Cheka Aisya

John Westwyk

จอห์น เวสต์วิก (John Westwyk) ผู้เขียน Equatiorie of the Planetis จอห์นเกิดในครอบครัวของเกษตรกร ในอังกฤษ ราวปี c.1350 บ้านของเขาอยู่ห่างจากวิหารเซนต์ อัลเบนส์ (St Albans Abbey) ราวสองไมล์ วัยเด็กของจอห์นเขาจึงเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนของวิหารแห่งนี้  ต่อมาราวปี 1360s-1370s เขาก็ได้บวชเป็นนักบวชที่วิหาร c.1380 ย้ายมาอยู่ที่วิหารในไทน์เมาท์ (Tynemouth)  c.1383 เข้าร่วมในสงครามเดสเพนเซอร์ครูเซด (Despenser’s crusade)  ซึ่งเป็นการรบระหว่างฝ่ายบิชอฟเฮนรี่ เล เดสเพนเซอร์ (Henry le Despenser) แห่งอังกฤษ กับฝ่ายสนับสนุนแอนตีโป๊ป เคลเมนต์ ที่ 7 (Antipop Clement VII)  ซึ่งฝั่งอังกฤษนั้นให้การสนับสนุนพระสันตะปาปาเออร์บัน ที่ 6 (Pope Urban VI) จากโรม  แต่ว่าฝรั่งเศสสนับสนุนแอนตี้โป๊ป เคลเมนต์ ที่ 7   ซึ่งในสงครามครั้งนี้ฝ่ายอังกฤษแพ้ และต้องถอยทหารกลับไป  c.1393 เริ่มเขียนแบบร่าง Equatorie of the Planetis ซึ่งใช้สร้างเอควอโทเรียม (Equatorium) อุปกรณ์ซึ่งใช้หาพิกัดดวงดาวของตัวเองขึ้นมา c.1397 ข่วงปันปลายชีวิตของเขา สันนิษฐานว่าจอห์นกลับมาอยู่ที่วหารเซนต์ อัลเบนส์  c.1400 เสียชีวิต 1951 เดเรก ปรินซ์ (Derek de Solla Price)…

0
Read More

Oda Nobunaga

โอดะ โนบุนากะ (織田 信長) โนบุนากะ เกิดวันที่ 23 มกราคม 1534 ในนาโกย่า, โอวาริ, ญี่ปุ่น  เขาเป็นลูกชายคนที่สองของโอดะ โนบุฮิเดะ (Oda Nobuhide) ซึ่งเป็นไดเมียว (daimyo) ระดับล่างในจังหวัดโอวาริ แต่ว่ามีฐานะร่ำรวยเพราะว่าครอบครองที่ดินจำนวนมากในโอวาริและมีกำลังทหารที่เข้มแข็ง ชีวิตของโนบุฮิเดะ ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการรบกับมิกาว่า (Mikawa province) ของตระกูล มัตสุไดระ (Matsudiara) นำโดยมัตสุไดระ ฮิโรตาดะ (Matsudiara Hirotada) , ตระกูลอิมากาวะ (Imagawa clan) ของอิมิกาวะ โยชิโมโตะ (Imagawa Yosimoto)  ไดเมียวแห่งสุรุกะ (Suruga province), และมิโนะ (Mino province)  ส่วนแม่ของโนบุนากะชื่อว่าโดตะ โกเซน (Dota Gozen)   โนบุนากะเป็นลูกคนที่สอง เขามีพี่น้องอีก 13 คน โดยเป็นชาย 11 และหญิง 2 คน วัยเด็กของ โนบุนากะ เขามีชื่อจริงว่า  คิปโปชิ (吉法師, Kipposhi)  และเพราะนิสัยที่แปลกไม่เหมือนคนอื่น จึงถูกตั้งฉายาว่า ไอโง่แห่งโอวาริ (尾張の大うつけ, The Great Fool of Owari) 1539 ตอน 5 ขวบ โนบุนากะ ถูกส่งมาอยู่ที่ปราสาทนาโกย่า…

