Happiness held is the seed.

Happiness shared is the flower.

ความสุขที่เก็บเอาไว้คือเมล็ด

ความสุขที่แบ่งปันคือดอกไม้ 

John Harrigan

Tag: russia folk tale

  • A little straw bull

    Соломенный бычок (A little straw bull) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายแก่และหญิงชรา ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ในเวลาเช้าชายแก่จะออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาน้ำมันทาร์ ทิ้งให้หญิชราอยู่บ้านทอผ้า แต่ว่าทั้งคู่มีรายได้แค่พอจ่ายเป็นค่าอาหารประทังชีวิตเท่านั้น ไม่เหลือเก็บเป็นสมบัติติดตัวเลย หญิงชรารู้สึกกังวลใจในชีิวิตมากขึ้นทุกวัน จนกระทั้งเธอปรึกษากับสามีว่า “เจ้าช่วยทำวัวให้ข้าสักตัวหนึ่งจากฟางแห้งได้หรือป่าว, จากนั้นเอาทาร์ ทามันให้ทั่วด้วย” “เจ้าต้องการจะทำอะไรของเจ้า , เพี้ยนไปหรือป่าว , เจ้าจะเอาวัวฟางไปทำอะไร” “ฉันรู้น่าว่าฉันจะทำอะไร, เจ้าแค่ต้องทำตามที่ฉันขอเท่านั้นเอง” ไม่นานนักชายแก่ก็ทำวัวตัวเล็กตัวหนึ่งขึ้นมาจากฟางและเอาน้ำมันทาร์ มาป้ายทั้งด้านนอกและด้านในของวัวฟางตัวนั้น  วันรุ่งขึ้นหญิงชราก็เอาวัวฟางขึ้นไปบนเขา และเธอก็นั่งปั่นด้าย ไปจนกระทั้งหมดม้วน ทันใดนั้นก็มีหมีมุ่งตรงมาที่วัวฟาง “เจ้าเป็นใคร” หมีถาม “ฉันเป็นวัวฟาง ที่ทาน้ำมันทาร์ไว้ที่หลัง"  "ขอน้ำมันทาร์ฉันบ้างได้หรือไม่ , เจ้าวัวฟาง , ฉันปวดหลังมากเลยและน้ำมันของเจ้าจะช่วยให้ฉันหายปวดได้” เจ้าหมีอ้อนวอน แต่ว่าเจ้าวัวกลับยืนนิ่งและไม่ได้ตอบอะไร จนเจ้าหมีโมโห มันเอาเล็บตะปบที่เจ้าวัวฟาง แต่ปรากฏว่ามันไม่สามารถแกะกงเล็บของมันออกมาได้จากเจ้าวัวฟาง มันจึงลากเจ้าวัวฟางหายไปในป่า หญิงชราเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปหาสามี ให้มาจับเจัาหมีไปขังในกรง วันต่อมา หญิงชราขึ้นไปปั่นด้ายบนเนินเขาอีก เธอเอาเจ้าวัวฟางไปด้วย เธอนั่งร้องเพลงและปั่นด้ายไปจนกระทั้งด้ายหมด  ทันใดนั้นปรากฏว่ามีหมาป่า วิ่งมาที่เจ้าวัวฟาง “เจ้าเป็นใคร”…

