1943 16 ตุลาคม  นาซีเยอรมันได้สร้างค่ายกักกันชาวยิว (ghetto) ขึ้นมาใกล้กับแม่น้ำทีเบอร์ (Tiber River) ใกล้กรุงโรม (Rome, Italy) และขาวยิวในเมืองก็ถูกกวาดต้อนเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันนี้  แต่ว่ามีแพทย์กลุ่มหนึ่งของโรงพยาบาลเฟตเบเนฟราเตลลี (Fatebenefratelli Hospital) ได้แก่ หมอจิโอวานนี บอร์โรเมโอ (Giovanni Borromeo)  ผู้อำนวยการของโรงพยาบาล หมอวิตโตริโอ ซาเคอร์โดติ (Vittorio Sacerdoti) หมอเอเดรียโน่ ออสซิซินี (Adriano Ossicini)  ได้ปกป้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลกลุ่มหนึ่งซึ่งมีเชื้อสายยิวเอาไว้โดยการวินิจจัยว่าพวกเขาป่วยเป็นโรคประหลาด ซึ่งหมอสมมุติมันขึ้นมา และเรียกมันว่า Syndrome K

เจ้าหน้าที่ของนาซี ถูกหลอกให้เชื่อว่า Syndrome K เป็นโรคร้ายแรง และติดต่อได้ง่ายมากกับใครก็ตามที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ทำให้พวกเขาไม่มายุ่งกับคนไข้ยิวเหล่านี้

2004 ยัด วาเชม (Yad Vashem) หน่วยงานด้านอนุสรณ์และการระลึกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ยิวของอิสราเอลได้บันทึกชื่อของ หมอจิโอวานนี บอร์โรเมโอ  ไว้เป็นบุคคลที่ควรยกย่องของชาติ (Righteous among the Nations)

2016 หมอออสซิซินี ได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ La Stampa ว่า จริงๆ แล้ว Syndrome K ถูกตั้งขึ้น เพื่อระบุในบันทึกการักษาของผู้ป่วยว่า ผู้ป่วยคนไหนเป็นยิว ไม่ใช่การระบุว่าพวกเขาป่วย

โดยที่หมอออสซิซินี บอกว่าเขาเป็นคนคิดชื่อ Syndrome K โดยที่ K มาจากชื่อ Kesselring และ Kappler ชื่อของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาซีเยอรมัน 2 คนที่โหดเหี้ยม ได้แก่ อัลเบิร์ต เคสเซิร์ลริ่ง (Albert Kesserling) เป็นผู้บัญชาการกองทัพนาซีที่บุกอิตาลี  และ เฮอร์เบิร์ต แคปเปลอร์ (Herbert Kappler) เป็นหัวหน้าหน่วย SS ในโรม และเป็นผู้สั่งให้มีการสังหารหมู่ที่อาร์เดียไทน์ (Ardeatine massacre)