0
Read More

William Clifton Dodd

วิลเลี่ยม คลิปตัน ด๊อด์ด (William Clifton Dodd) มิชชันนารี ผู้เขียน The Tai Race เกิดวันที่ 15 ตุลาคม 1857 ในมาเรียน, ไอโอวา (Marion, Iowa)  พ่อของเขาชื่อวิลเลี่ยม (William Wylie Dodd) และแม่ชื่อโรห์ดา (Rhoda Burns Robb) 1883 จบโทศิลปะศาสตร์จากพาร์สัน คอลเลจ (Parsons College) 1886 จบปริญญาเอกด้านเทววิทยาจากวิทยาลัยศาสนา แม็คคอร์มิค์ก (McCormick Theological Seminary) ในชิคาโก้ หลังจากนั้นได้เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาในเชียงใหม่   1889 แต่งงานกับอิซาเบลล่า (Isabella Ruth Eakin)  ในปีนี้ได้เปิดโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นแห่งแรก 1891 เปิดลำพูนสเตชั่น (Lumphun station*) 1897 เปิดเชียงรายสเตชั่น (Chiang Rai Station) 1904 เข้าไปเผยแพร่ศาสนาเกงตุง, พม่า (Kengtung, Burma) 1907 ปิดสเตชั่นในพม่าและได้เดินทางกลับมาอยู่ที่เชียงราย 1917 เปิดสเตชั่นในเชียงรุ้ง  ในมณฑลยูนาน ของประเทศจีน 1919 18 ตุลาคม, เสียชีวิต โดยที่ตลอดชีวิตของด๊อด์ด นอกจากงานด้านศาสนาแล้ว เขายังใช้เวลาในการเดินทางสำรวจบริเวณจีนตอนใต้ พม่า ลาวและไทย และมีผลงานเขียนและงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับ คนเชื้อสายไท (Tai) 1923…

0
Read More

J. M. W. Turner

เจ. เอ็ม. ดับเบื้ลยู เทิร์นเนอร์ (Joseph Mallord William Turner) จิตรกร ฉายา “the painter of light” เทิร์นเนอร์ เกิดวันที่ 23 เมษายน 1775 ในลอนดอน วันเกิดที่แท้จริงของเขานั้นไม่แน่ชัด แต่ว่าเทิร์นเนอร์ได้เข้าพิธีแบ๊บติสต์ในวันที่ 24 พฤษภาคม ที่วิหารเซนต์ พอล (St. Pual church) พ่อของเขาชื่อวิลเลี่ยม (William Turner,1738-1829) มีอาชีพเป็นช่างตัดผม และช่างทำวิกผม ส่วนแม่ชื่อมารี (Mary Marshall)  เทิร์นเนอร์มีน้องสาวคนหนึ่งชื่อมารี แอนน (Mary Ann) แต่เธอเสียชีวิตในปี 1783 ตอนอายุ 5 ขวบ 1785 ตอนเทิร์นเนอร์อายุสิบปี แม่ของเขาเริ่มมีอาการป่วยจิตเวช และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลุ๊ค (St Luke’s Hospital for Lunatics)  ทำให้เทิร์นเนอร์ถูกส่งไปอาศัยอยู่กับน้าโจเซฟ (Joseph Mallord William Marshall) ที่เมืองเบร็นต์ฟอร์ด (Brentford, Middlesex) เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกของลอนดอน และอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเธมส์ (Thames river)  และเทิร์นเนอร์ได้เข้าเรียนในโรงเรียนของจอห์น ไวต์ (John Wihte)  1786 ย้ายมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนในมาร์เกต (Margate) ซึ่งที่นี่เขาได้เขียนภาพวิวของเมืองเอาไว้หลายภาพ ซึ่งภาพบางภาพพ่อของเขาเอาไปตั้งโชว์ในร้านและขายออกไปในราคาถูก 1789 เข้าเรียนที่สถาบันศิลปะ (Royal…

