medicine

V. N. Shamov

วลาดิมีร์ ชามอฟ (Владимар Николаевич Шамов) ผู้บุกเบิกการให้เลือดให้สหภาพโซเวียต, ผู้ทดลองการถ่ายเลือดจากศพ ชามอฟ เกิดวันที่ 22 พฤษภาคม 1882 ในเมนเซลินส์ก (Menzelinsk, Tatarstan, Russia Empire) ในครอบครัวของครู  1908 จบการศึกษษจากสถาบันการแพทย์ทหาร (Military Medical Academy)  ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 1911 จบปริญญาเอก โดยที่เขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “the importance of physical methods for surgery of malignant tumors”  1913 เดินทางไปดูงานในอังกฤษและสหรัฐฯ  1914 เข้าทำงานที่คลีนิกของ เซอร์เกย์ เฟโดรอฟ (Sergei Fedorov) 1919 20 พฤศจิกายน, ชามอฟ ได้ทดลองการถ่ายเลือดระหว่างคนกรุ๊ปเลือดเดียวกันเป็นครั้งแรกในโซเวียต โดยใช้ห้องผ่าตัดของสถาบันการแพทย์ทหาร 1923 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าแผนกผ่าตัดย่อยของสถาบันแพทย์คาร์กอฟ (Kharkov Medical Institute) เป็นหัวหน้าคลีนิกผ่าตัดของสถาบันทดลองทางการแพทย์ยูเครน (Ukrainian Institute of Experimental Medicine)   และเป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคเลือดและการถ่ายเลือดยูเครน (Ukrainian Institute of Hematology and Blood Transfusion)  1928 ทำการทดลองถ่ายเลือดจากศพได้เป็นผลสำเร็จ  1930 ก่อตั้งสถานบันการถ่ายเลือดและการผ่าตัดฉุกเฉิน (World Institute of blood transfusion…

0
Read More

Santiago Ramón y Cajal

ซานติเอโก้ คาจาล (Santiago Ramon y Cajal) โนเบล การแพทย์ 1906 คาจาล เกิดวันที่ 1 พฤษภาคม 1852 ในเนวารร์, สเปน (Petilla de Aragon, Navarre, Spain) พ่อของเขาจัสโต (Justo Ramon Casasus) เป็นครูที่สอนวิชากายวิภาค อยู่ที่มหาวิทยาลัยซาราโกซ่า (University of Zaragoza) ส่วนแม่ชื่อแอนโตเนีย (Antonia Cajal)  วัยเด็กของเขาคาจาลต้องย้ายบ้านบ่อยครั้ง เพราะพ่อเป็นแพทย์ที่ต้องออกไปทำการผ่าตัด ทำให้ย้ายจากเปติลล่า เดอ อราก้อน ไปยังลาร์เรส (Larres) ไปลูน่า (Luna) และต่อมาที่อเยอร์เบ (Ayerbe)  นิสัยส่วนตัวของคาจาลเป็นคนเกเร, และต่อต้านกฏระเบียบ อย่างในปี 1863 เขาทำปืนขึ้นมาและใช้ยิงทำลายสวนของเพื่อนบ้าน คาจาลโตขึ้นมาโดยที่ถูกฝึกให้เป็นช่างตัดผมและช่างทำรองเท้า แม้ว่าตัวของเขาเองต้องการที่จะเป็นศิลปิน  1868 พ่อของเขาซึ่งหวังว่าคาจาลจะได้เป็นหมอ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาด้วยการพาไปที่สวนหลังบ้าน เพื่อช่วยกันขุดหาโครงกระดูกมนุษย์เพื่อนำการสเก็ตภาพเพื่อศึกษากายวิภาค ซึ่งความตั้งใจของพ่อของเขาประสบผลสำเร็จ เมื่อคาจาลเกิดความปรารถนาที่จะเรียนเพื่อเป็นหมอ 1870 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยซาราโกซ่า  1873 จบแพทย์ ตอนอายุ 21 ปี หลังจากนั้นได้เข้าทำงานเป็นแพทย์ในกองทัพสเปนรีพับพลิก (Spanish Republic) โดยได้ยศเป็นร้อยเอก 1874 ถูกส่งมายังคิวบา ซึ่งขณะนั้นคิวบายังถือเป็นดินแดนของสเปน แต่ว่ากำลังเกิดสงคราม 10 ปี (Ten Years War, 1868-1878) เพื่อเรียกร้องอิสรภาพ คาจาลถูกส่งมาเป็นแพทย์เพื่อรักษาทหารสเปนที่ป่วยด้วยโรคมาลาเรียและวัณโรคที่กำลังระบาด…

