History

Abba Kovner

แอ๊บบา โคฟเนอร์ (Abba Kovner, אבא קובנר) ผู้ก่อตั้ง Nakam กลุ่มก่อการร้ายชาวยิว ที่ตั้งใจจะล้างแค้นนาซีเยอรมัน โคฟเนอร์ เกิดวันที่ 14 มีนาคม 1918 ในแอ็ชเมียนี่ (Ashmyany) ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย ปัจจุบันอยู่ในเบลารุส  พ่อของเขาเป็นพ่อค้าหนังสัตว์ชื่อมิเคลเลวิช (Mikhelevich Kovner) ส่วนแม่ชื่อโรเชล หรือโรซ่า (Rochel Taubman) โคฟเนอร์เป็นลูกคนกลางในพี่น้องผุ้ชายทั้งหมดสามคน  1927 ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่กรุงวิลเนียส (Vilnius) เมืองหลวงของลิทัวเนียในปัจจุบันแต่ในเวลานั้นเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์  ซึ่งวิลเนียสห่างจากแอ๊ชเมียนี่ไปเพียง 50 กิโลเมตร โดยพ่อของเขามาเปิดร้านขายของ ที่วิลเนียสนี้โคฟเนอร์ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนของยิว และได้ศึกษาภาษาฮิบรูและวิชาด้านศิลปะศาสตร์ ระหว่างเรียนโคฟเนอร์ยังได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม Hashomer Hatzair (השומר הצעיר , “The Young Guard” ) ซึ่งเป็นกลุ่มยุวชนยิวที่นิยมลัทธิสังคมนิยม โคฟเนอร์นั้นเป็นญาติกับแมร์ วิลเนอร์ (Meir Vilner) ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ของอิสราเอล 1939 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสเตฟาน บาโทรี่ (University of Stefan Batory) ในคณะศิลปศาสตร์ 1941 มิถุนายน, เยอรมันบุกสหภาพโซเวียต ซึ่งไม่นานโคฟเนอร์ก็ถูกจับ และเขาถูกนำไปไว้ในวิลน่าเก็ตโต้ (Vilna Ghetto) ซึ่งเป็นเขตควบคุมชาวยิว ที่เยอรมันตั้งขึ้นมากรุงวิลเนียส ระหว่างถูกกักบริเวณอยู่ในวิลน่าเก็ตโต้ โคฟเนอร์ได้ร่วมกับ อิตซิก ไวเตนเบิร์ก (Itzik Witenberg) โจเซฟ แกล็ซแมน (Joseph Glazman)…

0
Read More

Yang Guifei

หยาง กุ้ยเฟย (楊貴妃, Yang Guifei) หรือ หยาง ยูฮวน (楊玉環,Yang Yuhuan) หยางกุ้ยเฟย เกิดในปี 719 ในจังหวัดยงจี, มณฑลชานสี (Yongji, Shaanxi)  ในรัชสมัยของจักรพรรดิเชียนจง แห่งราชวงศ์ถัง (Emperor Xuanzong of Tang)  ชื่อจริงของหยางกุ้ยเฟย คื หยาง ยูฮวน (Yang Yuhuan) ส่วนคำว่า กุยเฟย นั้นเป็นชื่อตำแหน่งสูงสุดที่เธอได้รับพระราชทานแต่งตั้งในภายหลัง  พ่อของหยางกุ้ยเฟย ชื่อหยาง เสียนเหยิน (楊玄琰, Yang Xuanyan) เป็นข้าราชการอยู่ในชูโจว (เชิงตู, มณฑลเสฉวน ในปัจจุบัน) โดยหยางกุ้ยเฟยเป็นลูกคนเล็กในพี่น้องสี่คนที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด  หยางเสียนเหยิน นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่ หยางกุ้ยเฟย ยังเล็ก หยางกุ้ยเฟย จึงได้รับการเลี้ยงดูขึ้นมาโดยลุงของเธอที่ชื่อ หยาง เสียนเจา (楊玄璬, Yang Xuanjiao) ซึ่งเป็นข้าราชการอยู่ในเมืองเหอหนาน (ลั่วหยาง ปัจจุบัน) 733 หยางกุ้ยเฟย ในวัย 14 ปี แต่งงานกับองค์ชาย หลี เหมา (李瑁, Li Mao) องค์ชายแห่งเจ้า (Prince of Shou) ขณะนั้นเจ้าชายมีพระชนษ์ 16 ชันษา ทรงเป็นพระโอรสของจักรพรรดิเชียนจง กับสนมอู๋ (Consort Wu) หลังการแต่งงานหยางกุ้ยเฟย…