0
Read More

Paris Commune

ปารีส คอมมูน (Commune de Paris) ฝ่ายนิยมสังคมนิยมยกย่องว่า ปารีส คอมมูน เป็นการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ครั้งแรกในยุโรป คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) ยกย่องเหตุการณ์และการต่อสู้ของชาวปารีส กลุ่มหัวรุนแรง และกองกำลังติดอาวุธในปารีส คอมมูน ว่าเป็น “dictatorship of the proletariat (ยุคเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยไปสู่คอมมิวนิสต์)”  ปารีส คอมมูน เป็นรูปแบบการปกครองตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นในกรุงปารีส นำโดยโดยกลุ่มหัวรุนแรง นีโอ-จาโคบิน (Neo-Jacobins) อนาธิปไตย (Anarchists) และพวกสังคมนิยม (Sociailists) ซึ่งปารีส คอมมูนมีอายุ 72 วันระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 1871 -28 พฤษภาคม 1871 เป็นผลจากสงครามระหว่างปรัสเซีย-ฝรั่งเศส (France-Prussia War, 19 กรกฏาคม 1870-28 มกราคม 1871) ซึ่งอ๊อตโต้ ฟอน บิสมาร์ค (Otto von Bismarck) ได้พยายามรวมสหพันธรัฐเยอรมันเหนือ (North German Confederation) เข้ากับสี่รัฐเยอรมันทางใต้ คือ บาวาเรีย (Bavaria) เวิร์ตเตมเบิร์ก (Württemberg) บาเดน (Baden) และเฮซเซ่-ดารมสแต๊ดต์ (Hesse-Darmstadt) ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐอิสระ แต่ว่าฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เยอรมันแข็งแกร่ง 19 กรกฏาคม 1870 นโปเลียน ที่ 3…

0
Read More

Emperor Taizong

จักรพรรดิไท่จง แห่งราชวงศ์ถัง (Emperor Taizong of Tang) จักรพรรดิไท่จง มีพระราชสมภพในวันที่ 28 มกราคม 598 ภายในพระราชวังชิงซาน, ในเมืองวู่กง (Wugong) ในรัฐสุ่ย (Sui China)  ปัจจุบันคือบริเวณมณฑลซานซี (Shaanxi Provicne) พระบิดาของพระองค์คือจักรพรรดิเกาซู (Emperor Gaozu of Tang, Li Yuan, 618-626) พระนามเดิมคือ หลี่ หยวน และพระมารดาคือจักรพรรดินีไท่มู่ (太穆皇后, Empress Taimu) พระนามเดิมคือ เจ้าหญิงเต้า (竇, Duchess Dou) ขณะที่จักรพรรดิไท่จงประสูตินั้น พระบิดายังดำรงดำแหน่งเป็นอ๋องแห่งถัง (Duke of Tang) และเป็นแม่ทัพในกองทัพสุ่ย  จักรพรรดิไท่จงมีพระนามเดิมเมื่อแรกเกิดว่า หลี่ ชิหมิน (李世民, Li Shimin) ทรงเป็นโอรสรอง พระเชรษฐามีพระนามว่าหลี่ เจียนเชง (Li Jiancheng) และมีพี่น้องอีกอย่างน้อยสามคน คือ หลี่ หยวนบา (Li Yuanba), หลี่ หยวนจี (Li Yuanji) และ ปิงหยาง (Pingyang) 614 หลี่ ซิหมินแต่งงานกับบุตรสาวของแม่ทัพจางซึน (長孫晟, Zhangsun Sheng) ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดินีจางซึน (長孫皇后, Empress Zhangsun)…

0
Read More

Rubens

ปีเตอร์ พอล รูเบนส์ (Peter Paul Rubens) หนึ่งในจิตรกรผู้บุกเบิกศิลปะ Flemis Baroque (บาร็อกแบบเนเธอร์แลนด์) รูเบนส์ เกิดวันที่ 28 มิถุนายน 1577 ในซีเก้น, โฮลี่โรมัน (Siegen, Westphalia,  Holy Roman) พ่อของเขานั้้นเป็นนักกฏหมายชื่อ แจน รูเบนส์ (Jan Rubens) ซึ่งนับถือคริสต์โปแตสแตนท์ นิกายแคลวานิสซึ่ม (Calvinism) เดิมที่แจนอาศัยอยู่ในเมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) แต่ว่าได้หนีออกจากเมืองมาในปี 1568 เพราะการกวาดล้างทางศาสนา  แจนเคยเป็นที่ปรึกษากฏหมายให้กับแอนน่า แห่งแซ็คโซนี่ (Anna of Saxony) ซึ่งเป็นภรรยาคนที่สองของ วิลเลี่ยม แห่งออเร็นจ์ (William of Oragne) ซึ่งเป็นผู้นำคนสำคัญในการทำสงครามเรียกร้องเอกราชให้เนเธอร์แลนด์จากสเปน แม่ของรูเบนส์ ชื่อว่ามาเรีย (Maria Pypelicks) 1585 พ่อของเขาเสียชีวิต  1587 แม่พาครอบครัวก็ย้ายกลับมาอยู่ที่แอนต์เวิร์ป ซึ่งรูเบนส์ถูกเลี้ยงดูขึ้นมาแบบโรมันแคโธลิกซ์ และเข้าได้เข้าเรียนหนังสือโดยได้เรียนลาติน, กรีก และวรรณกรรมคลาสสิค ต่อมาหลังจากเรียนจบ เขาได้เข้าทำงานเป็นพนักงานเดินเอกสารในวังของมาร์การีต เดอ ไรก์ (Marguerite de Ligne, the Countess of Lalaing) 1591 เริ่มต้นเส้นทางศิลปะ ได้ได้สมัครเรียนเป็นลูกศิษย์ของโทไบ เวอร์วีชต์ (Tobias Verhaecht) ซึ่งเป็นจิตกรแถวหน้าของประเทศในเวลานั้น และได้มีโอกาสเรียนการวาดรูปกับอดัม แวน นอร์ต (Adam…

