Archive

Brownislaw Malinowski

โบรนิสลาฟ มาลิโนวสกี้ (Bronislaw Kasper Malinowski) father of modern anthropology  มาลิโนวสกี้ เกิดวันที่ 7 เมษายน 1884 ในกราโกว, ราชอาณาจักรกาลิเซีย-โลโดเมเรีย (Krakow, Kingdom of Galicia and Lodomeria) ขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของออสเตรีย-ฮังการี (Austria-Hungarian Empire) ปัจจุบันอยู่ในประเทศโปแลนด์ ครอบครัวของเขามีฐานะค่อนข้างดี พ่อชื่อลุคแจน (Lucjan Malinowski)เป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์  1898 พ่อของเขาเสียชีวิต  1908 จบปริญญาตรีทางด้านคณิตศาสตร์, ฟิสิกส์ และปรัชญาจากมหาวิทยาลัยจาเกียลโลเนียน (Jagiellonian University)  ต่อมาเขาได้มีโอกาสอ่านหนังสือ The Golden Bough ของเจมส์ เฟรเซอร์ (James Frazer) ทำให้เขาสนใจด้านมานุษยวิทยา ทำให้เขาสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยลิปซิก (University of Leipzig) ทางด้านนี้ และได้มีโอกาสเรียนกับวุนด์ (Wilhelm Wundt) นักจิตวิทยา และคาร์ล บุเชอร์ (Karl Bucher) นักเศรษฐศาสตร์ 1910 เดินทางมาอังกฤษ และเข้าเรียนที่ LSE (London School of Economics) ทางด้านเศรษฐศาสตร์ 1914 ออกเดินทางไปสำรวจปาปัว (Papua) ร่วมกับ อาร์. อาร์. มาเร็ตต์ (R.R. Marett) นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษ…

0
Read More

Philip Zimbardo

ฟิลิป ซิมบาร์โด (Philip George Zimbardo)  Stanford prison experiment, ผู้เขียน The Lucifer Effect ซิมบาร์โด เกิดวันที่ 23 มีนาคม 1933 ในนิวยอร์ค ซิตี้  ครอบครัวของเขาอพยพมาจากเกาะซิซิลีในอิตาลี 1945 จบปริญญาตรี โดยเอกในสามสาขาวิชา ได้แก่ สังคมศาสตร์, จิตวิทยา และมนุษยศาสตร์จากบรู๊คลินคอลเลจ (Brooklyn College) ด้วยเกียรตินิยมเหรียญทอง 1955 จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) 1959 จบปริญญาเอกจาก ม.เยล  ซึ่งหลังจากเรียนจบเขาได้ทำงานสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ 1960 ย้ายมาทำงานสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยศิลปะและวิทยาศาสตร์นิวยอร์ค (New York University College of Arts & Science)  1967 มาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University)  1968 ย้ายมาสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University)   1971 Stanford prison experiment, ซิมบาร์โดทำการทดลองร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐฯ​ในการสร้างคุกจำลองขึ้นมาภายในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักโทษและผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือนจำ  โดยในการทดลองของเขา เขาได้โฆษณาลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่าจะจ้างอาสาสมัครที่จะเข้าร่วมการทดลองเป็นเงิน 15 เหรียญต่อวัน และใช้ระยะเวลาในการทดลองนาน 2 สัปดาห์ ผู้ร่วมการทดลองนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้คุมเรือนจำ และผู้ที่รับบทเป็นนักโทษ โดยผู้ทำหน้าที่ควบคุมเรือนจำสามารถทำอย่างไรก็ได้เพื่อควบคุมนักโทษให้อยู่ใต้การปกครอง แต่มีเงื่อนไชว่าห้ามทำร้ายร่างกายโดยตรง  ผู้เป็นนักโทษจะถูกขังอยู่ภายในห้องขังตลอดระยะเวลาที่ทำการทดลอง แต่ผู้คุมจะรับหน้าที่เป็นกะ และห้องขังหนึ่งจะมีนักโทษอยู่ร่วมกันสามคน ซึ่งเมื่อเริ่มการทดลอง ผู้ทำหน้าที่ผู้คุมได้มีไอเดียในการควบคุมนักโทษโดยจัดห้องขังพิเศษขึ้นมาที่จะให้สิทธิพิเศษกับนักโทษที่มีความประพฤติดีให้ได้รับอาหารที่ดีกว่านักโทษปกติ ส่วนนักโทษที่ก่อความวุ่นวายนั้น…