0
Read More

The Yiwu Zhi (异物志)

The Yiwu Zhi (异物志) อี้วู่จือ (异物志) หรือ บันทึกสิ่งของจากต่างชาติ (The Record of Foreign Matters ) หรือ บันทึกของหายาก (Records of Rarities) เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดย หยาง ฟู (杨孚,Yang Fu) ซึ่งเป็นขุนนางในราชสำนักของฮั่นตะวันออก ( Eastern Han Dynasty, 23-220 AD) หนังสือนี้บันทึกถึงสิ่งต่างๆ หลายอย่างอาทิเรื่องของ พืช (ฝ้าย, สำลี, โพธิ์, มินต์เกาหลี) , ผัก, ผลไม้ (มะพร้าว, มะกอก, อาร์บุตัส, อ้อย) , สัตว์ (กอริลล่า, ช้าง, แรด, ลิง, นกยูง) , แมลง, และปลา รวมถึงเรื่องเรืองราวของคนพื้นเมือง, วัฒนธรรม  มันเทศ (Sweet Potato) ในประเทศจีนมาจากไหน ? มันเทศ (Ipomoea Batatas L.) หรือในภาษาจีนเรียก กันชู (甘薯, gānshǔ) ข้อมูลที่ยอมรับกันทั่วไปบอกว่าเข้ามาในประเทศจีนในช่วงปลายราชวงศ์หมิง (Ming dynasty, 1368-1644) แต่นักประวัติศาสตร์บางท่านเชื่อว่ามันเทศมีอยู่ในประเทศจีนอยู่แล้ว โดยอ้างจาก หนังสืออี้วู่จือ ที่ หยาง ฟู…

0
Read More

Sima Qian

ซือหม่า เชียน (司马迁) ผู้เขียน Records of the Grand Historian (史記,(Shiji)) ซือหม่า เชียน เกิดประมาณ 145 BC  ในเส้าฝังยี่ (Zuopingyi, Shaanxi) ในมณฑลชานฉีปัจจุบัน  ขณะนั้นเป็นรัชสมัยของจักรวรรดิวู่ (Emperor Wu) แห่งราชวงศ์ฮั่น (Han dynasty)  พ่อของเขาชื่อ ซือหม่า ถัน (司馬談, Sima Tan) เป็นโหราจารย์/นักประวัติศาสตร์ (太史, Taisai, ชื่อตำแหน่งคือ ไท่ชิ) ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับล่างในราชสำนัก หน้าที่หลักคือการคำนวณปฏิทิน ตามเสด็จและจดบันทึกหมายเหตุประจำวัน ซือหม่า ถัน นั้นมีความใฝ่ฝันที่จะเขียนบันทึกประวัติศาสตร์จีนอย่างสัมบูรณ์ให้สำเร็จ แต่ว่าเขานั้นเสียชีวิตไปก่อน โดยที่ได้เขียนโครงร่างคร่าวๆ เอาไว้  ซึ่งก่อนจะเสียชีวิตเขาก็ได้มอบปณิธานนี้ต่อให้กับซือหม่า เชียน ให้เป็นผู้สานต่อภารกิจ 126 BC   ซือหม่า เชียน ได้ออกเดินทางพเนจรไปตามเมืองต่างๆ ในประเทศ และประเทศใกล้เคียง  122 BC   แต่งงาน และมีลูกสาวหนึ่งคน  110 BC   ซือหม่า เชียน และพ่อของเขาติดสอยห้อยตาม กองทัพที่ส่งไปปราบปรามชนเผ่าเร่ร่อนในพื้นที่ดินแดนทางตะวันตกของฮั่น ซึ่งหลังจากกลับมาจากภาระกิจซือหม่า ถัน ก็ล้มป่วย ก่อนตายเขาจึงได้สั่งเสียให้ซือหม่า เชียน เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ตามความตั้งใจของเขาให้เสร็จ 107 BC   ซื่อหม่า เชียน ได้รับตำแหน่งเป็นไท่ชิ…

