Cheka Aisya

Herbert Yardley

เฮอร์เบิร์ต ยาร์ดเล่ย์ (Herbert Osborn Yardley) ผู้ก่อตั้ง Black Chamber องค์กรในสหรัฐฯ ซึ่งทำหน้าที่ในการถอดรหัสข้อความลับของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2   ผู้เขียน The American Black Chamber ยาร์ดเลย์ เกิดวันที่ 13 เมษายน 1889 ในวอชิงตัน, รัฐอินเดียน่า สหรัฐฯ พ่อของเขาชื่อโรเบิร์ต (Robert Kirkbride Yardley) เป็นหัวหน้าสถานีรถไฟ และแม่ชื่อแมรี่ (Mary Emma Osborn Yardley) เธอเสียชีวิตตอนที่เขาอายุ 13 ปี ยาร์ดเลย์ เป็นลูกคนที่สองในพี่น้องทั้งหมดสี่คน  1907 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก้ (University of Chicago) แต่ว่าเรียนได้เพียงแค่ปีเดียวเขาก็ดร๊อป และกลับไปอยู่ในวอชิงตัน  1908 เข้าทำงานเป็นพนักงานส่งโทรเลขของกิจการรถไฟ 1912 สอบเข้าเป็นพนักงานของรัฐได้โดยได้งานเป็นเจ้าหน้าที่โทรเลข  และเสมียรด้านรหัส  1917 เข้าเป็นทหารยศร้อยโท สังกัด Single Corps ของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่ง Single Corps นั้นมีหน้าที่หลักในการดูและการสื่อสารภายในกองทัพ ซึ่ง ยาร์ดเลย์นั้นถูกส่งไปทำงานในแผนก M.I.8  (Military Intelligence Branch, Section 8) หรือรู้จักในชื่อ Cipher Bureau ซึ่งมีหน้าที่ในการเข้าและถอดรหัส หน่วยงานนี้ตั้งอยู่ที่วิทยาลัยกองทัพ (Army War College) ในวอชิงตัน…

0
Read More

Tony Hoare

โทนี่ โฮอาร์ (Sir Charles Antony Richard Hoare)  1980 Turing Award จากการคิดอัลกอลิธึม Quicksort, Hoare logic และสร้างภาษา Communicationg sequential processes (CSP) โฮอาร์ เกิดวันที่ 11 มกราคม 1934 ในโคลอมโบ, ศรีลังกา  ขณะที่ยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ชื่อโทนี่ เป็นชื่อที่เขาตั้งขึ้นมาเองอย่างไม่เป็นทางการระหว่างที่เรียนหนังสือ  1956 จบปริญญาตรีจากเมอร์ตันคอลเลจ, อ๊อกซ์ฟอร์ด (Merton College, Oxford) ด้านวรรณกรรมคลาสสิคและปรัชญา  1957 ถูกเกณฑ์ทหาร ประจำการณ์ในกองทัพเรืออังกฤษ ระหว่างนี้เขาเรียนภาษารัสเซียไปด้วย และได้ลงเรียนต่อจนจบคอร์สทางด้านสถิติจากอ๊อกซ์ฟอร์ดด้วย 1959 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมอสโคว์ (Moscow State University) ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนของบริติชคันซิล (ritish Council) โดยได้เรียนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการแปลภาษา กับอันเดรย์ โคลโมโกรอฟ (Andrey Kolmogorov) 1960 หลังจากกลับจากสหภาพโซเวียต เขาได้เข้าทำงานกับบริษัท Elliott Brothers ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตคอมพิวเตอร์เล็กๆ  ตั้งอยู่ในลอนดอน ซึ่งที่นี่ทีมวิจัยของบริษัทได้นำเอาภาษา Algol 60 มาใช้กับคอมพิวเตอร์  ซึ่งในขณะนั้นมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ Elliot 803 1962 เข้าร่วมทีม IFIP (International Federation for Information Processing)  ซึ่งเป็นทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ที่ดูและพัฒนาภาษา Algol  1968…

