fairy tale

Sivka-Burka

Сивка-Бурка  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัสเซีย มีชาวนาแก่อยู่คนหนึ่ง เขามีลูกชายอยู่สามคน โดยลูกคนโตสองคนเป็นคนที่ฉลาดมาก ในขนาดที่ลูกชายคนเล็กกลับโง่เขลา ลูกคนเล็กมีชื่อว่าอิวานนุชก้า (Ivanuska) ครอบครัวนี้ประกอบอาชีพปลูกข้าวสาลี อยู่มาวันหนึ่ง พวกเขารู้สึกเหมือนว่ามีอะไรมาอย่างเข้ามาในไร่และทำลายข้าวสาลีของพวกเขาในตอนกลางคืน ชาวนาแก่จึงได้สั่งให้ลูกชายของเขาออกไปเฝ้าแปลงข้าวสาลี ในคืนแรก ลูกชายคนโตออกไปอยู่ในแปลงปลูกข้าวสาลี แต่ว่าเขากลับฝอยหลับไประหว่างที่กำลังเข้าเวรอยู่ , ในคืนที่สอง ลูกชายคนกลางมีหน้าที่ออกไปเฝ้าแปลงข้าวบ้าง แต่ก็เผลอหลับไปเช่นกัน พวกเขากลับมาบอกกับบิดาว่าไม่เห็นอะไรผิดปกติเลย ในคืนที่สาม อิวานุชก้า ออกไปเฝ้าข้าวสาลีบ้าง … เวลาผ่านไปจนกระทั้งเที่ยงคืน อิวานุชก้า เห็นว่ามีม้าตัวหนึ่ง มันสวมอานทองคำและมีบังเหียนเป็นเงิน เจ้าม้าตัวนั้นเข้ามากัดกินต้นข้าวสาลีอย่างเอร็ดอร่อย อิวานุชก้าพยายามเดินย่องเข้าไปใกล้ๆ เจ้าม้าตัวนั้นก่อนที่จะจับมันเอาไว้ได้  “ปล่อยฉันไปเถอะ” เจ้าม้าหันมาพูดกับอิวานุชก้า “ถ้่าเจ้าปล่อยข้าไป  เราจะได้กลายเป็นเพื่อนกัน ข้าจะมีของตอบแทนให้กับเจ้า … เจ้าต้องเดินไปในทุ่งสาลี แล้วก็ตั้งจิตอธิษฐานจากนั้นก็ให้พูดออกมาว่า "สิฟก้า-เบอร์ก้า ,จงปรากฏขึ้น …. แล้วข้าก็จะมาหาเจ้า มาช่วยเจ้า” อิวานุชก้า ตกลงปล่อยเจ้าม้าให้เป็นอิสระ  จนกระทั้งวันหนึ่ง พระเจ้าซาร์ ซึ่งทรงไม่มีพระโอรส ได้ตัดสินใจที่จะจัดการแข็งขันเพื่อหาตัวแทนรัชทายาทที่จะมาสืบบังลังค์เป็นซาร์องค์ต่อไป   ซาร์ได้นำพระธิดา ซึ่งทรงเป็นเจ้าหญิงที่สิริโฉม ไปไว้ยังหอคอยที่สูงมาก แล้วก็ประกาศว่า หากมีชายใดสามารถขึ้นไปช่วยเจ้าหญิงลงมาได้ พร้อมทั้งกระโดดลงบนหลังมาอย่างปล่อยภัย และนำแหวนจากนิ้วของเจ้าหญิงมาได้ก็จะได้เป็นผู้ชนะได้อภิเษกกับเจ้าหญิงและครองอาณาจักร์สืบไป พี่ชายทั้งสองของอิวานุชก้าได้สมัครเข้าร่วมการแข็งขันที่ท้าทายนี้ด้วย แต่ว่าอิวานุชก้าต้องอยู่เฝ้าบ้าน เมื่อพ่ีชายออกจากบ้านไปแล้ว อิวานนุชก้าได้อิธิษฐาน และท่องคาถา “สิฟก้า-เบอร์ก้า” ทันใดนั้นเจ้ามาก็ปรากฏออกมาจากพื้นดินดังสายฟ้า อิวานุชก้าขี่ม้าของเขาไปทดสอบการแข่งขันด้วย เขาดูหล่อเหลาและสง่างามมาก เมื่อแต่งตัวเข้าร่วมการแข่งขั้นนี้  ม้าของเขากระโดดขึ้นไปยังหอคอย มันเกือบจะเอื้อมถึงเจ้าหญิงแล้ว และเมื่อกระโดดอีกครั้งก็เกือบจะคว้าแหวนไต้ แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อกลับถึงบ้านอิวานุชก้าก็แปลงกลับมาเป็นชายมอซอคนเดิม … พี่ชายของเขากลับมาบ้าน ก็เล่าว่าผู้เข้าแข๋งขันต่างก็ล้มเหลว มีเพียงหนุ่มรูปงามคนหนึ่งที่เกือบทำได้สำเร็จ … อิวานนุชก้า…