0
Read More

Unit 731

แผนกป้องกันโรคระบาดและหน่วยกรองน้ำ (The Epidemic Prevention and Water Purification Department, 関東軍防疫給水部本部) ของกองทัพกวันตง (Kwantung Army, 关东军) ซึ่งรู้จักกันในชื่อ แมนจูเรีย เลขที่ 731 (Manchurian Unit No.731) หรือเรียกโดยย่อว่า หน่วย 731 (Unit 731) ยูนิต 731  นี้ตั้งขึ้นในปี 1935 ในหมู่บ้านปิงฝาง (Pingfang) ชานเมืองฮาบิน (Harbin) ในแมนจูเรียกัว (Manchukuo) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้การครอบครองของญีปุ่น หน้าที่ของ ยูนิต 731 นี้ไม่ใช่การป้องกันโรคระบาดและกรองน้ำอย่างชื่อที่ใช้บังหน้า แต่อันที่จริงเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยอาวุธชีวภาพให้กับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาระกิจที่ได้รับสืบทอดมาจากค่ายจงหม่า  (Zhongma Fortress) เดิมซึ่งอยู่ในเมืองฮาบินเช่นกัน ค่ายจงหม่าถูกปิดและทำลายทิ้งไปเพราะว่านักโทษที่ใช้ในการทดลองสามารถปีนหนีออกมาจากที่คุมขังได้ และข้อมูลรั่วไหลสู่สาธารณะ ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการสร้างสถานที่ใหม่ที่มีความมั่นคงกว่าเดิม การทดลองที่ค่ายจงหม่านี้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลชิโระ อิชิอิ (Shiro Ishii, 石井 四郎) ซึ่งเป็นแพทย์ทหารและเป็นนักจุลชีวะ ซึ่งชิโระ อิชิอิ หลังจากทำลายค่ายจงหม่าแล่้ว เขาก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบยูนิต 731 อยู่เช่นเดิม สำดับเหตุกาณ์สำคัญ 1925 ญี่ปุ่นให้การรับรองสนธิสัญญาเจนีกว่า (Geneva Convention) ซึ่งห้ามการใช้อาววุธชีวภาพและอาวุธเคมีในสงคราม 1931 18 กันยายน, (Manchuria Incident) เหตุการณ์การวางระเบิดรางรถไฟในแมนจูเรียระหว่างสถานีเวนกวนตัน (Wen-kuan-tun station) กับสถานีมุกเดน (Mukden station) เป็นเหมือนสัญญาณเริ่มต้นการรุกรานจีนของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ …

0
Read More

Ye Xian (Chinese Cinderella)