0
Read More

Virginia Hall

เวอร์จิเนีย ฮอล์ล (Virginia Hall Goilliot) สายลับอเมริกัน OSS ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เวอร์จิเนีย เกิดวันที่ 6 เมษายน 1906 ในบัลติมอร์, แมรี่แลนด์ ครอบครัวของเธอมีฐานะร่ำรวย พ่อของเธอชื่อเอ็ดวิน (Edwin Lee Hall) เป็นนายธนาคารและมีธุรกิจโรงภาพยนต์ และแม่ชื่อบาร์บาร่า (Barbara Virginia Hammel)  1924 จบจากโรงเรียนโรแลนด์ ปาร์ก (Roland Park Country School) หลังจากนั้นเข้าเรียนที่แรดคลิฟฟ์ คอลเลจ (Radcliffe College, ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์วาร์ด) ระหว่างที่เรียนนั้นเธอเป็นหัวหน้าชั้น และทำหนังสือพิมพ์ของดรงเรียน ทั้งยังเป็นนักกีฬาฮ๊อกกี้  1925 ย้ายมาเรียนที่บาร์นาร์ด คอลเลจ (Barnard College ) ในแมนฮัตตัน ทางด้านภาษาฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมัน นอกจากนั้นเธอยังพอเข้าในภาษารัสเซ๊ยด้วย แต่เวอร์จิเนียไม่ได้เรียนจบจากบาร์นาร์ด คอลเลจ เพราะว่าเธอปฏิเสธที่จะเข้าสอบในเทอมสุดท้าย 1926 เข้าเรียนที่  Ecole Libre des sciences Politiques ในฝรั่งเศส 1927 ย้ายมาเรียนที่ Konsular Akademic ในเวียนนาทางด้านภาษาฝรั่งเศสและเศรษฐศาสตร์  1929 กรกฏาคม,​กลับมาอยู่บ้านที่แมรี่แลนด์  ไม่นานก่อนที่ทางบ้านของเธอจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อตลาดหุ้นวอล์สตรีทตกลงอย่างหนัก (Wall Street crash 1929) ซึ่งทำให้ธุรกิจด้านการเงินของครอบครัวประสบปัญหา ซึ่งเมื่อเจอกับวิกฤตพวกเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ในฟาร์ม Boxhorn…

0
Read More

Alfried Krupp von Bohlen und Halbach

อัลเฟรด ครัปป์ (Alfried Krupp von Bohlen and Halbach) อัลเฟรด เกิดวันที่ 13 สิงหาคม 1907 ในเอซเซ่น พ่อของเขาชื่อกุสตาฟ (Gustav von Bohlen und Halbach) และแม่ชือเบอร์ธ่า (Bertha Krupp)  เบอร์ธาเป็นผู้ที่รับช่วงกิจการของ Fridrich Krupp AG มาจากพ่อของเธอ ไฟรดริช ครัปป์ (Friedrich Krupp) ตั้งแต่เธออายุ 16 ปี เพราะพ่อของเธอฆ่าตัวตาย ในปี 1906 หลังถูกสื่อเปิดเผยชีวิตส่วนตัวของเขาว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ  Friedrich Krupp AG เป็นกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของเยอรมัน ก่อตั้งในปี 1881 ในธุรกิจเหล็ก ต่อมาได้ ขยายกิจการมาเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งการผลิตรถยนต์, รถจักร,เรือ และอาวุธ จนกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก  หลังการแต่งงานของกุสตาฟกับเบอร์ธา กุสตาฟได้รับพระราชทานอนุญาตจากกษัตริย์วิลเฮล์ม ที่ 2 (Kaiser Wihelm II) ในการใช้นามสกุล Krupp ได้  อัลเฟรดเป็นลูกคนโต  โดยมีพี่น้องอีก 7 คน 1928 อัลเฟรดจบจากจิมเนเซียมในเมือง (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเกอเธ่ (Goethe School)) และได้เข้าเรียนด้านวัสดุศาสตร์เกี่ยวกับเหล็กที่ในมหาวิทยาลัยเทคนิคเบอร์ลิน, มิวนิค และอาเช่น (Aachen) 1930 ยาลมาร์ แช๊ชต์ (Hjalmar Schacht) ได้ชักชวนให้กุสตาฟและอัลเฟรด…