0
Read More

Snow Maiden

Снегурочка (Snow Maiden) กาลครั้งหนึ่งมีช่างไม้คนหนึ่งอาศัยอยู่กับภรรยา ทั้งคู่มีอายุมากแล้วแต่ว่าไม่มีบุตรด้วยกัน สามีจะมีหน้าที่ไปตัดไม้ในป่าและนำมันไปขายในเมือง ซึ่งก็ช่วยให้พวกเขามีกินพอประทังชีพได้ แต่ว่าเมื่อพวกเขาอายุมากขึ้น การประกอบอาชีพนี้ก็ยากลำบากมากขึ้น “พวกเราแก่ลงทุกวัน , แล้วยามแก่ใครจะดูแลเราหล่ะ” ภรรยามักจะบ่นอย่างนี้บ่อยๆ “อย่ากังวลไม่เลย,แม่เอ๊ย พระเจ้าไม่ทอดทิ้งเราหรอก พระเจ้าจะต้องมาช่วยเราเมื่อถึงเวลา” สามีแก่ปลอบใจภรรยา อยู่มาวันหนึ่ง ในฤดูหนาว สามีเดินเข้าไปในป่าเพื่อตัดเอาฟืน โดยที่ภรรยาติดตามเขามาด้วย อากาศหนาวมากจนทั้งคู่เกือบถูกแช่แข็ง ชายแก่หันไปบอกกับภรรยาว่า “พวกเราไม่มีลูก , เราน่าจะสร้างปั้นหิมะให้มาเป็นลูกของเรานะ?” จากนั้นทั้งคู่ก็ลงมือโกยเอาหิมะมากองไว้ด้วยกัน และใช้เวลาอยู่ไม่นานพวกเขาก็สามารถสร้าง “Snegurochka” สาวรับใช้จากหิมะ ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก แต่ว่าคู่สามีภรรยากลับมองดูเธอด้วยความเศร้า เพราะหิมะนั้นไม่ได้มีชีวติ “พระเจ้า โปรดประทานลูกสาวน่ารักให้กับเราด้วยเถิด” หญิงแก่คร่ำครวญ ในทันใดนั้นก็เกิดปราฏิหารย์ขึ้นมา ตุ๊กตาหิมะของพวกเขาเริ่มที่จะขยับ เธอกระพริบตา แล้วก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้น จนสุดท้ายแล้วตุ๊กตาหิมะก็มีชีวิตขึ้นมา “สวัสดีค๊ะ อากาศดีนะคะ หนูจะมาเป็นลูกของพวกท่านเองคะ ขอหนูเรียกท่านว่า "พ่อ” และ “แม่” ได้ไหมคะ" ชเนกุโรชก้า พูดกับทั้งคู่ “โอ้ ลูกรัก” ชายแก่รีบตอบ, จากนั้นพวกเขาก็พาเอาลูกสาวที่สร้างขึ้นมาไปที่บ้าน ขณะที่พวกเขาเดินไป ต้นไม้รอบๆ ก็สะพัดกิ่ง ราวกับการกล่าวอำลา สามีภรรยาชรา พาชเนกุโรชก้ากลับมายังที่บ้านของพวกเขาที่สร้างจากต้นไม้ ชเนกุโรชก้าจึงเริ่มใช้ชีวิตแบบมนุษย์ด้วยการช่วยชายหญิงชราทำงานบ้านทั่วไป เธอเป็นคนว่านอนสอนง่าย และไม่เคยที่จะขัดใจพวกเขา  ชเนกุโรชก้า เป็นคนที่ไม่ช่างพูด ใบหน้าเธอเรียวสวยงาม แต่ราวกับว่าไม่มีเลือด ดวงตาเป็นประกายเหมือนดวงดาว แค่เพียงเธอยิ้มบ้านก็สว่างราวกับจุดด้วยประทีป แต่ว่าหลายเดือนผ่านไป หญิงชรารู้สึกกังวลใจในตัวลูกสาวจึงถามเธอว่า “ทำไมลูกถึงเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ยอมมีเพื่อนเลย เอาแต่หมกตัวอยู่กับพวกเราทั้งวัน ลูกควรจะหาเพื่อนไว้บ้าง ออกไปเล่น พวกเราแก่แล้วและลูกไม่ควรจะต้องมาดูแลตลอดเวลา” “หนูไม่ต้องการออกไปที่ใดหรอก แม่ที่รัก”…