Ye Xian (叶限) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งชื่อหวู่ (Wu) อาศัยอยู่ทางทะเลใต้ของประเทศจีน เขาแต่งงานมีภรรยาสองคน แต่ว่าภรรยาคนหนึ่งโชคร้ายเสียชีวิตไปไม่นานหลังจากให้กำเนินบุตรสาวคนหนึ่ง ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนี้เมื่อโตขึ้นมาเธอกลายเป็นสตรีที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก และยังมีความสามารถในการเย็บปักผ้าและทอผ้าเป็นอย่างมาก แม่ทัพหวู่รักลูกสาวคนนี้มากและตั้งชื่อของเธอว่ายี่เซียน (Ye Xian)  ในเวลาต่อมา ผู้ใหญ่หวู่ได้เสียชีวิตลง ทิ้งให้ยี่เซียนต้องอยู่กับแม่เลี้ยงซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของแม่ทัพหวู่ แต่ว่าแม่เลี้ยงคนนี้ไม่ชอบยี่เซียน เพราะว่าเธอสวยและฉลาดกว่าลูกสาวของนางเอง แม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอจึงปฏิบัติต่อยี่เซียนอย่างทารุณ ยี่เซียนถูกใช้ให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ต้องออกไปตัดฟืนและหาบน้ำลำพัง แต่ว่ายี่เซียนก็อดทนทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่น อยู่มาวันหนึ่ง, ในขณะที่ยี่เซียนออกไปหาบน้ำ เธอก็มองเห็นปลาน่ารักตัวหนึ่งในลำธาร ซึ่งมีดวงตากลมใหญ่สีทองและหางสีแดง ยี่เซียนชอบปลาตัวนี้มากเธอจึงได้นำปลาตัวนี้กลับมาเลี้ยงที่บ้าน โดยตอนแรกเธอนำปลาใส่ไว้ในชามใบ้ใหญ่ และเธอก็แบ่งอาหารซึ่งเธอได้รับจากแม่เลี้ยงในปริมาณเล็กน้อยอยู่แล้ว ไม่ค่อยจะเพียงพอสำหรับตัวเธอเอง ให้ปลาตัวนั้นกินด้วย จนกระทั้งปลาตัวนั้นเติบโตขึ้นและมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถจะอยู่ในชามใบนั้นได้อีก ยี่เซียนจึงได้ย้ายปลาตัวนั้นไปไว้ในบ่อน้ำใกล้บ้าน ซึ่งทุกวันเมื่อยี่เซียนจะไปเดินไปเยี่ยมที่บ่อน้ำเพื่อทักทายกับ ปลาตัวนั้นก็จะโผล่ขึ้นมาเพื่อจะทักทายกับเธอ และคอยอยู่เป็นเพื่อนเมื่อยี่เซียนมีความทุกข์ แต่ว่าแม่เลี้ยง นางเห็นว่าลูกเลี้ยงมีความสุข นางก็ไม่พอใจ และได้วางแผนที่จะฆ่าปลาตัวนั้น  แต่ว่าปกติแล้วแม่เลี้ยงจะไม่สามารถเห็นปลาตัวนั้นได้ เพราะมันจะดำน้ำหนีทุกครั้งที่แม่เลี้ยงเข้าไปใกล้กับบ่อน้ำ วันหนึ่งแม่เลี้ยงจึงได้วางแผนให้ยี่เซียนออกไปหาบน้ำในบ่อที่อยู่ไกลออกไปซึ่งห่างจากบ้านไปมากกว่าบ่อเดิม  หลังจากนั้นแม่เลี้ยงใส่เอาเสื้อพาของยี่เซียนมาสวมใส่เพื่อปลอมตัวเป็นเธอ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำ ก่อนจะเลียนเสียงเป็นลูกเลี้ยงด้วย แล้วก็หลอกให้ปลาตัวนั้นโผล่ขึ้นมา ซึ่งเมื่อปลาปรากฏตัวขึ้น แม่เลี้ยงก็ฆ่าปลาตัวนั้นอย่างโหดเหี้ยม แล้วก็นำเนื้อมาเป็นอาหาร ส่วนกระดูกก็นำไปฝัง ยี่เซียนกลับมาถึงบ้านก็พบว่าปลาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว เธอเสียใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้ เธอได้แต่นั่งอยู่ที่ริมบ่อน้ำ อาลัยอาวรณ์ปลาซึ่งเป็นเพื่อนคนเดียวของเธอ  ทันใดนั้นก็ปรากฏมีชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาจากท้องฟ้า ลงมา ยืนข้างๆ ยี่เซียน ชายคนนั้นบอกให้ยี่เซียนหยุดร้อง และบอกให้ยี่เซียนไปขุดเอากระดูกของปลาตัวนั้นมาเก็บเอาไว้ ซึ่งในยามวิกฤต ชายคนนั้นบอกให้ยี่เซียนนำกระดูกปลาออกมาและอธิษฐานของอะไรก็ได้ที่เธอต้องการ แต่เธอต้องขอโดยปราศจากความโลภมิเช่นนั้นเทวดาจะลงโทษเธอ ยี่เซียนได้ไปเก็บกระดูกปลาตัวนั้นตามคำแนะนำของเซียนเฒ่า และนำไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย  ในเวลาต่อมา, มีงานเทศกาลเฉลิมฉลองใหญ่ประจำปีของเมือง ซึ่งหญิงสาวและชายหนุ่มมักใช้โอกาสนี้ในการหาเนื้อคู่ โดยหญิงสาวจะพากันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชั้นดีสวยงามเพื่อไปในงาน ยี่เซียนเองก็ปรารถนาที่จะไปงานเทศกาลนี้เช่นกัน  แต่ว่าแม่เลี้ยงห้ามไม่ให้เธอไป เพราะกลัวว่าชายหนุ่มในงานจะหลงไหลยี่เซียน และไม่เลือกลูกของนางเป็นคู่ครอง  เมื่อถึงวันงานแม่เลี้ยงและลูกสาวได้ออกไปงานเทศกาล โดยให้ยี่เซียนเฝ้าบ้าน ยี่เซียนจึงได้นำกระดูกปลาออกมา และอธิษฐานของเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปงาน ซึ่งปรากฏว่าเสื้อผ้าของเธอเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าเนื้อดีหรูหรา…

