Daniel Kahneman

แดเนียล คาห์เนมาน (Daniel Kahneman)

Economic Nobel 2002

คาห์เนมาน เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1934 ในเทล อาวีฟ, ปาเลสไตน์ (British Mandate of Palestine)  แม่ของเขาชื่อราเชล (Rachel) เธอคลอดเขาระหว่างที่เดินทางมาเทล อาวีฟ เพื่อจะเยี่ยมญาติ ส่วนพ่อชื่อว่าอีเฟรยิม (Efrayim)

ราเชลและสามีเดิมอาศัยอยู่ในลิทัวเนีย, สหภาพโซเวียต แต่ว่าอพยพไปอยู่ในฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงปี 1920s อีเฟรยิม ทำงานเป็นหัวหน้านักวิจัยให้กับโรงงานเคมีขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง 

คาห์เนมาน ใช้ชีวิตในวัยเด็กในกรุงปารีส, ฝรั่งเศส 

1941 จนกระทั้งช่วงที่นาซียึดปารีส พ่อของคาห์เนมานถูกจับอยู่นาน 6 เดือนเพราะเป็นยิว แต่ว่าต่อมาได้รับการปล่อยตัว เมื่อเจ้านายของเขาชื่อยูจีน ฌชูลเลอร์ (Eugene Schueller) ได้ช่วยเหลือ

ต่อมาครอบครัวคาห์เนมานจึงพากันหลบหนีไปยังเมืองริเวียร่า (Riviera) ซึ่งยังอยู่ในการควบคุมของวินชีฟรานซ์ (Vichy France)  แต่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ไม่นาน เยอรมันก็บุกเข้ามาถึงเมืองอีก จนทำให้ต้องอพยพหนีอีกครั้งไปยังตอนกลางของฝรั่งเศส

1944 พ่อของคาห์เนมาน เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน

1946 ครอบครัวที่เหลือ ได้พากันอพยมมาอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเลม, ปาเลสไตน์ 

1954 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮิบรูเยรูซาเลม (Hebrew University of Jerusalem) เอกจิตวิทยาและโทคณิตศาสตร์

หลังจากนั้นได้ถูกเกณฑ์เป็นทหาร ทำงานในกองทัพอิสราเอล ในแผนกจิตวิทยา ซึ่งคอยทำหน้าที่ประเมินกำลังที่ถูกส่งไปฝึกในแผนกต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเขาใช้วิธีประเมินที่เรียกกว่า Leaderless Group Challenge ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยกองทัพอังกฤษช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 โดยแบ่งผู้เข้าฝึกเป็นกลุ่มละ 8 คน และให้ทำกิจกรรมเพื่อหาความเป็นผู้นำหรือผู้ตามตามลักษณะของแต่ละคน  ซึ่งต่อมาคาห์เนมานพบว่าการทดสอบแบบนี้ออกจะไร้ประโยชน์ เทียบกับผลลัพท์หลังจากทหารผ่านการฝึกแล้ว กับการประเมินในตอนแรก  คาห์เนมานจึงเรียก ผลลัพธ์ซึ่งแตกต่างกับคำทำนายทางสถิติในตลอดแรก ว่าเป็น “the illusion of validity” ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็น WYSIATI, ‘What you see is all there is’  คุณต้องทำนายสิ่งต่างๆ ไปตามข้อมูลแค่เท่าที่คุณมี ซึ่งอันที่จริงมันเป็นข้อมูลเล็กน้อยที่ไม่อาจจะครอบคลุมสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่ออนาคตได้

1956 ปลดประจำการณ์ 

1958 เดินทางมาสหรัฐฯ พร้อมกับภรรยาคนแรกของเขา ชื่อไอร่าห์ (Irah Kahneman) เพื่อศึกษาปริญญาเอกที่เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley) ทางด้านจิตวิทยา

1961 จบปริญญาเอก และกลับมาอิสราเอลโดยได้งานเป็นอาจารย์สอนวิชาจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยฮิบรูเยรูซาเลม 

1965 เดินทางมาศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan)

1966 มาเป็นอาจารย์เลคเชอร์พิเศษที่ฮาร์วาร์ด (Harvard University)

1968 มาดูงานวิจับด้านจิตวิทยาที่แคมบริดจ์ (Cambridge) 

1971 มาทำงานวิจัยที่ Oregon Research Institute (ORI) ซึ่งได้ร่วมงานกับทเวอร์สกี้ (Amos Tversky)

1974 ร่วมกับทเวอร์สกี้ เขียน Judgment Under Uncertainty : Heuristics and Biases 

1977 คาห์เนมานและทเวอร์สกี้ ได้ทำงานวิจัยร่วมกันที่สแตนฟอร์ด (Stanford University) หลังจากได้รับทุนวิจัยที่สถาบันศึกษาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Center for Advanced Stury in the Behavioral Sciences)  ซึ่งระหว่างนี้พวกเขายังได้พบกับริชาร์ด เทเลอร์ ( Richard Thaler) ซึ่งเป็นศาสตราจารย์พิเศษให้กับสแตนฟอร์ม ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม หลังจากเทเลอร์มีผลงานเขียน Toward a Positive Theory of Consumer Choice

1978 ย้ายมาทำงานที่มหาวิทยาลัยบริติสโคลัมเบีย (University of British Columbia) 

คาห์เนมานแต่งงานกับแอนน์ (Anne Treisman)

1979 คาห์เนมาน ร่วมกับทเวอร์สกี้เสนอทฤษฏีความคาดหวัง (prospect theory) ซึ่งเป็นมุมมองกระบวนการตัดสินใจทางเศรษฐศาสตร์ ว่าไม่ได้คำนึกถึงเรื่องของอรรถประโยชน์ (utility theory) เท่านั้น แต่ยังมองว่าพฤติกรรมแสวงหาและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ต้องการ เป็นพฤติกรรมหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งทฤษฏีความคาดหวังเป็นพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavior economic) ซึ่งคาห์เนมานถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกในสาขานี้

1986 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่เบิร์กเลย์

1993 มาทำงานที่พริ้นตั้น (Princeton) โดยได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา และศาสตราจารย์กิจการสาธารณะของวู๊ดโรว วิลสัน สคูล (Woodrow Wilson School)

2001 ได้เป็นสมาชิกของ National Academy of Sciences USA

2002 ได้รับรางวัลโนเบลเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับเวอร์นอน สมิธ (Vernon L. Smith) จากผลงานการประยุกต์ใช้จิตวิทยามาวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ 

2011 เขียน Think, Fast and Slow 

2018 9 กุมภาพันธ์, ภรรยาของเขาเสียชีวิต

Leave a Reply