาม และต่อมาได้ทำงานเป็นเสมียร 1917  5 พฤษภาคม เข้าเป็นสมาชิกของพรรคบอลเชวิค…

0
Read More

Alexei Rykov

อเล็กซี อีวานโนวิช รึย์กอฟ (Алексей Иванович Рыков) นายกรัฐมนตรีคนที่สองของโซเวียต ต่อจากเลนิน เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1881 ในเขตซาราตอฟ (Saratov)  บิดาของเขาเป็นชาวนา ในหมู่บ้านชื่อว่ากุการ์ก้า (Kukarka) ชื่อว่า อิวาน (Ivan Illych Rykov) เขาเสียชีวิตในปี 1889 ด้วยโรคอุจจาระร่วงจากการติดเชื้อโคเลร่า (Cholera) ระหว่างที่ไปทำงานในเมืองไรคอฟ (Rykov) ใน Merv หลังจากบิดาเสียชีวิตแล้ว รึย์กอฟ ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยง ซึ่งไม่ค่อยจะในใจดุแลเขาเท่าไหร่ 1892 ตอนมีอายุ 11 ปี เขาเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นในโรงเรียนในซาราตอฟ มันเป็นการเข้าเรียนในโรงเรียนครั้งแรกของเขา ซึ่งเขามีความสามารถในด้านการคำนวณ ฟิสิกส์  พออายุ 13  เขาก็เรียนต่อในโรงเรียนมัธยมปลาย เขาหาเงินส่งตัวเองโดยการทำงานเป็นครูสอนพิเศษ 1898 เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP โดยสนับกลุ่มที่เป็นบอลเชวิคของเลนิน ภายในพรรค  เขาทำงานให้กับบอลเชวิค เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในมอสโคว์ และเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก มีบทบาทในการผู้สนับสนุนการปฏิวัติปี 1905 อย่างแข็งขัน 1900 เรียนจบมัธยมปลาย  และเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยคาซาน (Kazan university) โดยเลือกเรียนทางด้านกฏหมาย แต่ว่าต้องหยุดเรียนไปก่อนที่จะเรียนจบ 1903  เมื่อพรรค RSDLP แตกออกเป็นสองพรรค1905  การประชุมพรรคบอลเชวิคในลอนดอน ครั้งที่ 3 เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการกลางของพรรค และยังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อในปี 1906 ที่โคเปนเฮเกน  โดยเป็นกรรมการที่ไม่มีสิทธิออกเสียง 1909 การประชุมเล็กๆ ในเดือนมิถุนายน ในปารีส  รึย์กอฟ ออกเสียงโหวตให้ขับไล่ อเล็กซานเดอร์ บ็อกดานอฟ…

0
Read More

Vyacheslav Molotov

วยาเชสลาฟ โมโลตอฟ (Вячеслав Михайлович Молотов) นักการเมือง สมาชิกพรรคบอลเชวิค ที่เรืองอำนาจในสมัยสตาลิน แต่ถูกปลดออกจากตำแหน่งในสมัยของครุสเชฟ โมโลตอฟ มีชื่อจริงเมื่อแรกเกิดว่า  วยาเชสลาฟ สเกรยบิน (Vyacheslav Mikhailovich Skryabin, Вячеслав Михайлович Скрябин) เขาเกิดในวันที่  9 มีนาคม 1890 ในหมู่บ้านกุการ์ก้า  (Kukarka) เขตคีรอฟ (Kirov Oblast)  พ่อของเขาเป็นเสมียรในร้านขายของ ชื่อ มิคาอิล สเกรยบิน (Михаил Прохорович Скрябин) ปู่ของโมโลตอฟ ชื่อ โฟฮอฟ เนย์โมวิช( Прохор Наумович) เคยเป็นทาสมาก่อน แม่ของเขา แอนนา เนโบกาติโกว่า (Анна Яковлевна Небогатикова ) มาจากครอบครัวพ่อค้าที่มีฐานะปานกลาง ตอนเด็ก โมโลตอฟ ชอบเล่นไวโอลิน และเขียนบทกวี 1902 โมโลตอฟ และพี่ชาย เข้าเรียนหนังสือชั้นมัธยมในโรงเรียนที่คาซาน เป็นการเข้าเรียนในระบบโรงเรียนจริงๆ ครั้งแรก ระหว่างที่เรียนหนังสือนั้นเขาก็เริ่มสนใจวรรณกรรมของลัทธิมาร์กซิส  ระหว่างอยู่ที่โรงเรียนเขามีเพื่อนสนิทที่ร่ำรวยชื่อ วิคเตอร์ ทีโฮมีร์โนวิม ( Виктором Тихомирновым) ซึ่งวิคเตอร์ เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP ก่อนเขาปีหนึ่ง ก่อนที่จะชักช่วนให้โมโลตอฟ สมัครด้วย 1906 เข้าเป็นสมาชิกพรรค RSDLP (Russian Social Democratic Labour Party)  และเขาได้เลือกฉายา โมโลตอฟ มาเป็นชื่อเรียกตัวเองแทน โดย โมโลตอฟ (Молотов)  แปลว่า “ค้อน” เขาเป็นคนที่ทุ่มเทในการทำงานมาก…