0
Read More

Rhodophis (Egyptian Cinderella)

โรโดฟิส (Ῥοδῶπις) โรโดฟิสเป็นนิทานโบราณเรื่องหนึ่ง ที่มีพล๊อตคล้ายซินเดอเรลล่า ถูกบันทึกเอาไว้ครั้งแรกในหนังสือ Geographica โดยสตาโป (Strabo) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ซึ่งเขียนไว้ราวปี 7 BC-24 AD เนื้อเรื่อง โรโดฟิส เป็นหญิงสาวชาวกรีกซึ่งถูกโจรสลัดจับตัวไปและขายไปเป็นทาสอยู่ในอียิปต์  วันหนึ่งขณะที่โรโดฟิสกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธาร ก็ไ้ดปรากฏว่ามีนกอินทรีตัวหนึ่งได้โฉบลงมาเอารองเท้าแตะของนางแล้วบินหนึไป เมื่อนกอินทรีบินมายังเมืองเมมฟิส ในขณะที่ฟาโรห์กำลังออกมาสูดอากาศอยู่ในอุทยาน เจ้านกอินทรีก็ปล่อยรองเท้าแตะของหญิงสาวตกลงมาเบื้องหน้าของพระองค์ ในตอนแรกพระองค์ทรงแปลกพระทัยที่จู่ๆ รองเท้าก็ตกลงมาจากฟ้า แต่เมื่อทรงทอดพระเนตรรองเท้าคู่นั้น พระองค์ก็สังเกตุเห็นรอยบนรองเท้า ว่าผู้ที่สวมใส่รองเท้านี้จะต้องเป็นผู้ที่มีความงดงามแน่  พระองค์จึงได้เสด็จออกจากพระราชวังเพื่อไปตามหาผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรองเท้่า จนกระทั้งได้พบกับโรโดฟิส หญิงสาวเจ้าของรองเท้าข้างนั้น พระราชาจึงได้ทรงพาหญิงสาวกลับไปยังหวัง แต่จัดพิธิอภิเษกสมรส หญิงสาวจึงกลายเป็นราชินีแห่งอียิปต์

0
Read More

Thomas Sankara

โทมัส ซานการ่า (Thomas Isidore Noël Sankara) ฉายาเช กูวาร่า แห่งอัฟริกา (African’s Che Guevara) ซานการ่า เกิดวันที่ 21 ธันวาคม 1949 ในยาโก, อัพเปอร์ โวลต้า (Yako, French Upper Volta) หรือแอฟริกาตะวันตก (French West Africa) ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส  ซานการ่าเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดสิบคน พ่อของเขาชื่อโจเซฟ (Joseph Ыфтпфкф) เขาเป็นลูกผสมระหว่างคนเชื้อสายมอสซี (Mossi) กับเชื้อสายฟุลานี (Fulani) โจเซฟนั้นมีอาชีพเป็นทหาร ซึ่งถูกว่าจ้างให้ทำงานให้กับฝรั่งเศส ส่วนแม่ของซานการ่าชื่อว่ามาร์กูไรต์ (Marguerite Kinda) เป็นชาวมอสซี ตอนที่ซานการ่ายังเด็กครอบครัวของพวกเขาย้ายมาอยู่ในเกโออะ (Gaoua) ทางตอนใต้ของประเทศ  ซานการ่า เริ่มเรียนหนังสือในเมืองโบโบ-ไดโอลาสโซ (Bobo-Dioulasso) ซึ่งเขามีประวัติการเรียนหนังสือที่ดี และเก่งในวิชาภาษาฝรั่งเศสและคณิตศาสตร์ ต่อมาเขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมออซซิน คูลิบาลี (Ouezzin Coulibaly lycee) 1966 3 มกราคม, เกิดการรัฐประหารภายในอัพเปอร์โวลต้า โดยพันโทซานเกาเล่ ลามิซาน่า (Lieutenant Colonel Sangoule Lamizana) ได้โค่นประธานาธิบดีมัวไรซ์ ยาเมโอโก้ (Maurice Yameogo) ลง ซานการ่าในวัย 17 ปี สมัครเข้าเรียนที่สถาบันทหารในคาดิโอโก้ (Military Academy of Kadiogo) ในเอากาเดาเกา…