0
Read More

Lawrence Kohlberg

ลอว์เรนซ์ โคห์ลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg)  Theory of “Stage of Moral Development” โคห์ลเบิร์ก เกิดวันที่ 25 ตุลาคม 1927 ในบรอนซ์วิลล์, นิวยอร์ค (Brownsville,New York)  ในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย พ่อของเขาชื่ออัลเฟรด (Alfred Kohlberg) เป็นชาวเยอรมันเชื้อสายยิว เขาทำธุรกิจค้าผ้าไหม และแม่ชื่อชาร์ล็อตต์ (Charlotte Albrecht) แม่เป็นภรรยาคนที่สองของพ่อ เธอเป็นนักเคมี พวกเขามีลูกด้วยกันสี่คนโดยที่โคห์ลเบิร์กเป็นลูกคนสุดท้อง พ่อและแม่ของเขาแยกกันอยู่ตั้งแต่โคห์ลเบิร์กอายุ 4 ขวบ และเมื่อเขาอายุ 14 ปีพ่อกับแม่ก็หย่าขาดจากกัน โดยระหว่างนี้โคห์ลเบิร์กและพี่น้องจะสลับกันไปอยู่ที่บ้านของพ่อหรือแม่ครั้งละหกเดือน 1933 เข้าเรียนระดับมัธยมที่สถาบันฟิลิปส์ (Philips Academy) ในแอนโดเวอร์, แมสซาซูเซตส์ 1945 จบจากสถาบันฟิลิปส์ พอดีกับเป็นช่วงปลายสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขาได้เข้าทำงานกับ Merchant Marine ซึ่งเป็นกองเรือรัฐวิสาหกิจของสหรัฐฯ ที่ลำเลียงทั้งพลเรือนและยุทธภัณฑ์ โดยที่โคห์ลเบิร์กทำงานร่วมกับฮาเกนาห์ (Haganah) กองกำลังกึ่งทหารของยิว ซึ่งมีการลักลอบพาชาวยิวจากยุโรปเข้าไปในปาเลสไตน์ ซึ่งมีครั้งหนึ่งที่เขาถูกจับโดยทหารอังกฤษ ซึ่งเขาและพวกได้ถูกนำตัวมาขังไว้ในค่ายชั่วคราวในไซปรัส ก่อนที่โคห์ลเบิร์กจะสามารถหลบหนีออกมาได้ 1948 เขาอยู่ในปาเลสไตน์ระหว่างช่วงสงครามยิว-อาหรับ เพื่อการก่อตั้งประเทศอิสราเอล ทว่าไม่นานได้เดินทางกลับสหรัฐฯ และสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก้ (University of Chicago)  ในคณะจิตวิทยาซึ่งเขาจบการศึกษาปริญญาตรีภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี หลังจากนั้นก็ได้ศึกษาต่อในระดับสูงต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ 1955 แต่งงานกับลูซิลล์ (Lucille Stigberg)  ซึ่งพวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคนชื่อ เดวิด และสตีเว่น  ช่วงปีนี้เขาได้มาทำงานที่ศูนย์การศึกษาขั้นสูง (Center…

0
Read More

Jagadish Bose

จากาดิช จันทรา โบส (Jagadish Chandra Bose) father of radio science โบส เกิดวันที่ 30 พฤศจิกายน 1858 ในเมืองพิครามเพอร์, เบงกอล, บริติชอินเดีย (Bikrampur, Bengal Presidency, British India) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบังกลาเทศ พ่อของเขาชื่อภกาวัณ (Bhagawan Chandra Bose) พ่อของเขาเป็นข้าราชการ ตั้งแต่เด็กพ่อของเขาส่งโบสเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีการสอนภาษาท้องถิ่นในมุนชิกานจ์ (Munshiganj) เพื่อให้เขาสามารถพูดภาษาของชาติตัวเองได้ก่อนที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งในยุคนั้นคนนิยมที่จะส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษกันมากกว่า  1869 เข้าเรียนที่โรงเรียนประถมแฮร์ (Hare School)  1875 เข้าเรียนที่เซนต์ซาเวียร์คอลเลจ, มหาวิทยาลัยกัตกัตต้า (St.Xavier’s College, University of Calcutta)   1879 จบปริญญาตรี หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยลอนดอน (University of London)  แต่ว่าเรียนได้ไม่นานก็มีปัญหาสุขภาพจนต้องยุติการเรียน โบสย้ายไปเรียนที่คริสต์คอลเลจ, แคมบริดจ์ (Christ’s College, Cambridge) ทางด้านวิทยาศาสตร์ ระหว่างนี้เขาได้ไปช่วยทำงานวิจัยกับลอร์ด เรย์เลียห์ (Lord Rayleigh) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล 1884 ได้รับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์จาก ม.แคมบริดจ์ และจากมหาวิทยาลัยลอนดอน  1885 เมื่อกลับมาอินเดีย เขาเข้าทำงานที่เพรซิเดนคอนเลจ, มหาวิทยาลัยกัลลัตต้า (Presidency College, University of Calcutta) ในตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านฟิสิก ระหว่างทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยโบสทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายด้าน โดยเฉพาะการค้นคว้าเกี่ยวกับวิทยุ…