0
Read More

Allan Wilson

อัลเลน วิลสัน (Allan Charles Wilson) Mitochondrial Eve, Molecular clock อัลเลน เกิดวันที่ 18 ตุลาคม 1934 ในการัววาเฮีย, นิวซีแลนด์ (Ngāruawāhia, New Zealand) แต่ว่าเขาเติบโตขึ้นมาในฟาร์มของครอบครัวซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเฮลตเวเตีย (Helvetia, Pukekohe) ทางตอนใต้ของโอ๊คแลนด์ พ่อของเขาชื่อชาร์ล (Charles, 1893-1960) เป็นลูกของผู้อพยพจากไอร์แลนด์ตอนเหนือมายังนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี 1879 โดยได้โดยสารมากับเรืออดามันต์ (Adamant) ส่วนแม่ของวิลสันชื่อว่ายูไนซ์ (Eunice Boyce Wood, 1908-2002) ชาร์ลกับยูไนซ์แต่งงานกันในปี 1928  ทั้งสองคนไม่มีใครเรียนจบ ม.ปลาย แต่ว่าได้ทำฟาร์มเลี้ยงวัวนม อัลเลนเป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมดสามคน  1940s ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทหารของรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ตั้งแคมป์อยู่ใกล้ๆ กับฟาร์มของเขา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกองทัพอเมริกันในการเดินทางผ่าน เพื่อไปยังสมรภูมิรบใกล้เคียง ทำให้ครอบครัวของอัลเลนได้ซุงซิงกับทหารอเมริกัน  เข้าเรียนที่โรงเรียนประถม Pukekohe Primary School ซึ่งอัลเลนเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีมาก และยังเป็นนักกีฬารักบี้ 1947 หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขาเข้าเรียนที่ คิงคอลเลจ (King’s College) ในโอตาฮุฮุ (Otahuhu) ทางใต้ของโอ๊คแลนด์  1952 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโอตาโก้ (University of Otago)  1955 จบปริญญาตรีโดยได้รับปริญญาสองใบ ทางด้านเคมีและสัตวศาสตร์ หลังจากนั้นเขาได้เดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (Washington State University) ตามคำแนะนำของ…

0
Read More

Svante Pääbo

สเฟนตี พาโบ (Svante Pääbo) ผู้กู้คืน mitochondrial DNA (mtDNA) ของ Neanderthal , ค้นพบ Homo Denisona , และ FOXP2 (ยีนภาษา) พาโบ เกิดวันที่ 20 เมษายน 1955 ในสต๊อกโฮล์ม, สวีเดน แม่ของชื่อคาริน (Karin Pääbo) เป็นนักเคมีชาวเอสโตเนีย  ส่วนพ่อของเขาชื่อซูน เบิร์กสตรอม (Sune Bergström) เป็นนักชีวเคมี รางวัลโนเบลทางการแพทย์ ในปี 1982 พาโบถูกเลี้ยงดูขึ้นมาโดยมารดา เพราะว่าพ่อของเขามีภรรยาอยู่แล้วตอนที่มีความสัมพันธ์กับแม่ของพาโบ พาโบมีความสนใจเกี่ยวกับโบราณคดีมาตั้งแต่ยังเล็ก ตอนอายุ 13 ปีแม่พาเขาเดินทางไปอียิปต์ ทำให้เด็กชายพาโบมีความฝันที่จะโตขึ้นมาเป็นอินเดียน่า โจนส์ (Indiana Jones)  แต่เพราะว่าต่อมาพ่อของเขาได้รับรางวัลโนเบลทางการแพทย์ ทำให้พาโบหันเหมาจากโบราณคดีมาเรียนแพทย์แทน  1981 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอุปป์ศาลา (Uppsala Universtiy) ทางการแพทย์ 1984 พาโบได้รับตัวอย่างเนื้อเยื่อโบราณจากโครงกระดูกมัมมีจากพิพิธภัณฑ์ของเยอรมัน และเขาได้พยายามที่จะแยก DNA ออกมาจากเนื้อเยื่อดังกล่าว ซึ่งในเวลานั้นนักวิทยาศาสตร์ส่วนมากเชื่อว่า DNA ควรจะต้องถูกทำลายไปหมดแล้วด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนั้น  แต่ว่าพาโบได้ตีพิมพ์งานวิจัยของเขาลงในวารสาร East German  ว่าเขาค้นพบว่ามี DNA คงเหลืออยู่ในโครงกระดูกมัมมีบางชิ้น ซึ่งต่อมางานวิจัยของเขาถูกพิมพ์ซ้ำโดยนิตยสาร Nature หนึ่งในผู้ที่อ่านงานวิจัยของพาโบ คือ อัลเลน วิลสัน (Allan Wilson) นักชีวโมลิกุลของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California,…