0
Read More

Vladimir Lenin

วลาดิมีร์ เลนิน (Владимир Ильич Ленин) เลนิน เกิดวันที่ 22 เมษายน 1870 (10 เมษายน O.S.) ในซิมเบิร์ก, รัสเซีย (Simbirsk, Russia)  พ่อของเขาชื่ออิลย่า อุลยานอฟ (Ilya Nikolayevich Ulyanov, 1863-1886) ซึ่งเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคาซาน (Kazan Imperial University)  แม่ของเลนินชื่อมาเรีย แบล็ง (Maria Alexandrovna Blank, 1835-1916) บรรพบุรุษของเธอเป็นยิวที่ย้ายมาจากเยอรมันในสมัยของแคทเธอรีน มหาราช (Catherine the great) และเปลี่ยนมานับถือออโธด็อกซ์  พ่อของมาเรียนั้นเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อิลย่ากับมาเรียแต่งงานกันในปี 1863 ไม่นานหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาแต่งงานกัน อิลย่าก็ได้งานใหม่ในนิชนี่ นอฟโกรอด (Nizhny Novgorod) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโรงเรียนประถมหลายแห่งในซิมเบิร์ก ซึ่งอิลย่าอุทิศตนให้กับการทำงานมาก จนต่อมาก็ได้เป็นผู้ดูแลโรงเรียนกว่าสี่ร้อยแห่งในเขต เลนิน นั้นเป็นลูกคนที่สามในพี่น้องทั้งหมดแปดคน แอนนา (1864 – 1935) อเล็กซานเดอร์ (1866 – 1887) โอลก้า (1868 – 1869) เลนิน (1870 – 1924) โอลก้า (1871 – 1891) นิโคไล (1873 – 1873) ดมิทรี (1874 – 1943)…

0
Read More

Oda Nobunaga

โอดะ โนบุนากะ (織田 信長) โนบุนากะ เกิดวันที่ 23 มกราคม 1534 ในนาโกย่า, โอวาริ, ญี่ปุ่น  เขาเป็นลูกชายคนที่สองของโอดะ โนบุฮิเดะ (Oda Nobuhide) ซึ่งเป็นไดเมียว (daimyo) ระดับล่างในจังหวัดโอวาริ แต่ว่ามีฐานะร่ำรวยเพราะว่าครอบครองที่ดินจำนวนมากในโอวาริและมีกำลังทหารที่เข้มแข็ง ชีวิตของโนบุฮิเดะ ส่วนใหญ่ใช้ไปกับการรบกับมิกาว่า (Mikawa province) ของตระกูล มัตสุไดระ (Matsudiara) นำโดยมัตสุไดระ ฮิโรตาดะ (Matsudiara Hirotada) , ตระกูลอิมากาวะ (Imagawa clan) ของอิมิกาวะ โยชิโมโตะ (Imagawa Yosimoto)  ไดเมียวแห่งสุรุกะ (Suruga province), และมิโนะ (Mino province)  ส่วนแม่ของโนบุนากะชื่อว่าโดตะ โกเซน (Dota Gozen)   โนบุนากะเป็นลูกคนที่สอง เขามีพี่น้องอีก 13 คน โดยเป็นชาย 11 และหญิง 2 คน วัยเด็กของ โนบุนากะ เขามีชื่อจริงว่า  คิปโปชิ (吉法師, Kipposhi)  และเพราะนิสัยที่แปลกไม่เหมือนคนอื่น จึงถูกตั้งฉายาว่า ไอโง่แห่งโอวาริ (尾張の大うつけ, The Great Fool of Owari) 1539 ตอน 5 ขวบ โนบุนากะ ถูกส่งมาอยู่ที่ปราสาทนาโกย่า…

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services. such Google, AWS, Yandex.

🦣 all content is original in Thai , translated to others languages  by AWS.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!