0
Read More

Fox and Hare

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมี หมาป่าและกระต่าย เจ้าหมาป่าอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ซึ่งสร้างขึ้นด้วยน้ำแข็ง ส่วนบ้านของเจ้ากระต่ายเป็นบ้านไม้ พอถึงฤดูใบไม้ร่วงบ้านของหมาป่าก็ละลายหายไป ในขณะที่บ้านของกระต่ายยังแข็งแรงดี หมาป่าจึงมาหาเจ้ากระต่าย และยึดบ้านของเจ้ากระต่ายเอาไว้ เจ้ากระต่ายจีงเดินร้องไห้ออกไปตามถนน จนกระถังมาเจอกับหมาสองตัว หมาทั้งสองถามเจ้ากระต่ายว่า “เจ้าร้องไห้ทำไม , กระต่ายน้อย”“ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถิด คุณหมา , ใครจะไม่อดทนอยู่ได้หล่ะ ถ้าถูกเจ้าหมาป่ายึดเอาบ้านไม้ที่อบอุ่นไป ก้อบ้านของเจ้าหมาป่าที่เป็นน้ำแข็งมันละลายหายไปหมดแล้ว และฉันถูกไล่มา” กระต่ายตอบ"อย่าร้องให้ไปเลย พวกฉันจะช่วยเอาบ้านเธอกลับมาให้ “ หมาทั้งสองช่วยกันปลอบกระต่ายจากนั้นสุนัขทั้งสองก็ไปที่บ้านของเจ้ากระต่าย และตะโกนต่อว่าเจ้าหมาป่าให้คืนบ้านให้กับกระต่าย แต่ว่าเมื่อเจ้าหมาป่าออกมา แล้วก็ได้มีการต่อสู้กับสุนัขทั้งสอง แต่ว่าสุนัขสองตัวได้พ่ายแพ้ให้กับเจ้าหมาป่า จนต้องหนีกลับออกมา เจ้ากระต่ายเมื่อทราบว่าตัวเองคงไม่ได้บ้านคืน ก็เดินร้องไห้ต่อไปอีก จนกระทั้งมาพบกับ หมีตัวหนึ่ง  เมื่อหมีทราบว่าเจ้ากระต่ายเสียใจด้วยสาเหตุใด ก็อาสาว่าจะไปเอาบ้านมาคืนให้เจ้ากระต่าย ก้ออาสาจะไปเอาบ้านคืนมาให้ แต่เมื่อเจ้าหมีสู้กับหมาป่า ปรากฏว่าเจ้าหมีแพ้อีก เจ้ากระต่ายเดินร้องไห้ไปตามทาง จนกระทั้งมาพบกับวัวตัวหนึ่ง  "เจ้าร้องไห้ทำไม เจ้ากระต่าย” วัวถาม “ปล่อยฉันไว้คนเดียวเทิด ฉันเสียใจเพราะบ้านฉันโดนเจ้าหมาป่าใจร้ายยึดเอาไป มีหมาสองตัว และหมี พยายามจะช่วยเอาบ้านคืนให้ แต่ว่าพวกเขาก็โดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ท่านเองก็คงจะสู้เจ้าหมาป่าไม่ได้” เจ้ากระต่ายเล่าให้วัวฟัง “ขอให้ฉันได้ลองดูหน่อยนะ” วัวตอบ , จากนั้นเจ้าวัวก็ไปหาหมาป่าที่บ้านไม้ แล้วก็ได้ต่อสู้กัน แต่ว่าเจ้าวัวแพ้ เจ้ากระต่ายเดินร้องให้มาจนได้ยินเสียงไก่ตัวหนึ่งขัน “เอ๊กอี๊เอ๊กเอ๊ก , ร้องไห้ทำไมเจ้ากระต่าย” “ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถิด บ้านไม้ของฉันถูกเจ้าหมาป่า ซึ่งบ้านน้ำแข็งของมันละลาย มันจึงมายึดบ้านฉันไป มีสุนัข หมี และวัว พยายามช่วยฉันเอาบ้านคืนมา แต่พวกเขาก็แพ้และได้รับบาดเจ็บเพราะฉัน” เจ้ากระต่ายตอบ ไก่อาสาจะช่วยเจ้ากระต่าย มันบินไปที่หน้าบ้านซึ่งเจ้าหมาป่านอนหลับอยู่ข้างใน แล้วส่งเสียง “เอ๊กอี๊เอ๊กเอ๊ก ! ฉันจะเฉือนเจ้ากระต่ายด้วยเล็บของฉันซึ่งแหลมคม” เจ้าหมาป่าตะโกนตอบมาว่า “เดี๊ยว ขอฉันแต่งตัวก่อน” ไก่…