0
Read More

Paul Krugman

พอล ครุกแมน (Paul Robin Krugman) โนเบล เศรษฐศาสตร์ 2008 ครุกแมน เกิดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1953 ในอัลบานี,​ นิวยอร์ค ครอบครัวของเขาเป็นยิว พ่อชื่อว่าเดวิด (David Krugman) และแม่ชื่อเอนิต้า (Anita)  จบมัธยมจากโรงเรียนมัธยมจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (John F. Kennedy High School)  1974 จบปริญญาตรีเกียรตินิยมสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) 1977 จบปริญญาเอกจาก MIT (Massachusetts Institute of Technology) ทางด้านเศรษฐศาสตร์ โดยเขียนวิทยานิพนธ์หัวเรื่อง Essays on flexible exchange rates 1978 เขียนงานวิจัยทฤษฏี The Theory of Interstellar Trade  1979 เริ่มทำงานสอนหนังสือที่ MIT 1980 ได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ 1984 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ 1992 ได้เป็นสมาชิกของ American Academy of Arts and Sciences 1994 มาสอนหนังสือที่สแตนฟอร์ด (Stanford University) 1996 ย้ายมาสอนที่ MIT และเขียนบทความลงในหนังสือแม็กกาซีน Fortune, Slate 1998…

0
Read More

Murasaki Shikibu

มุราซากิ ชิกิบุ (紫 式部, Murasaki Shikibu) ผู้เขียน The Tale of Genji (วรรณกรรม(สมบูรณ์) ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) มุราซากิ เกิดประมาณปี 973 ในไฮอันเกียว  (Heian-kyo) หรือเกียวโตปัจจุบัน เธอเกิดในตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara clan) ซึ่งเคยเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่มาก่อนที่มุราซากิจะเกิด แต่ว่าขณะที่เธอเกิดขึ้นมานั้นครอบครัวเป้นขุนนางระดับกลาง มีอำนาจในระดับเจ้าเมืองเท่านั้น พ่อของเธอชื่อตามิโตกิ (Fujiwara no Tametoki) เป็นขุนนางและเป็นกวี เขาเคยเป็นครูให้กับเจ้าชายโมโรซาดะ (Crown Prince Morosada)  ส่วนแม่มาจากตระกูล (Fujiwara Tamenobo) ชื่อที่แท้จริงของมุราซากินั้นไม่มีหลักฐานยืนยัน “มุราซากิ” ที่รู้จักกันนั้นเป็นชื่อของตัวละครเอกในนิยาย The Tale of Genji ที่เธอเป็นผู้ประพันธ์ ส่วน “ชิกิบุ” นั้นเป็นชื่อที่เรียกตามตำแหน่งของสามีของเธอเมื่อได้เป็นรัฐมนตรีด้านพิธีกรรม มุราซากิมีพี่สาวคนหนึ่ง และมีน้องชายของเธอชื่อโนบุโนริ (Nobunori) ในช่วงเวลาที่ชิกิบุมีชีวิต ภาษาราชการของญี่ปุ่นยังใช้ภาษาจีน แต่ว่าเริ่มีการประดิษฐ์ตัวอักษรคันจิ (Kana) ขึ้นมา ซึ่งมีการใช้จำกัดอยู่ในหมู่สตรีชั้นสูง  996 พ่อของเธอได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าของจังหวัดอีชิเซน (Echizen Province) 998 ชิกิบุแต่งงานกับฟูจิวาระ โนบุตากะ (Fujiwara no Nobutaka) ซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อของเธอ  โนบุตากะเป็นรัฐมนตรีด้านการเฉลิมฉลอง รับผิดชอบเรื่องการแสดงและการแต่งตัวในงานพิธี  ซึ่งชิกิบุไม่ใช่ภรรยายเพียงคนเดียวของโนบุตากะ , หลังการแต่งงานชิกิบุยังคงอาศัยอยู่กับพ่อของเธอต่อไปโดยที่สามีของเธอมาหาบางแล้วแต่โอกาส พวกเขามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน 999 ลูกสาวของมุราซากิ ชื่อกาไทโก๊ะ (Kenshi, Kataiko) เกิดขึ้นมา…