0
Read More

Yakov Pavlov

ยาคอฟ ฟีโดโมวิช ปาฟลอฟ (Яков Федотович Павлов) นายทหารผู้ได้รับรางวัลฮีโร่แห่งสหภาพโซเวียต จากการปกป้องอาคารหลังหนึ่งในสตาลินกราด ระหว่างสงครามโลก ปาฟลอฟ เกิดที่หมุ่บ้านเกรสโตวาย่า (Krestovaya village) ในเขตนอฟโกรอด ปีที่เขาเกิดนั้นเป็นช่วงเวลาของการปฏิวัติพอดี เขาเกิดวันที่ 4 ตุลาคม 1917 เขาเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนในหมู่บ้าน และเมื่อเรียนจบชั้นมัธยม ก็ทำงานอยู่เป็นเกษตรกร จนกระทั้ง 1938 ไ้ดเข้าเป็นทหารในกองทัพแดง เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขาถูกส่งตัวไปยังยูเครน เป็นทหารหน่วยแรกที่ประทะกับเยอรมันและต้องหนีร่นออกมา 1942 กรกฏาคม เขาเดินทางมาถึงเมืองสตาลินการ์ด ถูกส่งตัวไปยังหน่วยทหารการ์ดปืนไรเฟิ้ล ที่ 13 ภายใต้นายพลอเล็กซานเดอร์ โรดิมเซฟ (Gen. Aleksandr Rodimtsev) ในตอนแรกทำการรบอยู่บริเวณชานเมืองของสตาลินการ์ด พอช่วงเดือนกรกฏาคมก็ย้ายมาอยู่ในบริเวณ Kamyshin ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมหน่วยปืนกลอัตโนมัติ ที่ 7 เมื่อถึงคืนวันที่ 27 กันยายน 1942 อพาร์ตเมนต์สี่ชั้นแห่งหนึ่งใกล้กับจตุรัสถูกเยอรมันโจมตี ปาฟลอฟ ซึ่งตอนนั้นมียศเป็นเพียงจ่าสิบ (Sergeant) จึงได้รับคำสั่งให้ไปยังอาคารดังกล่าว พร้อมกับทหารอีกสามนาย คือ เชอร์โนโกโลวอม,กลุสเชนโก,อเล็กซานโดรอฟ (Chernokolovom,Glusshenko,Alexandrov,(Черноголовом, Глущенко,Александровым) )ซึ่งพวกเขาทั้งหมดสามารถขับไล่ทหารเยอรมันและยึดอาคารดังกล่าวไว้ได้ ต่อมาอาคารดังกล่าวจึงถูกใช้เป็นที่มั่นสำคัญในการรบ มีการส่งกำลังพลมาเพิ่มเป็น 24 คน พวกเขาให้อพาร์ตเม้นท์เป็นที่มั่นในการรบกับเยอรมันยาวนานกว่าสองเดือน ถึงเดือนพฤศจิกายน กองทัพแดงจึงได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีกลับ ปาพลอฟ ได้รับบาดเจ็บในคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน ระหว่างการรบนี้และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อย่างไรเสียกองทัพโซเวียตก็ขับไล่นาซีออกไปได้จากสตาลินการ์ดในที่สุด อาคารหลังนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นบ้านของปาฟลอฟ Pavlov’s House 1945 27…