0
Read More

Golden Fish

กาลครั้งหนึ่งนานมากแล้ว เกาะแห่งหนึ่งชื่อว่าบุยาน (Buyan) บนเกาะแห่งนี้มีบ้านเรือนสร้างด้วยไม้อยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งในบ้านเหล่านั้นมีชายหญิงแคระ ชราอาศัยอยู่ พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยฐานะที่ยากลำบาก ชายชรามีทำงานสานอวนและประมง แต่ว่าปลาที่จับมาได้นั้นมีจำนวนเล็กน้อยเหลือเกิน แค่พอประทั้งชีวิตในวันหนึ่งๆ เท่านั้น อยู่มาวันหนึ่งชายแก่นำแหออกไปทอดแห และเมื่อเหวี่ยงแหลงไปเขารู้สึกได้ว่ามีปลาติดแหแล้ว แต่ว่าแหกลับหนักผิดปกติ เขาคิดว่ามันคงเป็นปลาตัวใหญ่มาก แต่เมื่อดึงแหขึ้นมาจากน้ำแล้ว เขากลับพบว่าในแหว่างจนเกือบจะไม่มีอะไรเลย แต่ก็สังเหตุเห็นว่ามีปลาตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง มันต่างจากปลาทั่วไปตรงที่มันเป็นปลาทองคำ ทันใดนั้นเจ้าปลาทองคำก็พูดกับชายแก่ด้วยภาษามนุษย์ว่า “อย่าจับฉันไปเลย ชายแก่! ปล่อยข้ากลับไปยังทะเลเหอะ แล้วข้าจะทำประโยชน์ให้ท่านได้ ข้าจะหาสิ่งอะไรก็ตามที่ท่านต้องการมาให้” ชายแก่ใช้เวลาคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้าหรอก กลับทะเลของเจ้าไปซะเถอะ” จากนั้นชายแก่ก็เหวี่ยงเจ้าปลาทองคำกลับลงไปในน้ำทะเล เมื่อกลับไปบ้าน หญิงแก่ถามสามีว่าได้อะไรกลับมาบ้าง ชายชราก็บอกกับหญิงแก่ว่าเขาจับอะไรไม่ได้เลย นอกจากปลาเล็กๆ ที่เป็นทองคำตัีวเดียว และได้ปล่อยมันกลับมาบ้านแล้ว นั้นทำให้หญิงชราโกรธ และเอาแต่บ่นชายชราทั้งคืน “เจ้าโง่ เราแทบไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้ว นั้นคือสิ่งที่คุณทำ” ชายชราเดินด้วยความหง่อย ออกไปที่ชายฝั่ง ,เจ้าปลาทองคำ โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเล และมันก็ถามชายชราว่าต้องการสิ่งใด , ชายแก่บอกว่าภรรยาของเขาต้องการขนมปังจำนวนหนึ่ง , ปลาทองคำบอกให้ชายชรากลับไปที่บ้าน แล้วเขาจะเจอกับขนมปังจำนวนมาก เมื่อชายชรากลับไปที่บ้านแล้วก็พบกับขนมปังมากมาย แต่ภรรยาของเขาก็เริ่มบ่นอีกว่า ถังซักผ้าที่บ้านมันทั้งเก่าและรั่่ว เธอไล่สามีให้กลับไปของร้องเจ้าปลาสีทองอีก และสามีก็ทำตาม เจ้าปลาสีทองโผล่ขึ้นมาจากท้องทะเลอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงชายชรา เจ้าปลาบอกให้ชายชรากลับไปที่บ้าน แล้วจะเจอกับอ่างใบใหม่ เมื่อชายชรากลับไปที่บ้านยังไม่ทันจะเข้าบ้าน ก็เจอหญิงชรารออยู่ เธอยังโกรธ อยู่ และด่าชายชรา บอกว่าให้ไปขอบ้านหลังใหม่ที่ดีกว่ากระท่อมพุๆ นี้ด้วย เธอไม่อาจทนอยู่ในกระท่อมได้อีกต่อไป ชายชรากับไปที่ชายทะเล เรียกเจ้าปลาทองคำอีก และมันก็โผล่มาจากทะเล โดยยืนบนคลื่นด้วยหางของมัน “ท่านต้องการสิ่งในหรือ ชายแก่” เจ้าปลาทองคำถาม “ภรรยาข้า นางอยากได้บ้านหลังใหม่แทนกระท่อมเก่าๆ ของเรา” ปลาทองคำบอกให้ชายชรากลับไปที่บ้านแล้วเขาจะได้บ้านหลังใหม่ เมื่อชายชรากลับไปที่บ้านแล้วเขาก็พบว่ากระท่อมหลังเก่ากลายเป็นบ้านไม่ที่สร้างด้วยซุงสวยงาม…

