จามาล คาช๊อกกี (Jamal Khashoggi)
คาซ๊อกกี เกิดวันที่ 13 ตุลาคม 1958 ในเมืองเมดิน่า (Medina, Saudi Arabia) ปู่ของเขาเป็นแพทย์ชาวตุรกีชื่อมูฮัมหมัด (Muhammad Khashoggi) ซึ่งได้แต่งงานกับย่าที่เป็นชาวซาอุฯ ชื่อชามิฮา (Samiha Setti) และได้ทำงานเป็นแพทย์รับใช้กษัตริย์อับดุลลาซิซ อัล ซาอุต (Abdulaziz Al Saud) ผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดิอาระเบีย 
คาช๊อกกี มีศักดิ์เป็นหลานของอัดนาน คาซ็อกกี (Adna Khashoggi) มหาเศรษฐีนักค้าอาวุธสงครามของซาอุฯ 
นามสกุลคาซ๊อกกี้ ในภาษาตุรกี Kaşıkçı แปลว่าช่างทำช้อน
1982 จบการศึกษาด้านวารสารจากมหาวิทยาลัยอินเดยน่า (Indiana University) ในสหรัฐฯ 
1983 เร่ิมทำงานเป็นผู้จัดการร้านหนังสือทิฮาม่า (Tihama bookstores)
1985 ทำงานเป็นนักข่าวอิสระให้กับหนังสือพิมพ์ Saudi Gazette และหนังสือพิมพ์ Okaz
1987 เป็นนักข่าวสายข่าวต่างประเทศให้กับหนังสือพิมพ์ Asharq Alawsat โดยบทความที่สร้างชื่อให้กับเขา เป็นการรายงานข่าวเกี่ยวกับสงครามในอัฟกานิสถาน (Afghan War) และสงครามอ่าวเปอร์เซีย ครั้งที่ 1 (Gulf War, 1990-91) เคยมีโอกาสได้สัมภาษณ์โอซาม่า บิน ลาเดน (Osama bin Laden) ในช่วงปี 80s ช่วงที่บินลาเดนยังรบกับสหภาพโซเวียต
1990 เป็นนักข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ Al-Hayat ซึ่งรายงานเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในแถบตะวันออกกลางเป็นหลัก
1999 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ Arab News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวันในซาอุฯ 
2003 เป็นบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ Al-Watan หนังสือพิมพ์แนวปฏิรูป แต่ว่าทำงานได้สองเดือนก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง
หลังจากนั้นได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าชายเตอร์กิ อัล-ไฟซัล (Prince Turki Al-Faisal) ซึ่งเป็นทูตซาอุฯ ประจำอังกฤษ และสหรัฐฯ​ ในเวลาต่อมา
2007 กลับมาทำงานกับหนังสือพิมพ์ Al-Watan โดยได้ตำแหน่งบรรณาธิการ แต่ว่าเขายังคงเขียนข่าววิจารณ์สภาพสังคมของซาอุฯ อย่างตรงไปตรงมาจนทำให้ถูกปลดอีกครั้งหนึ่ง
2010 ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าชายอัลวาลีด บิน ตาลัล (Prince Alwaleed Bin Talal) ให้เป็นผู้จัดการของสถานีโทรทัศน์ Al-Arab ซึ่งเป็นสถานีข่าวที่เปิดขึ้นใหม่และรายงานข่าวตลอด 24 ชั่วโมง โดยออกอากาศจากบาห์เรน (Bahrain)
2015 สถานีโทรทัศน์ Al-Arab ถูกสั่งให้ยุติการดำเนินกิจการ
2016 ถูกทางการซาอุฯ ห้ามเขียนข่าว
2017 กันยายน, หนีออกจากซาอุฯ  ไปอยู่ในสหรัฐฯ และทำงานเขียนบทความลงในคอลัมน์ Global Opinions ของหนังสือพิมพ์ Washington Post 
2018 2 ตุลาคม, เสียชีวิตภายในสถานทูตซาอุฯ ในประเทศตุรกี หลังจากที่เข้าไปเพื่อขอเอกสารที่จำเป็นเพื่อหย่ากับภรรยาคนแรก ดร.อะลา นาซซิฟ (Dr. Alan Nassif)  ซึ่งพวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคน 
คาซ๊อกกีต้องการหย่าเพื่อเตรียมที่จะแต่งงานใหม่กับฮาติซ (Hatice Cengiz) ชาวตุรกี วัย 36 ปี ซึ่งในวันที่คาช๊อกกีเสียชีวิต ฮาติชได้เดินทางไปที่สถานทูตด้วยแต่ว่ารออยู่ที่นอกสถานทูตจนกระทั่งเที่ยงคืนก็ยังไม่พบว่าคาช๊อกกีออกมา

20 ตุลาคม, ซาอุฯ ยอมรับว่าคาซ๊อกกี เสียชีวิตภายในสถานทูตแต่อ้างสาเหตุการตายว่าเกิดจากการมีเรื่องชกต่อยภายในสถานทูต