มาเรีย-มาเดลีน ฟอร์ซาด (Marie-Madeleine Fourcade)

รหัสของเธอคือ “Herisson (Hedgehog)” เธอเป็นผู้นำเครือข่ายสายลับ “Alliance” ของฝรั่งเศสซึ่งต่อต้านนาซีเยอรมันในสงครามโลก ครั้งที่ 2 

มาเดลีน  เกิดวันที่ 11 สิงหาคม 1909 ชื่อเดิมคือมาเรีย-มาเดลีน บริเดา (Marie-Madeleine Bridou) เธอเกิดในเมืองมาร์แซลล์ (Marseille)  พ่อชื่อว่าลูเซียน (Lucien Bridou) และแม่ชื่อมาธิลเด่ (Mathilde Bridou)

มาเดลีนเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนคอนแวนต์ในเมืองชางไห่ (Shanghai) ซึ่งพ่อของเธอเป็นทหารที่ถูกส่งไปดูแลบริษัท Messageries Maritimes ซึ่งเป็นกิจการเดินเรือของฝรั่งเศสกับอาณานิคม

1926 ตอนอายุ 17 เธอแต่งงานกับพันโทเอโดอาร์ด เมริค (Edouard Jean Méric) และมีลูกด้วยกันสองคน ซึ่งลูกชายเกิดในปี 1929 และลูกสาวในปี 1932 แต่ว่าชีวิตคู่ของทั้งสองคนห่างเหินกันไปหลังจากเมริคต้องไปทำงานที่โมร็อคโค และมาเดลีนไม่ได้พบหน้าลูกๆ ของเธอนานหลายปี 

1936 มาเดลีน ได้พบกับ ร้อยเอกจอร์จ ลาสทัวนัว-ลาคัว (Maj. Georges Loustaunau-Lacau) ซึ่งเป็นอดีตหน่วยข่าวกองของกองทัพฝรั่งเศส เขาใช้ชื่อรหัสว่า นาวารร์ “Navarre”  เธอได้ร่วมกับนาวารร์  ในการทำหนังสือแม็กกาซีนใต้ดิน L’ordre national ออกมา เพื่อต่อต้านนาซี แม็กกาซีนนี้เปิดเผยข้อมูลลับที่ได้จากการจารกรรม ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าข้อมูลจะมีประโยชน์หากเกิดสงครามขึ้นมา นาวารร์ได้สร้างเครือข่ายสายลับขึ้นในฝรั่งเศสส่วนที่ยังไม่ถูกนาซียึดครอง ซึ่งเครือข่ายนี้ถูกตั้งชื่อว่า “Alliance” ซึ่งภายหลังถูกเรียกอีกอย่างว่า “Noah’s Ark”

1940 14 มิถุนายน, กองทัพนาซีบุกฝรั่งเศส ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่อาทิตย์เดียวฝรั่งเศสก็ประกาศยอมแพ้  และรัฐบาลฝรั่งเศสได้ย้ายออกจากปารีสมาตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นที่เมืองวิชี (Vichy) โดยจอมพลฟิลิปเป้ (Marshal Philipe Petain) เป็นผู้นำวิชีฟรานซ์ (Vichy France)  ซึ่งวิชีฟรานซ์นี้ให้ความร่วมมือกับนาซีเยอรมัน แต่ก็พยายามจะรักษาอธิปไตยเอาไว้ โดยรัฐบาลวิชีฟรานซ์ยังคงอำนาบริหารกองทัพ และรัฐอาณานิคม จอมพลฟิลิปเป้ ยังได้เปลี่ยนคำขวัญของฝรั่งเศส จาก Liberté, Égalité, Fraternité (เสรีภาพ, ความเท่าเทียม, ภารดรภาพ) เป็น travail, famille, patrie ( หน้าที่, ครอบครัว, ประเทศชาติ)

1941  นาวารร์ถูกจับในข้อหาต่อต้านรัฐบาลวิชีฟรานซ์   ก่อนถูกจับนาวารร์ จึงได้ตั้งให้มาเดลีน เป็นผู้นำคนใหม่ของ Alliance

ระหว่างนี้คาดว่ามาเดลีนน่ามีความสัมพันธ์กับนักบินฝรั่งเศส ชื่อ ลีออน ฟาย์ (Leon Faye) ซึ่งเป็นหนึ่งในสายลับ Aliiance ด้วย และทำงานเป็นผู้ช่วยของมาเดลีน ซึ่งมาเดลีนให้กำเนิดลูกชายในช่วงสงคราม

1942 ช่วงปลายปี นาซีเยอรมันยกกองทัพเข้ามาในเขตวินชีฟรานซ์  เครือข่าย Alliance หลายคนถูกจับตัวได้ รวมถึงมาเดลีนเอง แต่ว่าเธอหลบหนีออกมาได้ในเดือนพฤศจิกายน และหนีหลบหนีไปลอนดอน ซึ่งในลอนดอนมาเดลีนทำงานใกล้ชิดกับ MI6 หน่วยงานสายลับของอังกฤษมากกว่าของฝรั่งเศส เพราะว่าในฝรั่งเศสเกิดความขัดแย้งกันเองระหว่างสองผู้นำคือชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) กับอองรี จีราด( Henri Giraud)

1944 ลักลอบกลับเข้ามาเคลื่อนไหวอยู่ในฝรั่งเศส

หนึ่งในความสำเร็จของ Alliance คือการเปิดเผยโครงการจรวด V2 โดยสายลับเจนนี่ รูซโซ (Jeannie Rousseau)

หลังสงคราม มาเดลีน ได้ทำงานกับสมาคม Association Amicale Alliance ซึ่งได้ตีพิมพ์หนังสือ Mémorial de l’Alliance ออกมา เพื่อระลึกถึงสายลับจำนวน 432 คนของ Alliance ที่เสียสละชีวิตไปในสงคราม แต่แม้ว่าเธอจะมีวีรกรรมยิ่งใหญ่ในสงครามโลก แต่ตอนที่ประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) ได้สดุดีวีรกรรมของสายลับผู้ต่อต้านนาซี  โดยการหมอบเหรียญ Order of the Liberation ให้เป็นเกียรติ  ซึ่งประกอบด้วยสายลับ 1,038 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้หญิงเพียง 6 คน แต่ว่ามาเดลีนกลับไม่ได้อยู่ในรายชื่อคนเหล่านี้ด้วย 

1946 หย่ากับพันโทเมริค อย่างเป็นทางการ

1947 แต่งงานกับฮิวเบิร์ต ฟอร์ซาด (Hubert Fourcade) ซึ่งเป็นนักธุรกิจ ซึ่งทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนชื่อ เฟเนโลเป่ (Pénélope)

1968 เขียน  L’Arche de Noé (Noah’s Ark)

1974 Noah’s Ark ฉบับภาษาอังกฤษพิมพ์ออกมา

1989 20 กรกฏาคม, เสียชีวิตในวัย 79 ปี ในปารีส