0
Read More

Kolobok

Watch more cool animation and creative cartoons at Aniboom Колобка (Kolobok)กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตาและยายอยู่คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งวันหนึ่งยายเดินเข้าไปในครัว เพื่อหาเศษแป้งมาทำขนมปัง  เพื่อให้ตาทานยายทำขนมปังออกมาได้หอมกรุ่นมาก มันมีรูปร่างกลม ริมขอบกรอบน่ารับประทานมากยายเอาเจ้าขนมปังไปวางที่ริมหน้าต่าง เปิดให้อากาศภายนอกทำให้ขนมปังร้อนๆ เย็นลง ทันใดนั้นเจ้าขนมปังโกโลบ๊อก กลับมีชีวิตและกระโดดหนีไปโกโลบ็อก ได้มาพบกับเจ้ากระต่ายตัวหนึ่งเจ้ากระต่ายพูดว่า “เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกว่า "อย่ากินฉันเลย ฉันจะร้องเพลงให้เจ้าฟัง"แล้วโกโลบ๊อก ก็เริ่มร้องเพลง "ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ เพราะอบในเตาร้อนๆ และวางไว้จนเย็นบนหน้าต่าง ฉันหนีตายายมา และฉันจะหนีเจ้าด้วย” จากนั้นโกโลบ๊อกก็กลิ้งหนีกระต่ายไปโกโลบ๊อก กล้ิงมาพบหมาป่าตัวหนึ่ง เจ้าหมาป่าพูดว่า “เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกเจ้าหมาป่าว่าอย่ากินมันเลย แล้วมันจะร้องเพลงให้ฟัง "ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ เพราะอบในเตาร้อนๆ และวางไว้จนเย็นบนหน้าต่าง ฉันหนีตายายมา ฉันหนีเจ้ากระต่ายมา และฉันจะหนีเจ้าด้วย” จากนั้นโกโลบ๊อกก็กลิ้งหนีหมาป่าไปโกโลบ๊อก กล้ิงมาพบหมีตัวหนี่ง เจ้าหมีพูดว่า  "เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกเจ้าหมีว่าอย่ากินมันเลย แล้วมันจะร้องเพลงให้ฟัง “ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ เพราะอบในเตาร้อนๆ และวางไว้จนเย็นบนหน้าต่าง ฉันหนีตายายมา ฉันหนีเจ้ากระต่ายมา ฉันหนีเจ้าหมาป่ามา และฉันจะหนีเจ้าด้วย” จากนั้นโกโลบ๊อกก็กลิ้งหนีหมีไปจากนั้นโกโลบ็อก กล้ิงมาจนพบหมาจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่งเจ้าหมาจ้ิงจอกบอกว่า “เจ้าขนมปังน่ากินจัง ข้าจะกินเจ้าหล่ะนะ"โกโลบ๊อก บอกเจ้าหมาจิ้งจอกว่า "อย่ากินฉันเลย ฉันจะรอ้งเพลงให้ฟัง"จากนั้นมันก็เริ่มร้องเพลง "ฉันคือขนมปังแสนอร่อย ด้านในกุ๊บกรอบ เพราะอบในเตาร้อนๆ และวางไว้จนเย็นบนหน้าต่าง ฉันหนีตายายมา ฉันหนีเจ้ากระต่ายมา ฉันหนีเจ้าหมาป่ามา ฉันหนีเจ้าหมีมา และฉันจะหนีเจ้าด้วย" แต่เจ้าจิ้งจอกบอกโกโลบ๊อกว่ามันหูไม่ค่อยดี ให้ช่วยมาร้องเพลงใกล้ๆ อีกสักรอบสิ … พอเจ้าโกโลบ๊อกเข้าไปใกล้เจ้าหมาจิ้งจอก…