  • Kolobok

    Watch more cool animation and creative cartoons at Aniboom Колобка (Kolobok)กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตาและยายอยู่คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งวันหนึ่งยายเดินเข้าไปในครัว เพื่อหาเศษแป้งมาทำขนมปัง  เพื่อให้ตาทานยายทำขนมปังออกมาได้หอมกรุ่นมาก มันมีรูปร่างกลม ริมขอบกรอบน่ารับประทานมากยายเอาเจ้าขนมปังไปวางที่ริมหน้าต่าง เปิดให้อากาศภายนอกทำให้ขนมปังร้อนๆ เย็นลง ทันใดนั้นเจ้าขนมปังโกโลบ๊อก กลับมีชีวิตและกระโดดหนีไปโกโลบ็อก ได้มาพบกับเจ้ากระต่ายตัวหนึ่งเจ้ากระต่ายพูดว่า “เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกว่า "อย่ากินฉันเลย ฉันจะร้องเพลงให้เจ้าฟัง"แล้วโกโลบ๊อก ก็เริ่มร้องเพลง "ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ เพราะอบในเตาร้อนๆ และวางไว้จนเย็นบนหน้าต่าง ฉันหนีตายายมา และฉันจะหนีเจ้าด้วย” จากนั้นโกโลบ๊อกก็กลิ้งหนีกระต่ายไปโกโลบ๊อก กล้ิงมาพบหมาป่าตัวหนึ่ง เจ้าหมาป่าพูดว่า “เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกเจ้าหมาป่าว่าอย่ากินมันเลย แล้วมันจะร้องเพลงให้ฟัง "ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ เพราะอบในเตาร้อนๆ และวางไว้จนเย็นบนหน้าต่าง ฉันหนีตายายมา ฉันหนีเจ้ากระต่ายมา และฉันจะหนีเจ้าด้วย” จากนั้นโกโลบ๊อกก็กลิ้งหนีหมาป่าไปโกโลบ๊อก กล้ิงมาพบหมีตัวหนี่ง เจ้าหมีพูดว่า  "เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกเจ้าหมีว่าอย่ากินมันเลย แล้วมันจะร้องเพลงให้ฟัง “ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ…

  • Crimson Flower

    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนไกลแสนไกล มีพ่อค้าคนหนึ่งกำลังเตรียมตัวที่จะออกเดินทาง พ่อค้าคนนี้มีลูกสาวอยู่สามคน พ่อค้าถามลูกสาวทั้งสามว่าต้องการของขวัญอะไรไหม เขาจะได้ซื้อหามาฝากตอนที่เดินทางกลับมา ลูกสาวคนแรก เธอบอกว่าต้องการมงกุฏทองคำ ส่วนลูกสาวคนที่สองบอกว่าต้องการกระจกคริสตัล ส่วนลูกสาวคนสุดท้อง เธอขอแค่ดอกไม้สีม่วง หลังจากนั้นพ่อค้าก็ออกเดินทางไป ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก พ่อค้าก็หามงกุฏทองคำและกระจกคริสตัลได้ แต่ว่าของขวัญชิ้นสุดท้าย “ดอกไม้สีม่วง” นี่สิ หาเท่าไหร่เขาก็ไม่สามารถหามันเจอได้ ในที่สุดเขาลองเข้าไปหาดอกไม้นี้ในป่าแห่งเวทมนต์ ภายในป่าแห่งนี้มีปราสาทอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งมีสวนที่ปลูกดอกไม้สวยงามได้มากมาย จนกระทั้งพ่อค้าไปพบดอกไม้ดอกหนึ่ง ที่เขามันใจว่ามันคงเป็นดอกไม้สีม่วงที่ลูกชอบแน่ ทว่า ตอนที่เขาพยายามจะเข้าไปเด้ดดอกไม้นั้น ปรากฏว่าเจ้าสัตว์ประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่งไม้ได้กระโดดออกมา เจ้าสัตว์ประหลาดบอกกับพ่อค้าว่า ถ้าเจ้าต้องการดอกไม้ดอกนั้น เจ้าจะต้องเอาลูกสาวของเจ้าคนใดคนหนึ่งมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนแล้วเธอจะต้องอยู่กับเจ้าสัตว์ประหลาดตลอดไป เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อค้าได้บอกเรื่องนี้กับลูกสาวคนสุดท้องที่ต้องการดอกไม้นั้น และเธอก็ตกลง เธอเดินทางเข้าไปในป่าแห่งเวทมนต์คนเดียวแต่ว่าไม่สามารถที่จะหาเจอปราสาทของเจ้าสัตว์ประหลาด แต่อย่างไรเธอก็นั้งรออยู่ในป่าแห่งนั้นด้วยความสุข เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวใดๆ เลย เจ้าสัตว์ประหลาดไม่กล้าปรากฏตัวให้เธอเห็น แต่ว่ามันแอบเขาของกำนัล อาหารและน้ำมาให้เธอทุกๆ วัน อยู่มาวันหนึ่ง สาวน้อยร้องขอให้เจ้าสัตว์ประหลาดปรากฏร่างให้เธอเห็น เจ้าสัตว์ประหลาดก็ทำตาม ซึ่งตอนแรกเธอรู้สึกกลัวมาก แต่สุดท้ายก็นั่งลงข้างๆ เจ้าสัตว์ประหลาด พูดคุยกัน ในคืนหนึ่ง สาวน้อยฝันร้ายว่าพ่อของเธอป่วยหนักจนใกล้เสียชีวิต เธอขอร้องเจ้าสัตว์รประหลาดให้ปล่อยตัวเธอกลับไปเยี่ยมพ่อ เจ้าสัตว์ประหลาดยอมปล่อยเธอให้กลับบ้าน แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง คือ เธอจะต้องกลับมาภายในสามวัน เมื่อหญิงสาวได้ไปเยี่ยมพ่อของเธอแล้ว…