0
Read More

Out of Africa

มีสองสมมติฐานหลักเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของมนุษย์สมัยใหม่ ได้แก่ the Out of Africa (OOA) hypothesis และ the multiregional evolution (MRE) hypothesis  ซึ่งทั้งสองสมมติฐาน นี้มีจุดเหมือนกัน คือ ยอมรับว่า Homo erectus นั้นกำเนิดขึ้นในแอฟริกา ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังเอเชียและยุโรป ประมาณ 1 ล้านปีก่อน แต่ว่าสองสมมติฐานนี้มีความแตกต่างกันตรงที่สมมติฐานแรก OOA เชื่อว่า การอพยพออกจากแอฟริกา ครั้งที่ 2 (second wave of migration out of Africa) เพิ่งเกิดขึ้นประมาณ 100,000 ปีก่อน และได้เข้ามาแทนที่มนุษย์โบราณอย่างสมบูรณ์ แต่สมมุติฐาน ที่ 2 MRE เชื่อว่ามนุษย์ยุคใหม่เกิดขึ้นอย่างอิสระในหลายจุดภูมิภาค และมีการแลกเปลี่ยนยีนกันไปมาในหมู่ประชากรกินเวลาหลายล้านปี นับตั้งแต่ยุคของ Homo erectus ที่เดินทางออกมาครั้งแรก (the trellis theory) OOA นี้ได้ไอเดียมาจากแนวคิดของ ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) ซึ่งเขาเขียนเอาวไว้ในหนังสือ The Descent of Man ปี 1871 ของเขา ดาร์วินเสนอแนวคิดว่าสิ่งมีชีวิตอาจจะมีวิวัฒนาการมาจากจุลชีพเดียวกัน และเขายังเสนอว่า ลิงชิมแปนซี กอริลล่า และมนุษย์อาจจะมีบรรพบุรุษร่วมกัน และดาร์วินคิดว่า Dryopithecus ซึ่งเป็นกระดูกของลิงโบราณ ค้นพบในปี 1856 อาจจะเป็นต้นกำเนิดของลิงไม่มีหาง…

0
Read More

Linear B

Linear B 1878 Linear B ถูกค้นพบที่คอสซอส บนเกาะครีต (Knossos, Crete Island) โดยนักธุรกิจและนักค้าวัตถุโบราณชาวกรีก ชื่อไมนอส คาลาไรรินอส (Minos Kalokairinos)  1895 เซอร์ อาร์เธอร์ อีวานส์ (Sir Arthur Evans) ได้เห็นวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่เอรักไลออน (Herakleion) ซึ่งอาจจะเป็นวัตถุโบราณชุดเดียวกับที่ไมนอส ขุดขึ้นมา 1900 เซอร์อาร์เธอร์ ได้ลงมือขุดสำรวจทางโบราณคดีด้วยตัวเองในพื้นที่เดียวกับที่ไมนอสได้ขุดสำรวจเอาไว้ ซึ่งเซอรือาร์เธอร์ได้คน้พบวัตถุโบราณอีกหลายพันชิ้น ซึ่งหลายชิ้นมีการสลักที่คล้ายข้อความเอาไว้ ซึ่งในเวลานั้น ไม่มีใครสามารถอ่านข้อความที่สลักอยู่บน Linear B ได้ แต่เซอร์อีวาน มีทฤษฏีของตัวเองว่าเป็นภาษาของมิโนอัน (Minoan) ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์กับกรีก 1936 เซอร์อาเธอร์ได้จัดนิทรรศกาลแสดงวัตถุโบราณที่ขุดขึ้นมาจากคอสซอส ที่เบอร์ลิงตันเฮาร์ (Burlington House) ในลอนดอน ซึ่งขณะนี้เซอร์อาเธอร์มีอายุ 85 ปีแล้ว  เวนทริส (Michael Ventris) เด็กวัย 14 ปี ซึ่งต่อมาเป็นถูกถอดข้อความของ Linear B ก็ได้เข้าชมนิทรรศกาลครั้งนี้ด้วย และมีความปรารถนาที่จะถอดข้อความบน Linear B มาตั้งแต่นั้น 1939 มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุอีกจำนวนมากในไพลอส (Pylos) ซึ่งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของกรีซ ซึ่งวัตถุโบราณนี้มีภาษาแบบ Linear B เขียนอยู่ ทำให้เซอร์อาร์เธอร์ประหลาดใจมาก เพราะเดิมเขาคิดว่าเป็นภาษาเฉพาะที่ใช้อยู่บนเกาะครีตเท่านั้น  1940 เวนทริส ในวัย 18 ปี มีบทควมเรื่อง Introducing…