0
Read More

Lavrentiy Beria

ลาฟเรนตี เบเรีย (Лаврентий Павлович Берия) หัวหน้าตำรวจลับ NKVD ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ในยุคของสตาลิน เกิดในหมู่บ้านเมอร์คูลิ (Merkheuli ) ใกล้กับเมืองสุคุมิ (Sukhumi) ในวันที่ 29 มีนาคม 1899 เมืองหลวงของประเทศอับคาเซียปัจจุบัน ซึ่งในยุคนั้นเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เขาเป็นชนเชื้อสายมินกรีเลียน (Mingrelian) คนพื้นเมืองในจอร์เจีย พ่อของเขาชื่อว่า ปาเวล (Pavel Khukhaevich Beria,(Павел Хухаевич Берия),1872-1922) เป็นเจ้าของที่ดินฐานะดีคนหนึ่งในอับคาเซีย มารดาของเบเรีย ชื่อว่า มาร์ต้า จาเกลลิ (Marta Vissarianovna Jakeli (Марта Виссарионовна Джакели ),1868-1955) เป็นคนที่เคร่งศาสนาคริสต์นิกายออโธด็อกซ์มาก เธอโตมาและจากไปโดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับโบสถ์ ก่อนที่จะแต่งงานกับพ่อของเบเรีย เธอผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสามีคนแรกเสียชีวิตเธอทำงานเป็นคนรับใช้ มีฐานะที่ยากจน เบเรียมีพี่ชายและน้องสาว แต่ว่าพี่ของเขานั้นไม่ปรากฏว่าชื่ออะไร เสียชีวิตตอนยังเล็กด้วยโรคฝีดาษ ส่วนน้องสาวชื่อว่า แอนนา (Anna) ซึ่งเป็นใบหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิด 1915 เขาเรียนหนังสือชั้นมัธยมปลายจบในปีนี้ที่โรงเรียนในเมืองสุคุมิและเข้าเรียนต่อที่ วิทยาลัยเทคนิคและเครื่องกลแห่งบากู (Baku School of Mechanics and Technical College) 1917 เข้าร่วมกับพรรคบอลเชวิค ในเดือนมีนาคม มิถุนายน – ธันวาคม เข้าร่วมในสงครามด้านโรมาเนีย (Romanian Campaign) ในฐานะช่างซ่อมไฮโดรลิก แต่ก็ล้มป่วยและต้องเดินทางกลับบากู 1918 ทำงานเคลื่อนไหวภายในเมืองบากูให้กับพรรคบอลเชวิค…

0
Read More

Grigory Zinoviev

กริกอรี ซิโนเวียฟ (Григорий Увсеевич Зиновьев) เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน 1883 ในเยลิซาเวทกราด (Yelizavetgrad) ยูเครน ในครอบครัวเกษตรกรคนเลี้ยงโคนมที่ร่ำรวย เขามีเชื้อสายยิวด้วย  ตอนเด็กนั้นเขามีชื่อจริงว่า Apfelbaum หรือ Radomyslovskyเขาเข้าร่วมกับซึกของบอลเชวิคตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรค  RSDLP ในปี 1903 ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการกลางของพรรค ในปี 1907 ก่อนที่พรรคจะแตกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนระหว่างผู้สนับสนุนเลนิน และอีกฝ่ายที่สนับสนุนบ็อกดานอฟ และภายหลังการปฏิวัติในปี 1917 เขาเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดกับเลนินมากที่สุด  1914 หลบหนีสงครามโลก ครั้งที่ 1 ไปอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์  1917 3 เมษายน ซิโนเวียฟ และภรรยาของเขา ทั้งสองคน ภรรยาคนแรก ซาราห์ ราวิตช์ (Sarah Ravitch) และภรรยาคนที่สอง ซลาต้า ลิวิน่า (Zlata Lilina) และลูกชาย สตีเฟน เดินทางกลับมายังรัสเซีย หลังจากหนีออกไปลี้ภัยอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์  เขาเดินมาในขบวนรถไฟเดียวกับเลนิน และสหายนักปฏิวัติอีกหลายคน พอวันต่อมา 4 เมษายน เลนิน ก็ประกาศแผนเมษายน (April Theses) ซึ่งเขาประกาศไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเฉพาะกาลในเวลานั้น และเรียกร้องให้บอลเชวิคทั้งหลาย ลุกขึ้นสู้โดยใช้อาวุธ เพื่อยึดอำนาจจากรัฐ ซึ่งต่อมาส่งผลให้เกิดการปฏิวัติอีกครั้งในเดือนตุลาคม ตามมา แต่ว่าซิโนเวียฟ นั้นไม่ได้เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเลนิน ในการใช้อาวุธลุกขึ้นยึดอำนาจจากรัฐบาลเฉพาะกาล เขาและ Lev Kamenev เป็นเพียงแค่สมาชิกสองคนของคณะกรรมการกลางที่โหวตสวนการตัดสินใจของพรรคในครั้งนี้ ซึ่งเลนินเองมองการกระทำของพวกเขาว่าเป็นการทรยศ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเขาภายในพรรค 1918 เขายังคงได้รับเลือกตั้งให้เป็นคณะกรรมการกลางของพรรค จากการประชุมพรรคครั้งที่  7 ในวันที่ 8…