  • Apple of Youth and Water of Life

    ณ. ราชอาณาจักรแห่งหนึ่ง ณ. ดินแดนแห่งหนึ่ง มีซาร์อยู่พระองค์หนึ่ง ทรงมีโอรสอยู่สามพระองค์ โอรสพระองค์โตถูกเรียกพระนาม โอรสพระองค์กลางถูกเรียกพระนาม และโอรสองค์เล็กถูกเรียกขานพระนาม พระเจ้าซาร์ผู้นี้ ทรงมีพระชนษ์สูงวัยแล้ว และสายพระเนตรของพระองค์ก็ไม่ค่อยดี ทว่าตั้งแต่อดีตพระองค์ทรงเคยได้ยินตำนานที่เล่าผ่านกันมาว่า ซึ่งปลูกแอปเปิ้ลที่สามารถทำให้ผู้ทานมันเข้าไปกลับคืนสู่วัยหนุ่มได้ นอกจากนั้นสวนแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำแห่งชีวิต หากว่าผู้ใดใช้น้ำแห่งชีวิตนี้ล้างตา สายตาที่ฝ้าฟางก็จะกลับมาเป็นปกติ ซาร์ได้เรียกโอรสทั้งหมดของพระองค์เข้าพบ “เอาหล่ะ ใครในพวกเจ้าที่เป็นผู้กล้า , ใครที่จะถูกเลือก , ใครที่อาสา , ใครที่กล้าหาญจะควบม้าไปไกล สามถึงเก้าดินแดน , สู่อาณาจักรอีกสามหรือสิบแห่ง , ใครที่จะนำเอาแอปเปิ้ลแห่งวัยเยาว์และเหยียกซึ่งใส่น้ำแห่งชีวิตจนเต็มกลับมาให้ข้า … ข้าจะแบ่งอาณาจักรของข้านี้ครึ่งหนึ่งให้กับชายที่ทำสิ่งนั้นได้” ชายหนุ่มที่แก่ที่สุด กลับหลบไปด้านหลังชายที่อ่อนกว่า , และชายที่อ่อนเยาว์กว่าหลบไปอยู่ด้านหลังชายที่เด็กที่สุด , ชายที่เด็กที่สุด ก็หุบปากเงียบกริบ เจ้าชายฟีดอร์ (Prince Fedor) ก้าวออกมาข้างหน้า และกล่าวว่า “ข้าไม่ปรารถนาที่จะมอบดินแดนของเราให้กับคนอื่น ข้าจะอาสาไปนำแอปเปิ้ลและน้ำแห่งชีวิตนั้นกลับมาให้ท่านเอง” เจ้าชายฟิดอร์เดินไปที่คอกม้า และเลือกเอาม้าตัวหนึ่ง เอาอานใส่ที่หลังมันโดยเลือกเอาบังเหียนเส้นใหม่ และรองเท้าที่มีเชือกถึงสิบสองเส้น ไม่ใช่เพื่อความสวยงามแต่ว่าเพื่อความแข็งแรง จากนั้นก็ทรงออกเดินทาง เจ้าชายเดินทางมาไกล !…

Don`t copy text!