0
Read More

John R. Anderson

จอห์น แอนเดอร์สัน (John Robert Anderson)  ผู้สร้าง ACT-R (cognitive architecture) แอนเดอร์สัน เกิดในปี 1947 ในแวนคูเวอร์, บริติช โคลัมเบีย (Vancouver, British Columbia)  1968 จบปริญญาตรีด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์จากบริติชโคลัมเบีย (University of British Columbia) หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่สแตนฟอร์ด (Stanford University) ได้โดยมีโอกาสร่วมทำงานวิจัยกับโบเวอร์ (Gordon Bower) ซึ่งระหว่างที่เรียนที่นี่เขามีความใฝ่ฝันในการสร้างจิตของมนุษย์ (human cognition) ขึ้นมาโดยมีความเชื่อว่าสามารถที่จะจำลองจิตขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งในระยะแรกเขาได้สร้างพัฒนาแบบจำลอง FRAN simulation of free recall และต่อมาพัฒนาเป็น HAM theory of memory 1972 จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาจากสแตนฟอร์ด หลังจากนั้นได้ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่เยล (Yale University)  1973 ย้ายมาทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan)  แต่งงานกับลินเน่ (Lynne Reder) ซึ่งต่อมาพวกเขามีลูกชายด้วยกันสองคน เจย์ (Jay, b.1980) และเอบ (Abe,b.1985) 1976 กลับมาสอนหนังสือที่เยล เขียนหนังสือ “Language, Memory, and Thought” ซึ่งเป็นการอธิบายทฤษฏี ACT (Adaptive Control off Though) เป็นครั้งแรก ซึ่งเขาเองหวังให้ ACT…

0
Read More

Gavrilo Princip

กาฟริโล่ ปรินซิป (Гаврило Принцип) ผู้ปลงพระชนษ์เจ้าชายฟรานซ์ เฟอร์นินันด์ (Franz Ferdinand of Austria) จนเป็นชนวนไปสู่สงครามโลก นครั้งที่ 1 ปริ้นซิป เกิดวันที่ 25 กรกฏาคม 1894 ในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อโอเบิ้ลแจจ (Obljaj) ในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวิน่า (Bosnia and Herzegovina) ซึ่งในช่วงเวลานั้นถูกออสเตรีย-ฮังการี (Austria-Hungary) เข้ามายึดครองตั้งแต่ปี1878 พ่อชื่อว่าเปตาร์ (Petra) ส่วนแม่ของชื่อมาริจา (Marija)  ปริ้นซิปเป็นลูกคนที่สองในพี่น้องเก้าคน แต่ว่าพี่น้องหกคนเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังอยู่ในวัยทารก ครอบครัวของพวกเขามีอาชีพเกษตรกรรมที่มีฐานะยากจน พวกเขานับถือศาสนาคริสต์นิกายเซอร์เบียออโธด๊อกซ์เหมือนกับชาวเซิร์บทั่วไป   ซึ่งช่วงเวลานั้นชาวเซิร์ฟส่วนใหญ่มักทำงานในไร่นาของเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นมุสลิม ชาวเซิร์ฟส่วนมากจึงถูกกดขี่ 1903 ปริ้นซิปเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนประถม ตอนที่มีอายุ 9 ขวบ  1907 ตอนอายุ 13 ปี ได้เดินทางไปยังซาราเจโว (Sarajevo) โดยมีแผนที่จะสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนนายทหารของออสเตรีย-ฮังการี (Austria-Hungarian military school) แต่ว่าเมื่อเดินทางมาถึงซาราเจโว พี่ชายของเขา ที่ชื่อโจวาน (Jovan) ซึ่งเป็นคนที่ริเร่ิมต้องการให้ปริ้นซิปเข้าเรียนในโรงเรียนทหารแต่แรกนั้นเกิดเปลี่ยนใจ เพราะว่าเพื่อนของเขาทักท้วงว่าไม่ต้องการให้น้องชายกลายไปเป็นมือสังหารชาวเซิร์ปด้วยกันเอง  ปริ้นซิปจึงได้เปลี่ยนไปสมัครเรียนในโรงเรียนการค้าแทน โดยที่พี่ชายของเขาทำงานรับจ้างขายแรงงานทั่วไปเพื่อที่จะส่งให้น้องชายเรียนหนังสือ 1910 ปริ้นซิปย้ายกลับเข้ามาเรียนในโรงเรียนจิมเนเซียมในซาเรเจโว ซึ่งช่วงเวลานี้เขาได้หลงไหลอุดมการณ์ของนักปฏิวัติชาวบอสเนียชื่อบ๊อกดาน เซราจิค (Bogdan Zerajic) 1911 ปริ้นซิปเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวใต้ดิน Young Bosnia (Mlada Bosna /Млада Босна) ซึ่งเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชของบอสเนียจากออสเตรีย-ฮังการี  1912 ปริ้นซิปถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงออสเตรีย-ฮังการี หลังจากนั้นเขาจึงได้ออกจากซาราเจโว…