0
Read More

Michael Ventris

ไมเคิ้ล เวนทริส (Michael George Ventris) ผู้ถอดรหัส Linear B ร่วมกับ จอห์น แชดวิก (John Chadwick) เวนทริส เกิดวันที่ 12 กรกฏาคม 1922 เฮิร์ตฟอร์ดไชร์, อังกฤษ (Hertfordshire, England)  ในครอบครัวที่เป็นทหารมาหลายรุ่น พ่อของเขาชื่อเอ็ดเวิร์ด (Edward Freancis Vereker Ventris)  เคยเป็นพันโทในกองทัพอินเดีย แต่ว่าลาออกมาก่อนเพราะว่าปัญหาสุขภาพ ส่วนแม่ชื่อแอนนา (Anna Dorothea Janasz) เธอมาจากครอบครัวยิวโปแลนด์ที่มีฐานะร่ำรวย วัยเด็กของเวนทริสเขาเติบโตขึ้นมาในสวิสแลนด์ เพราะว่าพ่อพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อที่เขาจะได้พักผ่อนรักษาสุขภาพในสถานที่ที่มีอากาศดี  เวนทริสเริ่มเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนในเมืองสต๊าด (Gstaad) ซึ่งที่โรงเรียนสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน ทำให้เวนทริสสามารถใช้ได้หลายภาษาอย่างเชี่ยวชาญมาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านแม่ก็พูดกับเขาเป็นภาษาโปแลนด์  1931 ครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ในอังกฤษ  และเวนทริสได้เข้าเรียนที่โรงเรียนบิคเลย์ฮิลล์ (Bickley Hill School) ในเมืองสโตว์ (Stowe)  1935 พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน โดยที่เวนทริสได้อาศัยอยู่กับมารดา  เวนทริสได้รับทุนให้เข้าเรียนต่อที่สโตว์สคูล (Stowe School) ซึ่งเขาเลือกเรียนทางด้านภาษาลาตินและกรีกโบราณ 1938 พ่อของเขาเสียชีวิต  1939 เมื่อเยอรมันบุกโปแลนด์ ทำให้แม่ของเขาประสบปัญหาทางการเงิน เมื่อรายได้ของเธอที่มาจากอสังหาริมทรัพย์ในโปแลนด์หายไป และปีต่อมาเธอยังสูญเสียบิดาด้วย ทำให้เธอมีอาการเครียดและติดยากล่อมประสาทบาร์บิทูเรต (barbiturates)  แต่เวนทริสได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวของนวม กาโบ (Naum Gabo) ศิลปินชาวรัสเซีย ที่เป็นเพื่อนกับครอบครัวเขา ได้พาเวนทริสไปอยู่ในการอุปการะ  เวนทริสได้เข้าเรียนด้านสถาปัตยกรรมที่โรงเรียนของสมาคมสถาปนิก (Architectural Association School of Architecture)…

0
Read More

John Chadwick

จอห์น ชัดวิก (John Chadwick) ผู้ถอดรหัส Linear B ร่วมกับ ไมเคิ้ล เวนทริส (Michael Ventris)  ชัดวิก เกิดวันที่ 21 พฤษภาคม 1920 ในอีสต์ ชีน, ริชม่อน อัพออน เธมส์ , อังกฤษ (East Sheen, Richmond-upon-Thames, UK) ชัดวิก จบการศึกษาชั้นมัธยมจากเซนต์พอล (St. Pual’s School) และจบปริญญาจากคอร์ปัส คริสตี้ คอลเลจ, แคมบริดจ์ (Corpus Christi College, Cambridge) เขาเป็นทหารในกองทัพเรือของอังกฤษในช่วงสงคราม โลก ครั้งที่ 2  1942 ถูกย้ายมาอยู่ในหน่วยงสายลับของกองทัพเรือ ซึ่งมีฐานอยู่ที่ฐานทัพไนล์ (HMS Nile) ในเมืองอเล็กซานเดรีย, อียิปต์ โดยทำหน้าที่ถอดรหัสข้อมูลข้อมูลระดับล่างของกองทัพเรืออิตาลี 1944 ถูกย้ายมาอยู่ที่เบลตช์ลีย์ ปาร์ก (Bletchley Park) ซึ่งได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นเพื่อทำงานถอดรหัสการสื่อสารระหว่างกองทัพเรือญี่ปุ่นในเบลเยี่ยมและเบอร์ลิน 1945 หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 เขากลับไปเรียนหนังสือต่อที่คอร์ปัส คริสตี้ ทางด้านอักษรศาสตร์ 1947 แต่งงานกับโจแอน (Joan Hill) และมีลูกด้วยกันคนหนึ่งชื่อแคมเดน (Camden Chadwick)  1950 พิมพ์ผลงานเขียนเล่มแรก The Medical Works of Hippocrates…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!