0
Read More

Crimson Flower

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนไกลแสนไกล มีพ่อค้าคนหนึ่งกำลังเตรียมตัวที่จะออกเดินทาง พ่อค้าคนนี้มีลูกสาวอยู่สามคน พ่อค้าถามลูกสาวทั้งสามว่าต้องการของขวัญอะไรไหม เขาจะได้ซื้อหามาฝากตอนที่เดินทางกลับมา ลูกสาวคนแรก เธอบอกว่าต้องการมงกุฏทองคำ ส่วนลูกสาวคนที่สองบอกว่าต้องการกระจกคริสตัล ส่วนลูกสาวคนสุดท้อง เธอขอแค่ดอกไม้สีม่วง หลังจากนั้นพ่อค้าก็ออกเดินทางไป ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก พ่อค้าก็หามงกุฏทองคำและกระจกคริสตัลได้ แต่ว่าของขวัญชิ้นสุดท้าย “ดอกไม้สีม่วง” นี่สิ หาเท่าไหร่เขาก็ไม่สามารถหามันเจอได้ ในที่สุดเขาลองเข้าไปหาดอกไม้นี้ในป่าแห่งเวทมนต์ ภายในป่าแห่งนี้มีปราสาทอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งมีสวนที่ปลูกดอกไม้สวยงามได้มากมาย จนกระทั้งพ่อค้าไปพบดอกไม้ดอกหนึ่ง ที่เขามันใจว่ามันคงเป็นดอกไม้สีม่วงที่ลูกชอบแน่ ทว่า ตอนที่เขาพยายามจะเข้าไปเด้ดดอกไม้นั้น ปรากฏว่าเจ้าสัตว์ประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่งไม้ได้กระโดดออกมา เจ้าสัตว์ประหลาดบอกกับพ่อค้าว่า ถ้าเจ้าต้องการดอกไม้ดอกนั้น เจ้าจะต้องเอาลูกสาวของเจ้าคนใดคนหนึ่งมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนแล้วเธอจะต้องอยู่กับเจ้าสัตว์ประหลาดตลอดไป เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อค้าได้บอกเรื่องนี้กับลูกสาวคนสุดท้องที่ต้องการดอกไม้นั้น และเธอก็ตกลง เธอเดินทางเข้าไปในป่าแห่งเวทมนต์คนเดียวแต่ว่าไม่สามารถที่จะหาเจอปราสาทของเจ้าสัตว์ประหลาด แต่อย่างไรเธอก็นั้งรออยู่ในป่าแห่งนั้นด้วยความสุข เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวใดๆ เลย เจ้าสัตว์ประหลาดไม่กล้าปรากฏตัวให้เธอเห็น แต่ว่ามันแอบเขาของกำนัล อาหารและน้ำมาให้เธอทุกๆ วัน อยู่มาวันหนึ่ง สาวน้อยร้องขอให้เจ้าสัตว์ประหลาดปรากฏร่างให้เธอเห็น เจ้าสัตว์ประหลาดก็ทำตาม ซึ่งตอนแรกเธอรู้สึกกลัวมาก แต่สุดท้ายก็นั่งลงข้างๆ เจ้าสัตว์ประหลาด พูดคุยกัน ในคืนหนึ่ง สาวน้อยฝันร้ายว่าพ่อของเธอป่วยหนักจนใกล้เสียชีวิต เธอขอร้องเจ้าสัตว์รประหลาดให้ปล่อยตัวเธอกลับไปเยี่ยมพ่อ เจ้าสัตว์ประหลาดยอมปล่อยเธอให้กลับบ้าน แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง คือ เธอจะต้องกลับมาภายในสามวัน เมื่อหญิงสาวได้ไปเยี่ยมพ่อของเธอแล้ว พี่สาวสองคนของเธอได้แกล้งปรับนาฬิกา จนทำให้หญิงสาวเดินทางกลับมาช้ากว่าเวลาที่ได้ตกลงกับเจ้าสัตว์ประหลาด เจ้าสัตว์ประหลาดเสียชีวิตไปเสียแล้ว โดยนอนตายบนเนินที่พวกเขาปลูกดอกไม้สีม่วงไว้ด้วยกัน หญิงสาวรู้สึกว่าหัวใจสลาย และบอกความในใจแก่เจ้าสัตว์ประหลาดว่าเธอรักเขามาก หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่า เธอได้พูดประโยคซึ่งช่วยแก้พันธนาการในคำสาบที่ผูกมัดเจ้าสัตว์ประหลาดอยู่ เจ้าสัตว์ประหลาดกลับมาชีวิตอีกครั้ง …. แต่กลายร่างเป็นเจ้าชายรูปงาม และเจ้าชายและเจ้าหญิง พวกเขาก็อยู่ได้กันอย่างมีความสุข

0
Read More

Warning ⚠️ This website has cookies which come from Third-party services such as google Analytics, Adsense, Amazon, Yandex Metrica, Facebook, Agoda.

 

Yandex.Metrica
Don`t copy text!