0
Read More

Alopen

อโลเพน (阿羅本, Alopen) มิสชันนารีคนแรกที่เดินทางไปยังประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง ในปี 635 อโลเพน เดินทางไปถึงเมืองฉางอัน (ซีอาน) เมืองหลวงของจีน ในสมัยราชวงศ์ถัง อโลเพนนั้นเป็นนักบวชคริสต์ในนิกายเนสโตเรียน (Nestorian Church) จากอาณาจักรไบแซนไทน์ (Byzantine Empire) ในซีเรียปัจจุบัน เขาเป็นชาวเปอร์เซียที่พูดภาษาซีเรีย  อโลเพนเดินทางไปเมืองจีนโดยเส้นทางสายไหม และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าจักรพรรดิถัง ไถ่จง (Emperor Taizong of Tang)  ชื่อของอโลเพน ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่บนจารึกซีอาน (Nestorian Monument , Xi’an Stele) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 781 ตามจารึกได้เล่าว่าอโลเพนเดินทางมาพร้อมมิสชันนารีคนอื่น โดยพวกเขามาจากเมืองต้าซิน (Daqin, Ta Tsin) ซึ่งหมายถึงอาณาจักรไบเซนไทน์ ซึ่งจักรพรรดิไถ่จงในเวลานั้น ทรงดำเนินนโยบายที่เปิดกว้างให้กับศาสนาอื่น ซึ่งต่างกับพระบิดาของพระองค์ จักรพรรดิเกาซู (Emperor Gaozu)  โดยจักรพรรดิไถ่จงให้การต้อนรับคณะของอโลเพนเป็นอย่างดี และยังได้พระราชทานอนุญาตให้อโลเพนแปลคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เขานำมาด้วยเป็นภาษาจีนและเก็บไว้ในห้องสมุดหลวง ศาสนาคริสต์ในจีนคงอยู่กับราชวงศ์ถังจนกระทั้งปี 907 เมื่อราชวงศ์ถังสิ้นสุดไป ศาสนาคริสต์ก็สูญหายไปจากจีน นานกว่า 300 ปี จนมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในราชวงศ์หยวน (Yuan Dynasty) ของมองโกล  คัมภีร์ศักดิ์สิทธ์ ซึ่งอโลเนแปลจากภาษาซีเรียไปเป็นภาษาจีนนั้น ถูกเรียกรวมๆ วันว่าเอกสาร เจียงเจ้า (景教經典, Jingjiao Ducumnets, Nestorian Ducuments หรือ Jesus Sutras) ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่สูญหายไปเหลือเพียงบางส่วน  ซึ่งเอกสารที่เหลืออยู่หลายชิ้นได้มาจากการค้นพบที่ถ้ำมาเกา, จังหวัดตันฮวง, มณฑลกานซู่ (Mogao cave…

