ณ. ราชอาณาจักรแห่งหนึ่ง ณ. ดินแดนแห่งหนึ่ง มีซาร์อยู่พระองค์หนึ่ง ทรงมีโอรสอยู่สามพระองค์ โอรสพระองค์โตถูกเรียกพระนาม โอรสพระองค์กลางถูกเรียกพระนาม และโอรสองค์เล็กถูกเรียกขานพระนาม พระเจ้าซาร์ผู้นี้ ทรงมีพระชนษ์สูงวัยแล้ว และสายพระเนตรของพระองค์ก็ไม่ค่อยดี ทว่าตั้งแต่อดีตพระองค์ทรงเคยได้ยินตำนานที่เล่าผ่านกันมาว่า ซึ่งปลูกแอปเปิ้ลที่สามารถทำให้ผู้ทานมันเข้าไปกลับคืนสู่วัยหนุ่มได้ นอกจากนั้นสวนแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำแห่งชีวิต หากว่าผู้ใดใช้น้ำแห่งชีวิตนี้ล้างตา สายตาที่ฝ้าฟางก็จะกลับมาเป็นปกติ ซาร์ได้เรียกโอรสทั้งหมดของพระองค์เข้าพบ “เอาหล่ะ ใครในพวกเจ้าที่เป็นผู้กล้า , ใครที่จะถูกเลือก , ใครที่อาสา , ใครที่กล้าหาญจะควบม้าไปไกล สามถึงเก้าดินแดน , สู่อาณาจักรอีกสามหรือสิบแห่ง , ใครที่จะนำเอาแอปเปิ้ลแห่งวัยเยาว์และเหยียกซึ่งใส่น้ำแห่งชีวิตจนเต็มกลับมาให้ข้า … ข้าจะแบ่งอาณาจักรของข้านี้ครึ่งหนึ่งให้กับชายที่ทำสิ่งนั้นได้” ชายหนุ่มที่แก่ที่สุด กลับหลบไปด้านหลังชายที่อ่อนกว่า , และชายที่อ่อนเยาว์กว่าหลบไปอยู่ด้านหลังชายที่เด็กที่สุด , ชายที่เด็กที่สุด ก็หุบปากเงียบกริบ เจ้าชายฟีดอร์ (Prince Fedor) ก้าวออกมาข้างหน้า และกล่าวว่า “ข้าไม่ปรารถนาที่จะมอบดินแดนของเราให้กับคนอื่น ข้าจะอาสาไปนำแอปเปิ้ลและน้ำแห่งชีวิตนั้นกลับมาให้ท่านเอง” เจ้าชายฟิดอร์เดินไปที่คอกม้า และเลือกเอาม้าตัวหนึ่ง เอาอานใส่ที่หลังมันโดยเลือกเอาบังเหียนเส้นใหม่ และรองเท้าที่มีเชือกถึงสิบสองเส้น ไม่ใช่เพื่อความสวยงามแต่ว่าเพื่อความแข็งแรง จากนั้นก็ทรงออกเดินทาง เจ้าชายเดินทางมาไกล ! ใกล้ ! เจ้าชายกำลังเดินทางขึ้น ! หรือว่าลง ! เขาเดินทางตลอกรุ่งสร้างจนอาทิต์อัสดง จนกระทั้งเจ้าชายมาถึงทางแยกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีถนนสามเส้น ณ.แยกแห่งนี้มีป้ายเขียนสลักเอาไว้ว่า “ผู้ใดก็ตามที่เลือกไปทางด้านขวา มันผู้นั้นจะปลอดภัยแต่ต้องเสียม้าไป , ผู้ใดก็ตามที่เลือกไปทางด้านซ้าย ม้าของเขาจะปลอกภัย แต่มันผู้นั้นจะเสียชีวิต , และ ผู้ใดก็ตามที่เดินทางตรงไป เขาจะพบกับเนื้อคู่” เจ้าชายฟิดอร์ ทรงคิดในพระทัย “เราจะเลือกทางที่พาเราไปพบภรรยาของเรา” จากนั้นก็ทรงควบม้ามุ่งตรงไปข้างหน้า จนกระทั้งทรงมาถึงยังปราสาทสูงใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งหลังคาประดับด้วยทองคำ…