Feistel ‘s

ฮอร์สต์ ฟีสเทล (Horst Feistel)

Lucifer cipher, Feistel network, DES (Data Encryption Standard)

ฟีสเทล เกิดวันที่ 30 มกราคม 1915 ในเบอร์ลิน, เยอรมัน พ่อของเขาชื่อริชาร์ด (Richard Feistel) และแม่ชื่อเฮเลน่า (Helena Freudenreich Feistel) 

1934 23 มีนาคม, ฟีสเทลขึ้นเรือโดยสารเพื่อเดินทางมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ 

ก่อนหน้านี้ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ไดเประกาศแผนการที่จะสร้างสมรรถนะทางการทหารของกองทัพเยอรมันขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) และประกาศของฮิตเลอร์จะทำให้ฟีสเทลของถูกเกณฑ์เป็นทหาร 2 ปี ป้าของฟีสเทล ซึ่งแต่งงานกับชาวสวิส และอาศัยอยู่ในซูริส จึงได้แนะนำเขาให้อออกจากเยอรมันก่อนที่จะต้องเป็นทหาร

1937 จบปริญญาเอกจากเอ็มไอที ( Massachusetts Institute of Technology) ทางด้านฟิสิกส์ 

1941 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ฟิสเทลถูกรัฐบาลสหรัฐฯ กักบริเวณเอาไว้แต่ภายในบ้าน เพราะความที่เขาเป็นชาวเยอรมันทำให้เขาอยู่ในข่ายถูกต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นสายลับ

1942 จบปริญญาโทจากฮาร์วาร์ด (Harvard) ทางด้านฟิสิกส์

1944 31 มกราคม, ได้รับสัญชาติอเมริกัน และต่อมาก็ได้รับใบอนุญาตให้เข้าทำงานกับศูนย์วิจัยของกองทัพอากาศในแคมบริดจ์ (U.S. Air Force Cambridge Research Center, AFCRC) ได้ 

1945 แต่งงานกับลีโอน่า (Leona Gage)  ซึ่งพวกเขาต่อมามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ชื่อเป๊กกี้ (Peggy) 

1958 ฟีสเทลได้มีโอกาสได้เข้าทำงานกับห้องวิจัยลินคอร์น (Lincoln Laboratory) ของเอ็มไอที ซึ่งขณะนั้นกำลังช่วยกองทัพในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเรดาห์แบบคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งงานของฟีสเทลได้เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ปัญหาและความปลอดภัยในการสื่อสารสัญญาณของเรดาห์

1961 ย้ายมาทำงานที่บริษัท MITRE

1968 โทมัส วัตสัน (Thomas J. Watson Jr.) ประธานของไอบีเอ็มในขณะนั้น ได้ริเริ่มโครงการวิจัยที่จะสร้างระบบในการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลขึ้นมา ทำให้ฟีสเทล ซึ่งย้ายมาทำงานกับไอบีเอ็มตามคำแนะนำของอับราฮัม อัลเบิร์ต (Abraham Adrian Albert) ดังคณิตศาสตร์ชื่อดังของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเพื่อนกับเขา ฟีลเทลถูกตั้งให้รับผิดชอบในโครงการวิจัยดังกล่าว ซึ่งนำไปสู่การพัฒนา Lucifer อัลกอริทึ่มเพื่อใช้ในการเข้ารหัสข้อมูล โดยฟีสเทลได้ทำโครงการนี้อยู่ที่ศูนย์วิจัยวัตสัน (watson Reserach Center) ในยอร์คทาวน์ ไฮจ์, นิวยอร์ค (Yorktown Heights)

1971 Lucifer รุ่นแรกถูกเปิดตัวครั้งแรก โดยเป็นระบบที่ทำงานแบบ Substitution-permutation network (SP-Network) ที่รุ่นแรกนี้ใช้กุญแจแบบ 48-bit และมี 48 block ซึ่ง Lucifer รุ่นแรกนี้ถูกพัฒนาให้กับธนาคารลอยด์ (Lloyds Bank) ของอังกฤษ เพื่อนำไปใช้กับระบบ ATM ของธนาคาร

 1973 สำนักงานมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐ (US National Bureau of Standards, NBS) ได้ประกาศวัตถุประสงค์ต่อสาธารณะว่าอยากจะให้มีระบบการเข้ารหัสที่เป็นมาตรฐานของชาติ แต่ว่าในปีแรกนี้ยังไม่มีบริษัท หรือองค์ใดส่งผลงานให้พิจารณา

1974 ไอบีเอ็มได้ส่ง Lucifer ที่มีการปรับปรุงใหม่ให้กับ NBS ซึ่งนอกจาก NBS แล้ว สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency, NSA) ก็ร่วมในการวิเคราะห์ด้วย ซึ่งได้มีการพิจารณาให้มีการปรับปรุง Key ให้สั้นลง จาก 112 bits เหลือ 56 bits

1977 NBS ประกาศใช้ Lucifer รุ่น 56 bits นี่เป็นมาตรฐานของประเทศ โดยเรียกว่าเป็น DES (Data Encryption Standard)

ชื่อของฟีสเทล กลายเป็นชื่อเรียกของ Feistel network ซึ่งเป็นเทคนิคในการสร้างการเข้ารหัสแบบ block ciphers (Lucifer, DES เป็น block ciphers)

1990 14 พฤศจิกายน, เสียชีวิต ในแมสซานชูเซตต์