0
Read More

The London Patient

อดัม คาสติลเลโจ (Adam Castillejo) ผู้ป่วยเอดส์ รายที่ 2 ของโลก ที่ได้รับการรักษาจนหาย 2009 ทิมโมธี บราวน์ (Timothy Brown) ซึ่งทางการแพทย์เรียกเขาว่า ผู้ป่วยแห่งเบอร์ลิน (The Berlin Patient) ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มานานกว่าสิบปี เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาวด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก (bone marrow transplant)  ซึ่งหมอเจโร ฮัตเตอร์ (Gero Hutter) แห่งโรงพยาบาลชาไรต์ (Charite Hospital) ในเบอร์ลินเป็นผู้ทำการรักษา แต่ว่าการปลูกถ่ายไขกระดูกนี้มีการเลือกใช้สเตมเซลล์ (stem cell) ชนิดที่มียีนต์ของโปรตีนชนิด CCR5 Delta 32 จากผู้บริจาค ซึ่งเป็นที่ทราบกันก่อนหน้านั้นอยู่แล้วว่าผู้มียีนต์โปรตีนชนิดนี้จะไม่ติดเชื้อ HIV 2011 หลังการติดตามผลเป็นเวลาหลายปี บราวน์ ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ป่วยรายแรก ของโลกที่ได้รับการรักษาจนหายจนปลอดจากเชื้อ HIV 2019 อดัม เป็นผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี มาตั้งแต่ปี 2003 เขาเข้ารับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ ชนิดเดียวกับบราวน์ โดศาสตราจารย์ราวินดรา กุบตา (Ravindra Kumar Gupta) ที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ (University of Cambridge)  2020 อดัมได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ป่วยที่รักษาหายจากเอชไอวี เป็นรายที่ 2 ของโลก อย่างไรก็ตามการปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นวิธีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเป็นหลัก และมีความเสี่ยงสูง วิธีนี้จึงอาจจะไม่สามารถนำไปรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหลายล้านคนทั่วโลกได้

0
Read More

The Berlin Patient

ผู้ป่วยแห่งเบอร์ลิน (The Berlin Patient)  ผู้ติดเชื้อ HIV รายแรกของโลก ที่รักษาจนหาย ปี 2008 ในการประชุม Conference on Retroviruses and Opportunistic Infections ได้มีการนำเสนอเคสของผู้ป่วยเอดส์รายหนึ่ง ซึ่งมีการเรียกเขาด้วยชื่ออ้างอิงว่า ผู้ป่วยแห่งเบอร์ลิน (Berlin Patient)  โดยผู้ป่วยแห่งเบอร์ลิน ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้ป่วยเอดส์รายแรกของโลก ที่ได้รับการรักษาจนถือว่าหายจากโรคเอดส์ (AIDS) และการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)  ปี 2009 หมอเจโร ฮัตเตอร์ (Gero Hütter) ได้ตีพิมพ์รายงานลงในแม็กกาซีน New England Journal of Medicine ว่าเขาและเอ็คฮาร์ด เธียล (Eckhard Thiel) ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชาไรต์ (Charite Hospital) ในเบอร์ลิน ได้ทำการรักษาผู้ป่วยแห่งเบอร์ลินจนหายจากโรคเอดส์ ปี 2010 ทิมโมธี เรย์ บราวน์ (Timothy Ray Brown) ชาวอเมริกัน ซึ่งเกิดในปี 1966 ได้ออกมาเปิดเผยตัวเองว่า เขาคือผู้ป่วยแห่งเบอร์ลินคนนั้น  บราวน์เปิดเผยว่าเขาเป็นชาวอเมริกัน และตรวจพบว่าเข้าติดเชื้อ HIV ในปี 1995 ระหว่างที่เขาอาศัยอยู่ในเยอรมัน และเขาก็ได้เริ่มรับยา ARVs (antiretroviral drugs) เพื่อควบคุมโรคมาตลอดนานนับสิบปี จนกระทั้งในปี 2007 เขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวไมอิลอยด์  (acute myeloid leukemia)  …

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!