0
Read More

Anastas Mikoyan

อนาสตาส อิวาโนวิช มิโกยาน (Анастас Иванович Микаян) รัฐบุรุษแห่งโซเวียต เขาอยู่ในตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลยาวนานถึง 40 ปี จากยุคของเลนิน จนถึงสมัยเบรสเนฟ เขาเกิดในหมู่บ้านซานาชอิน (Sanahin) ในอาร์เมเนีย ซึ่งในเวลานั้นเป็นเมืองท่าทางตอนใต้ของจักรวรรดิรัสเซีย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 1895  พ่อของเขาชื่อ โฮฟฮานเนส (Hovhannes) เป็นช่างไม้ด้วยเป็นครอบครัวที่เคร่งขัดในศาสนา อนาตาส ถูกส่งเรียนหนังสือที่ (Nersisyan Thelogical seminary) ในกรุงทิฟริส (ทบิลิซี จอร์เจีย) เป็นโรงเรียนศาสนาคริสต์นิกายออโธดอกซ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นก็ย้ายไปเรียนต่อที่ Gevorkian Theological Seminary ที่เอชเมียซิน (Echmiazin) ในอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์เช่นกัน แต่ตัวเขาเองบอกต่อมาในภายหลังว่าไม่มีความเชื่อในเรื่องพระเจ้า 1915 ตอนอายุได้ 20 ปี ก็เข้าร่วมกับพรรค RSDLP และได้กลายมาเป็นผู้นำของพรรคในการเคลื่อนไหวบริเวณคอเคซัส เขาก่อตั้งสภาแรงงาน (Workers council) ขึ้นในเอชเมียซิน เพื่อสอนแรงงานในอาร์เมเรียเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว และเป้าหมายของพรรค  1917 ภายหลังจากการปฏิวัติเขากลายเป็นหนี่งในผู้มีอำนาจสูงสุดภายในพรรคในคอเคซัส เข้าย้ายไปอาศัยที่เมืองบากู (Baku) ในอาร์เซอไบจาน เขาทำงานเป็นบรรณาธิการให้กับหนังสือพิมพ์ภาษาอาร์เมเนีย ที่เขาต้งขึ้นชื่อว่า Social-Democrat newspaper และต่อมาได้ทำหนังสือพิมพ์ภาษารัสเซียอีกฉบับ ชื่อ News of the Baku Soviet of the People’s Deputies  1918 อนาซาส กลายเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของกองทัพแดง ซึ่งเพิ่งมีการก่อตั้งขึ้น เขารับหน้าที่ในการดูแลและปราบปราบผู้สนับสนุนพระเจ้าซาร์ และกลุ่มผู้ต้องการแยกตัวเป็นเอกราช…

0
Read More

Mikhail Koshkin

มิคาอิล โคชกิ้น (Михаил Ильич Кошкин) ผู้สร้างรถถัง T-34เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 1898 ในเขตยาโรสลาฟ ครอบครัวมีฐานะที่ยากจน พ่อของเขาทำงานเป็นชาวประมงและแรงงานในการตัดไม้ พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่ปี 1905 จากการถูกต้นไม้ล้มทับระหว่างการตัด  ทำให้แม่ต้องคอยดูแลลูกสามคนเพียงลำพัง โคชกิ้นจบการศึกษาจากโรงเรียนในเมืองที่เขาอยู่ แค่ชั้น ป. 3 1909 ตอนอาายุแค่ 11 ปี ก็เริ่มทำงานในโรงงานผลิตลูกอมแห่งหนึ่งในเมืองวีแยตก้า เขตมอสโคว์ จนกระทั้ง 1917 1917 สมัครเข้าเป็นทหาร ตอนเดือนกุมภาพันธ์ เขาสังกัดหน่วยทหารปกที่ 58 ด้านแนวรบตะวันตก  แต่พอเดือนสิงหาคมก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถูกส่งตัวมารักษาตัวในมอสโคว์  พอปลายปีก็ถูกปลดออกจากกองทัพ 1918 อาสาเข้าร่วมกับกองทัพแดง เข้าร่วมรบในแนวหน้าของสงคราม 1921 หลังจากสงครามสงบ กองทัพส่งให้เขาเรียนกที่ Moscow Communist University (Yakov Sverdlov) 1924 จบการศึกษา และได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลโรงงานลูกอมที่เขาเคยทำงานอยู่ ระหว่างที่ทำงานที่นี่เขาก็ตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่สถาบันโพลีเทคนิคเลนินการ์ด  (Leningrad Polytechnic Institute) ซึ่งเป็นสถาบันออกแบบสร้างรถยนต์และแทรกเตอร์ในเวลานั้น 1934 หลังจากเรียนจบ เขาทำงานที่โรงงานผลิตรถถังคีรอฟ (Kirov plant) 1936 ได้รับรางวัล Order of the Red Star จากความสำเร็จในการร่วมออกแบบรถถัง T-111  ที่คีรอฟ นี้ 1937 ถูกส่งไปยังโรงงานคาคอฟ (Khakov Locomotive Plant) ในยูเครน ทำหน้าที่หัวหน้าในโรงงานหมายเลข 183 ตามคำสั่งให้พัฒนารถถังรุ่นใหม่มาทดแทนรถถังตระกูล BT ซึ่งเขาได้ออกแบบรถถังรุ่นใหม่ 2 รุ่น…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!