0
Read More

France and Rwandan Genocide

ฝรั่งเศส กับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในรวันดา  รวันดา เคยเป็นเมืองขึ้นของเยอรมัน ในช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี 1897 จนกระทั้งหลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 ในปี 1918 ก็กลายเป็นประเทศใต้การดูแลของเบลเยี่ยม ตาความตกลงขององค์การสันนิตบาตชาติ (League of Nations)  ซึ่งช่วงเวลาที่เบลเยี่ยมดูแลอยู่นั้นฝ่ายชนเชื้อสายทัดซี (Tutsi) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ที่มีประชากรราว 15% มีอำนาจในการปกครอง และฝ่ายชาวฮูตู (Hutu) ซึ่งมีประชากร 85% กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ซึ่งภายใต้การปกครองของทั้งเยอมันและเบลเยี่ยมนำระบบการแบ่งแยกและปกครองมาใช้ ทำให้ชนสองเชื้อชาตินี้มีความแปลกแยกกันมาก  ฝ่ายทัดซีนั้นได้รับการดูแลที่ดีกว่าและได้รับการศึกษาแบบตะวันตก นอกจากนั้นเบลเยียมยังเอาระบบบัตรประชาชน ที่แยกเชื้อชาติสองฝ่ายชัดเจนมาใช้ในปี 1933  ชาวฮูตูในเวลานั้นส่วนใหญ่กลายเป็นแรงงานทาสที่อยู่ในที่ดินของชาวทัดซีที่มีฐานะดีกว่า  1957 ฝ่ายฮูตู มีการตั้งพรรค PARMEHUTU (Party for the Emancipation of the Hutus) เพื่อหวังปลดปล่อยตัวเอง 1959 (Hutu revolution 1959) ฝ่ายคนเชื้อสายฮูตู (Hutu) ลุกขั้นมาปฏิวัติต่อต้านเบลเยี่ยมและชาวทัดซี   และเมื่อฮูตูได้ขึ้นมามีอำนาจในประเทศ ทำให้ชาวทัดซีกว่า 300,000 คน ต้องลี้ภัยไปประเทศบูรุนดี (Burundi) ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของเบลเยี่ยมเช่นกัน  1962 1 กรกฏาคม, รวันดาได้รับเอกราช ชาวฮูตู ได้สถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมา และได้ประธานาธิบดีกรีกอร์ เคยิบานดา (Gregoire Kayibanda)  แต่ว่าสงครามระหว่างฮูตูกับทัดซียังดำเนินต่อไป  1963-1965 จากสงครามกลางเมืองระหว่างฮูตูและทัดซี ประมาณว่าคนเชื้อสายทัดซีครึ่งหนึ่งต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน  1972 เกิดการปฏิวัติ และนายพลจูเวนัล…

0
Read More

Venona Project

โครงการ VENONA เร่ิมต้นขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1943 โดย Army Signal Intelligence Service (SIS)  ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองทางสัญญาณของกองทัพสหรัฐฯ​ ก่อนที่จะมีการตั้ง National Security Agency (NSA) ขึ้นมา  โดยในตอนเริ่มต้น VENONA เป็นหน่วยงานขนาดเล็ก ที่มีหน้าที่ในการจับสัญญาณสื่อสารทางการทูตของสหภาพโซเวียต และนำมาถอดรหัส ถึงข้อมูลที่ได้รับมาจะถูกส่งไปให้กับหน่วย SIS ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเวอร์จิเนีย  ซึ่งสำนักงานที่นึ่ถูกเรียกว่า “Arlington Hall” โดยที่ผู้อำนวยการคนแรกของ VENONA คือ จีน เกรบีล (Gene Grabeel) SIS นั้นได้ทำการว่าจ้างครูทางด้านภาษาหลายสิบคนจากทั่วสหรัฐฯ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้โจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor)  ครูที่ร่วมงานกับโครงการนี้ตั้งแต่ต้น อาทิ   แมร์ดิธ การ์ดเนอร์ (Meredith Gardner) ซึ่งเป็นอาจารย์ด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลับอาร์ก้อน (University of Akron) การ์ดเนอร์ สามารถพูดได้หลายภาษาทั้งฝรั่งเศส, เยอรมัน, กรีก, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลาติน, สเปน และรัสเซีย   เฟอร์ดินัน คูเดิร์ต (Ferdinand Coudert) เป็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มภาษาสลาวิค และสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่นได้  วิลเลี่ยม สมิท (Major William B.S. Smith) เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสและภาษาบรีตัน…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!