0
Read More

Edward Adelson

เอ็ดเวิร์ด อเดลสัน (Edward H. Adelson) Adelson’s checker board illusion เกิดในปี 1952  1974 สำเร็จการศึกษาด้านฟิสิกส์และปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) 1979 จบปริญญาเอกสาขาจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) หลังจากนั้นได้รับทุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค (New York University) 1981 มาทำงานที่ RCA Laboratories  1984 ได้รับรางวัล Adolph Lomb Medal 1987 มาทำงานที่ Media Lab ของเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) 1995 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์(John and Dorothy Wilson Professor of Vision Science) ที่เอ็มไอที เผยแพร่ภาพของ Check shadow illusion ภาพของกระดาษหมากรุกที่มีสีเทาอ่อนและเข้ม และมีเงาของทรงกระบอกผ่าน ซึ่งทำให้เกิดภาพลวงตาว่าช่องสีเหลี่ยมสองอันมีสีที่แตกต่างกัน 2006 ได้เป็นสมาชิกของ US Academy of Sciences 2010 เป็นสมาชิกของ American Academy of Arts and Sciences 2013 ได้รับรางวัล Helmholtz Award จาก IEEE

0
Read More

Jerry Fodor

เจอร์รีย์ โฟดอร์ (Jerry Alan Fodor) Psychological Nativism, Modularity of mind เจอร์รีย์ เกิดวันที่ 22 เมษายน 1935 ในนิวยอร์ค พ่อของเขาชื่อแอนดริว (Andrew Fodor) เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางด้านแบคทีเรีย มีเชื้อสายยิวจากฮังการี และแม่ชื่อเคย์ (Kay Rubens)  เขาจบมัธยมปลายจากโรงเรียนมัธยมฟอเรสต์ฮิลล์ (Forest Hills High School)  1956 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (University of Columbia)  1957 แต่งงานกับไอริส (Iris Goldstein) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาประยุกต์ ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค (New Yokr University) 1959 เริ่มทำงานสอนหนังสือที่ MIT  1960 จบปริญญาเอกจากพริ้นตั้น (Princeton University) ทางด้านปรัชญา หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่อ๊อกฟอร์ด (Oxford University) อีกหนึ่งปี 1961 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่ MIT 1968 หย่ากับไอริส และหลายปีต่อมาเขาแต่งงานครั้งที่สองกับจาเน็ต (Janet Dean) ศาสตราจารย์ด้านภาษาที่มหาวิทยาลัยซิตี้ออกฟนิวยอร์ค 1983 พิมพ์ Modularity of Mind ซึ่งได้เสนอแนวคิดที่ว่าจิตไม่ได้เกิดจากระบบเดี่ยวที่เป็นเอกเทศของมนุษย์ แต่ว่าเกิดจากเซ็ตของระบบย่อยๆ หลายส่วนที่มีมาตั้งแต่กำเนิด แล้วทำงานประสานกัน เช่น ส่วนของความสามารถด้านภาษา, ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งแนวคิดของโฟดอร์ขัดกับแนวคิดแบบ Bahaviorism ซึ่งเชื่อว่าความสามารถของมนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้หลังจากกำเนิดขึ้น 1986…

0
Read More
Yandex.Metrica
Don`t copy text!